บทที่ 25: คุยส่วนตัวกับเพื่อนสนิท

บทที่ 25: คุยส่วนตัวกับเพื่อนสนิท

สามทุ่ม

หลังจากความวุ่นวายและเสียงดังจอแจในตอนกลางวันจางหายไป มหานครเซี่ยงไฮ้ เมืองที่หนุ่มสาวมากมายใฝ่ฝันถึง ก็ค่อยๆ เผยให้เห็นอีกด้านหนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก

แสงสีเสียง แสงไฟระยิบระยับ ความหรูหราฟู่ฟ่า

เขาว่ากันว่าเซี่ยงไฮ้ในตอนกลางวันเป็นของทุกคน

แต่ทว่า... พอถึงเวลากลางคืน มันก็จะกลายเป็นของกลุ่มคนที่อยู่บนยอดพีระมิดเท่านั้น

ตึกผู่ฮุ่ย ชั้น 24, M1NT

ในฐานะตัวแทนของคลับระดับไฮเอนด์ในเซี่ยงไฮ้ บาร์แห่งนี้ใช้ระบบสมาชิกแบบผู้ถือหุ้นบางส่วน

ค่าธรรมเนียมแรกเข้าเริ่มต้นที่หนึ่งแสนดอลลาร์ฮ่องกง ไม่มีการจำกัดวงเงินสูงสุด

แล้วยังต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติอีกด้วย ทั้งสถานะทางสังคม อาชีพ ไลฟ์สไตล์ และอื่นๆ จะต้องได้รับการพิจารณาอย่างเข้มงวดจากคณะกรรมการ

แน่นอนว่า สิทธิประโยชน์ที่ได้รับก็คุ้มค่ากับทุกสิ่งที่คุณจ่ายไป

บริการรถรับส่ง ปาร์ตี้บนเรือยอชท์ ดินเนอร์สุดหรู...

สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงแค่พื้นฐานเท่านั้น ยังมีกิจกรรมที่พิเศษกว่านี้อีกมากมายที่ไม่สะดวกจะเปิดเผยต่อสาธารณชน

แต่คนทั่วไปก็สามารถเข้ามาใน M1NT ได้เหมือนกันนะ ขอแค่สามารถรับมือกับระดับค่าใช้จ่ายของที่นี่ได้ก็พอ

กริ๊ง กริ๊ง—!

พร้อมกับเสียงกระดิ่งลมใสๆ ที่ดังมาจากหน้าประตู ฉินเยว่นานก็ผลักประตูเข้ามา

คืนนี้เธอเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวจากชุดทำงานปกติไปโดยสิ้นเชิง ดูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก

สูทตัวเล็กสีดำด้าน + เสื้อตัวในผ้าไหม + กางเกงสูททรงขากระดิ่งเล็กน้อยเอวสูง

รัศมีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาเต็มที่ บวกกับใบหน้าที่สวยประณีตกับรูปร่างที่โค้งเว้าได้สัดส่วน ก็ดึงดูดความสนใจจากผู้คนมากมายในทันที

คนที่นั่งอยู่ที่นี่ล้วนแต่เป็นหัวกะทิจากทุกวงการ มีประสบการณ์โชกโชน

ด้วยเหตุนี้เอง พวกเขาถึงได้มองฉินเยว่นานด้วยสายตาที่ชื่นชมและร้อนแรง พร้อมกับความรู้สึกที่อยากจะลองเข้าหา

ผู้หญิงที่ได้มายากที่สุด ยิ่งกระตุ้นความอยากจะเอาชนะของผู้ชายได้มากขึ้น

“ทางนี้!”

ขณะที่ฉินเยว่นานกำลังมองซ้ายมองขวาหาอะไรบางอย่างอยู่ จู่ๆ ก็มีคนลุกขึ้นยืนโบกมืออยู่ที่มุมระเบียงด้านนอก

ผู้หญิงคนนั้นสวมชุดเดรสยาวรัดรูปสีม่วง โอบอุ้มรูปร่างที่งดงาม ท่าทางดูโดดเด่น

ฉินเยว่นานเห็นแล้วก็เดินตรงไปวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ แล้วก็ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาเดี่ยวอย่างเหนื่อยล้า

“มีอะไรจะคุยกับฉันเหรอ?”

“ไม่มีอะไรก็คุยด้วยไม่ได้หรือไง?”

