บทที่ 24: แม่ครัวตัวน้อย
บทที่ 24: แม่ครัวตัวน้อย
บัตรกำนัลท่องเที่ยวหนึ่งวัน?
หลินเซินมีเหตุผลให้สงสัยเลยว่า ไอ้【โลว์เต๋อ】แอปฯ นี่มันกำลังแอบสอดส่องชีวิตเขาอยู่หรือเปล่า
ไม่เพียงแต่ภารกิจที่มอบหมายให้จะเป็นสถานที่ที่เขากำลังจะไปเท่านั้น แม้แต่ไอเทมก็ยังตรงกับพฤติกรรมของเขาในปัจจุบันอีกด้วย
หรือว่าแอปฯ ฉบับแฮกนี่มันก็มีระบบวิเคราะห์ข้อมูลผู้ใช้งานฝังอยู่ข้างในด้วยงั้นเหรอ?
คำอธิบายเดียวที่หลินเซินนึกออกก็คืออันนี้แหละ
“พี่เขยคะ!”
ขณะที่หลินเซินกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่เงียบๆ จู่ๆ กู้หว่านฉิงที่อยู่ไม่ไกลก็โบกมือให้เขา แล้วก็กระโดดเหยงๆวิ่งเข้ามาหาพลางพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“ออกมาเที่ยวทั้งทีก็อย่ามัวแต่เล่นมือถือสิคะ! ชื่นชมทิวทัศน์หน่อยไม่ดีกว่าเหรอคะ?”
“อืม”
หลินเซินแสร้งทำเป็นยิ้มอย่างอ่อนโยน แต่ในใจกลับรู้สึกหดหู่ชอบกล
สถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้เขากับกู้ว่านถิงเคยมาด้วยกัน ทุกซอกทุกมุมเต็มไปด้วยความทรงจำที่น่าอาลัยอาวรณ์
มันเหมือนกับว่าความทรงจำเหล่านั้นถูกซ่อนอยู่ในรอยพับของกาลเวลา ค่อยๆ บ่มเพาะ พอมาพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้งถึงจะรู้สึกตกใจขึ้นมา
หลินเซินเดินวนรอบอาคารอู่คังอย่างช้าๆ สองข้างทางปลูกต้นอู๋ถง (ต้นนุ่นจีน) เขียวชอุ่มเต็มไปหมด ในอากาศก็อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมสดชื่นที่ชวนให้สบายใจ
คนที่มาเที่ยวมีเยอะมาก พวกเขาหัวเราะสนุกสนานพลางมองหามุมถ่ายรูปที่ดีที่สุด เสียงดังจอแจ แต่ก็ไม่ได้รบกวนความคิดที่กำลังล่องลอยไปไกลของหลินเซินเลยแม้แต่น้อย
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นจากหัวใจไปยังทุกส่วนของร่างกาย ก่อนจะเผลอยิ้มออกมาอย่างผ่อนคลาย
การใช้พิษล้างพิษ บางทีอาจจะเป็นวิธีที่ดีในการเยียวยาแผลใจจากความรักก็ได้นะ
“พี่เขยคะ มาถ่ายรูปกันเถอะค่ะ!”
กู้หว่านฉิงฉลาดมาก พอเห็นท่าทางใจลอยของหลินเซินก็เข้าใจทุกอย่างในทันที
เขาคงจะนึกถึงพี่สาวของเธออยู่แน่ๆ
ดังนั้น กู้หว่านฉิงจึงรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที
“พี่ไปยืนอยู่ใต้ต้นไม้ต้นนั้นสิคะ”
“...”
พอเห็นกู้หว่านฉิงตื่นเต้นขนาดนี้ หลินเซินก็ไม่อยากจะไปขัดจังหวะความกระตือรือร้นในการออกมาเที่ยวของเธอ
ดังนั้น เขาจึงทำตามที่เธอบอก ยืนพิงต้นไม้ด้วยมือซ้าย ส่วนมือขวาก็เผลอชูสองนิ้วขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ทำเอาโดนบ่นยกใหญ่
“พี่เขยคะ! พวกผู้ชายนี่เวลาถ่ายรูปจะทำเป็นแค่ชูสองนิ้วอย่างเดียวเลยหรือไงคะ? เปลี่ยนท่าหน่อยสิคะ!”
คำบ่นนี่มันช่างเฉียบคมจริงๆ!
หลินเซินรู้สึกเหมือนโดนกระทบกระเทือนจิตใจ แต่ก็เถียงไม่ออก ได้แต่เอามือล้วงกระเป๋า ยืนพิงต้นไม้เงยหน้ามองฟ้าเล็กน้อย
เป็นท่าโพสของหนุ่มหล่อผู้แสนเศร้าตามแบบฉบับเลยทีเดียว ทำเอาตอนที่โดนคนมุงดูเขาก็รู้สึกอายนิดหน่อยเหมือนกัน
น่าอายชะมัด!
แชะ—!
“แบบนี้สิคะถึงจะถูก!”
กู้หว่านฉิงเดินมาหาหลินเซินแล้วก็โชว์รูปที่เพิ่งถ่ายเมื่อครู่ให้เขาดู
ถึงแม้จะใช้มือถือเครื่องเก่า แต่ไม่ว่าจะเป็นการจัดองค์ประกอบภาพ หรือการปรับค่าต่างๆ ก็ออกมาสมบูรณ์แบบมาก
“ไม่เลวเลย!”
หลินเซินยกนิ้วโป้งให้กู้หว่านฉิง
“เธอถ่ายรูปเก่งมากเลยนะ!”
“ก่อนมาหนูทำการบ้านมาแล้วค่ะ”
กู้หว่านฉิงพูดพลางยิ้มทะเล้น ก่อนจะยื่นมือถือให้หลินเซิน
“พี่เขยคะ พี่ช่วยถ่ายให้หนูรูปหนึ่งได้ไหมคะ?”
“ได้สิ”
ไม่เหมือนกับกู้หว่านฉิงที่เปลี่ยนไปใช้โหมดถ่ายภาพแบบมืออาชีพ หลินเซินทำเป็นแค่ใช้โหมดถ่ายภาพธรรมดาของกล้องเท่านั้น
แล้วเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าจะจัดองค์ประกอบภาพยังไง ได้แต่ถ่ายไปมั่วๆ
แต่กู้หว่านฉิงเห็นได้ชัดว่าไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เลย แถมยังชมว่าหลินเซินถ่ายรูปเก่งอีกต่างหาก
นี่ทำให้เขาถึงกับหน้าแดงขึ้นมาทันที
ฝีมือตัวเองเป็นยังไงเขาก็รู้ดีอยู่แล้ว
ก่อนหน้านี้ตอนที่ยังไม่ได้เลิกกับกู้ว่านถิง ก็เพราะเรื่องถ่ายรูปนี่แหละ ทุกครั้งที่ออกไปเที่ยวจะต้องทะเลาะกันตลอด
ทำเอาหลินเซินถึงกับเบื่อการออกไปเที่ยวไปเลย
แต่กู้หว่านฉิงกลับไม่เหมือนกัน
เธอไม่เพียงแต่จะไม่บ่นอะไรเลยสักคำ แถมยังคอยให้กำลังใจอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย
นี่ทำให้หลินเซินรู้สึกดีมาก
ดูท่าเวลาไปเที่ยว การมีเพื่อนร่วมทางที่คอยให้กำลังใจนี่มันสำคัญจริงๆ นะ!
ดังนั้น ทั้งสองคนก็เลยถ่ายรูปกันไปเรื่อยๆ เดินเล่นไปตามแผนการเดินทางที่หลินเซินวางไว้จนถึงวัดเฉิงหวางเมี่ยว พร้อมกับซื้อไอศกรีมกับชานมไข่มุกและของหวานอื่นๆ กินไปด้วย
“พี่เขยคะ ลองชิมของหนูสิคะ!”