ผู้หญิงคนนั้นยิ้มบางๆ ดีดนิ้วทีหนึ่ง ไม่นานนักบริกรก็เดินเข้ามา

“คุณผู้หญิงจ้าวคะ ไม่ทราบว่าต้องการอะไรคะ?”

“เอาค็อกเทลมาร์การิต้ามาให้ผู้จัดการฉินของเราแก้วหนึ่งสิ นั่นของโปรดเธอเลยนะ”

“วันนี้ฉันขับรถมา ไม่ดื่มเหล้าค่ะ”

ฉินเยว่นานหันไปมองบริกร

“ช่วยชงแบบไม่มีแอลกอฮอล์ให้ฉันแก้วหนึ่งนะคะ ลดความหวานลงด้วย”

“ได้เลยค่ะคุณผู้หญิงฉิน”

พอบริกรเดินไปแล้ว จ้าวจยาหนิงก็เท้าคางมองฉินเยว่นานพลางยิ้ม

“รู้ไหมว่าฉันมาหาเธอเพราะเรื่องอะไร?”

“ว่ามาสิ”

“ฉันเปลี่ยนแฟนใหม่แล้วนะ”

จ้าวจยาหนิงหยิบมือถือออกมา โชว์รูปผู้ชายคนหนึ่งที่หน้าตาหล่อเหลาพอสมควรให้ฉินเยว่นานดู

“อ้ะ นักศึกษาปริญญาโทระดับหัวกะทิจากไอวีลีก ทรัพย์สินระดับ A8 พ่อแม่ทำธุรกิจแปรรูปชิ้นส่วน ครอบครัวไม่มีหนี้สิน เป็นยังไงบ้าง?” (*A8 หมายถึง ทรัพย์สินส่วนตัวเกินร้อยล้านหยวน)

“ก็งั้นๆ”

สำหรับเรื่องที่เพื่อนสนิทของตัวเองเปลี่ยนแฟนใหม่ ฉินเยว่นานชินชากับมันมานานแล้ว สีหน้าดูเฉยเมยมาก

นี่ทำเอาจ้าวจยาหนิงทำหน้าไม่พอใจ

“ทำไมเธอไม่สนใจฉันบ้างเลยล่ะ! ไม่กลัวว่าฉันจะโดนผู้ชายหลอกฟันแล้วทิ้งหรือไง?”

“เธอเนี่ยนะ?”

ฉินเยว่นานที่ปกติจะไม่ค่อยแสดงสีหน้าอะไร จู่ๆ ก็หลุดขำออกมา

“เธอไม่ไปหลอกเขาก็บุญแล้ว”

“ในสายตาเธอ ฉันมันเป็นคนเลวขนาดนั้นเลยเหรอ? เลิกคบกันเลย!”

จ้าวจยาหนิงกระดกเหล้าในแก้วอึกใหญ่ ก่อนจะลดเสียงลงกระซิบ

“สนใจจะหาแฟนบ้างไหม? ฉันแนะนำให้เอาไหม!”

“ไม่สนใจ”

“อ๊า! อย่าทำตัวน่าเบื่อแบบนี้สิ!”

พอเห็นใบหน้าที่สวยงามไร้ที่ติแต่เย็นชาเป็นน้ำแข็งของฉินเยว่นานแล้ว จ้าวจยาหนิงก็รู้สึกเสียดายแทนเธอจริงๆ

“นานนาน เธอก็อายุยี่สิบแปดแล้วนะ! อย่ามัวแต่บ้างานอีกเลย เสียดายช่วงเวลาดีๆ ในชีวิตนะ!”

“ผู้ชายน่ะเขาไม่สนหรอกว่าเธอจะมีเงินหรือเปล่า เขาสนใจแค่อายุ รูปร่าง แล้วก็หน้าตาของเธอเท่านั้นแหละ!”

“เธอมีไพ่ดีๆ อยู่ในมือตั้งสองใบแล้วยังไม่ยอมลงอีก จะรออะไรอยู่กันแน่?”

“...”

พอโดนจ้าวจยาหนิงสั่งสอนชุดใหญ่ ฉินเยว่นานก็เงียบไปทันที

พอพนักงานเสิร์ฟนำชาผลไม้มาให้ เธอก็หมุนแก้วในมือเล่น ก่อนจะเอ่ยถามเบาๆ

“ความรู้สึกตอนมีความรักมันเป็นยังไงเหรอ?”