“พี่เขยร้อนใช่ไหมคะ? นี่ค่ะทิชชูเช็ดเหงื่อ”
“พี่เขยดูเร็ว! มีฝรั่งด้วยค่ะ! หนูไปทักทายเขาหน่อยดีกว่า ถือโอกาสฝึกพูดภาษาอังกฤษไปด้วยเลย อิอิ”
…
พอเห็นกู้หว่านฉิงร่าเริงสดใสขนาดนี้ หลินเซินก็เหมือนจะติดเชื้อไปด้วย มุมปากก็เผลอยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว
พูดตามตรง ตั้งแต่เริ่มทำงานมา เขาก็ไม่ค่อยได้รู้สึกมีชีวิตชีวาแบบนี้มานานแล้ว
แต่ละวันก็ใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ซ้ำๆ ไปวันๆ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น
ถึงแม้จะมีระบบแล้ว หลินเซินก็ยังคงรู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่างไปอยู่ดี
จนกระทั่งวันนี้ เขาถึงได้เข้าใจจากตัวของกู้หว่านฉิง
นั่นก็คือความรัก!
ความรักในการใช้ชีวิต!
บางทีเขาควรจะรื้อฟื้นงานอดิเรกที่เคยถูกงานบดบังไปแล้วกลับมาทำใหม่
หลินเซินรู้สึกเหมือนตัวเองเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาทันที ทั้งตัวก็รู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบาย
“ตอนเย็นอยากกินอะไรเหรอ?”
พระอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้า แสงสุดท้ายของวันเริ่มเลือนหายไป
หกโมงครึ่งเย็น
ความจอแจในตอนกลางวันค่อยๆ จางหายไป หลินเซินนั่งอยู่บนม้านั่งริมถนน มองดูผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างเร่งรีบ บนท้องถนนก็เต็มไปด้วยรถราที่สัญจรไปมา
เขาเริ่มจะคิดแล้วว่าตอนเย็นจะกินอะไรดี
ตอนกลางวันพากู้หว่านฉิงไปกินอาหารหูหนานแถวบ้าน ก็เป็นเพราะกลัวว่าเธอจะกินอาหารเซี่ยงไฮ้ไม่ได้ แล้วก็ยังไม่ได้วางแผนอะไรไว้ด้วย
ตอนนี้เดินเที่ยวมาทั้งวันแล้ว ตัวเองก็ควรจะทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดีเสียหน่อย
แต่ทว่าคำตอบที่กู้หว่านฉิงให้มากลับเหนือความคาดหมายของหลินเซินไปมาก
“ไปซูเปอร์มาร์เก็ตซื้อกับข้าว แล้วก็กลับไปทำกินที่บ้านกันเถอะค่ะ”
ใบหน้าด้านข้างของกู้หว่านฉิงดูเหมือนจะอาบไปด้วยแสงสีทองอ่อนๆ ของพระอาทิตย์ตกดิน ขนตาที่ยาวงอนก็กะพริบไปมา ดูน่ารักเป็นพิเศษ
“หนูว่าร้านอาหารแถวนี้มันแพงมากเลยนะคะ”
“เธอทำกับข้าวเป็นด้วยเหรอ?”
พอได้ยินน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของหลินเซิน กู้หว่านฉิงก็ใช้มือทัดปอยผมที่ปลิวตามลมเบาๆ หันหน้ามา แล้วก็ยิ้มหวาน
“แน่นอนสิคะ! ปกติอยู่ที่บ้านหนูก็เป็นคนทำกับข้าวให้คุณย่ากินตลอดเลยนะคะ!”
“ม.6 งานยุ่งขนาดนั้น เธอมีเวลาทำกับข้าวด้วยเหรอ?”
“ก็พอได้อยู่นะคะ”
กู้หว่านฉิงมองไปทางหลินเซินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
“หนูอยากทำกับข้าวให้พี่กินค่ะ!”
“ทำไมล่ะ?”
“อ๊า พี่เขยคะ! ทำไมพี่ถึงชอบถามว่าทำไมอยู่เรื่อยเลยล่ะคะ?”
กู้หว่านฉิงถึงกับมึนไปเลยกับคำถามสามครั้งซ้อนของหลินเซิน
“พี่ก็แค่บอกมาสิคะว่าอยากกินหรือเปล่า!”
“อยากสิ”
พูดตามตรง นอกจากพ่อแม่แล้ว หลินเซินก็ไม่เคยกินกับข้าวฝีมือคนใกล้ตัวเลยจริงๆ
ก่อนหน้านี้อยู่ที่บ้านเขาก็เป็นคนทำตลอด กู้ว่านถิงไม่ค่อยได้เข้าครัวเลย
ไม่คิดเลยว่ากู้หว่านฉิงจะเอ่ยปากอยากจะทำกับข้าวให้กินด้วยตัวเอง
“อยากกินก็ถูกแล้วค่ะ!”
กู้หว่านฉิงพูดพลางยิ้มทะเล้น ทำเอาหลินเซินอดที่จะยิ้มตามไม่ได้
“ก็ได้”
ทั้งสองคนนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินออกจากใจกลางเมืองที่แสนจะวุ่นวายของเซี่ยงไฮ้ มุ่งหน้าไปยังชานเมืองที่ชีวิตดำเนินไปอย่างช้าๆ
หลังจากกลับมาถึงแถวบ้านแล้ว หลินเซินก็พากู้หว่านฉิงไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตครั้งใหญ่
นอกจากกับข้าวแล้ว ก็ยังถือโอกาสซื้อโค้กมาแพ็คหนึ่งกับมันฝรั่งทอดและขนมขบเคี้ยวอีกมากมาย
ในเมื่อจะปล่อยตัวปล่อยใจแล้ว ก็ต้องเอาให้สุดๆ ไปเลย!
ถึงแม้หลินเซินจะเลยวัยที่ชอบกินขนมไปแล้ว แต่กู้หว่านฉิงยังอยู่ในวัยนั้นอยู่นี่นา!
“ขอบคุณค่ะพี่เขย!”
พอเห็นหลินเซินหิ้วถุงใหญ่ถุงน้อย กู้หว่านฉิงก็อาสาช่วยถือถุงหนึ่ง สีหน้าเต็มไปด้วยความขอบคุณและดีใจ
“พี่ใจดีมากเลยนะคะ! ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพี่สาวถึงต้องเลิกกับพี่ด้วย”
“เรื่องนั้นเธอคงต้องไปถามเธอเองแล้วล่ะ”
ตอนนี้หลินเซินสามารถยอมรับความจริงได้อย่างสบายๆ แล้ว
หลังจากกลับมาถึงบ้านแล้ว กู้หว่านฉิงก็เปลี่ยนเป็นชุดอยู่บ้านแล้วก็มุดเข้าไปในครัวทันที
ตอนแรกหลินเซินว่าจะเข้าไปช่วย แต่ก็โดนเธอผลักออกมาอย่างแข็งขัน
“พี่เขยคะ! พี่ก็นั่งรออยู่บนโซฟาเฉยๆ เถอะค่ะ!”
นังหนูนี่มัน!
หลินเซินยิ้มอย่างจนใจ มองตามกู้หว่านฉิงไปไกลๆ
พอสวมผ้ากันเปื้อนแล้วก็รวบผมขึ้น เธอก็แปลงร่างเป็นแม่ครัวตัวน้อยทันที ท่าทางการจัดการวัตถุดิบดูคล่องแคล่วมาก
ดูแล้วรู้เลยว่าเป็นมืออาชีพ
ความกังวลในใจของหลินเซินก็ลดลงไปกว่าครึ่ง ทันใดนั้นก็มีความคิดที่น่าทึ่งผุดขึ้นมา
เมื่อเทียบกับกู้ว่านถิงแล้ว บางทีกู้หว่านฉิงน้องสาวของเธออาจจะเหมาะที่จะเป็นแฟนมากกว่าก็ได้นะ...