“แน่นอนว่ามันคือความสุขสิ!”

พอเห็นฉินเยว่นานเริ่มจะใจอ่อน จ้าวจยาหนิงก็พูดอย่างตื่นเต้นทันที

“เวลาที่อยู่กับเขา เธอจะรู้สึกมีความสุข สนุกสนาน ไร้กังวล สายตาจะเผลอมองไปที่เขาโดยไม่รู้ตัว จะติดนิสัยของเขา จะหลงใหลในทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเขา นี่แหละคือความรัก!”

“...”

หลังจากฟังคำอธิบายของเพื่อนสนิทแล้ว ในหัวของฉินเยว่นานก็มีภาพของหลินเซินผุดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก รีบจิบชาผลไม้เพื่อระงับความรู้สึกที่ปั่นป่วนในใจทันที

ส่วนจ้าวจยาหนิงก็รีบสานต่อทันที

“งั้น... จะให้ฉันแนะนำผู้ชายโปรไฟล์ดีๆ ให้เธอเลือกสักสองสามคนไหม?”

“ไม่ต้อง”

“แล้วเธอจะถามถึงความรู้สึกตอนมีความรักทำไมล่ะ?”

จ้าวจยาหนิงรู้สึกงงๆ เล็กน้อย ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที

“หรือว่า... เธอมีคนที่ชอบแล้ว?”

ปัง—!

ฉินเยว่นานวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะอย่างแรง ปฏิเสธเสียงเย็นชา

“ไม่มี”

“ไม่เชื่อ”

จ้าวจยาหนิงเป็นรูมเมทสมัยเรียนมหาวิทยาลัยกับฉินเยว่นาน คบกันมาเกือบสิบปีแล้ว ทำไมเธอจะไม่รู้จักนิสัยของเพื่อนสนิทตัวเองล่ะ?

“ปกติเวลาคุยเรื่องแบบนี้ เธอมักจะเงียบตลอดเลยนะ ครั้งนี้เป็นครั้งเดียวที่เธอถามเพิ่มขึ้นมา คิดว่าฉันดูไม่ออกหรือไง?”

“...”

เหมือนกับโดนเปิดโปงความลับที่น่าอาย หัวใจของฉินเยว่นานก็เต้นเร็วขึ้นมาทันที

เธอหลบสายตา ได้แต่จิบชาผลไม้ซ้ำๆ เพื่อระงับความรู้สึกประหม่า

จ้าวจยาหนิงเห็นแล้วก็ทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ

“ไม่ใช่แล้วมั้งนานนาน! ฉันทายถูกจริงๆ เหรอ?”

“ฉันบอกว่าไม่มีไง”

“ก็ได้ๆ ไม่มีก็ไม่มี”

จ้าวจยาหนิงรู้จักนิสัยของฉินเยว่นานดีอยู่แล้ว เธอจึงตั้งใจจะลองตะล่อมถามดู

“แต่ฉันจะบอกไว้ก่อนนะ ถ้าเธอเป็นแบบนี้ล่ะก็ ไม่มีผู้ชายคนไหนมาสนใจเธอหรอกนะ”

“หมายความว่ายังไง?”

ฉินเยว่นานขมวดคิ้วเล็กน้อย ส่วนจ้าวจยาหนิงก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ทั้งผิดหวังทั้งโมโห

“ยังไม่ต้องพูดถึงนิสัยเย็นชาจนน่ากลัวของเธอเลยนะ แค่การแต่งตัวของเธอนี่ ผู้ชายเห็นแล้วก็หนีห่างกันหมดแล้ว ใครมันจะมาจีบเธอล่ะ!”

“หุ่นเธอดีขนาดนี้ ก็ควรจะใส่เสื้อผ้ารัดรูปสิ เปิดขาเปิดอกนิดหน่อย ให้มันดูเซ็กซี่แบบมีระดับ นี่สิถึงจะเรียกว่าสวย!”

“ขาเรียวยาวในถุงน่องสีดำ เอวคอดกิ่วสุดแซ่บ ผู้ชายเห็นแล้วจะไม่หลงจนหัวปักหัวปำได้ยังไงกันล่ะ?”

“ไร้สาระ”

ฉินเยว่นานไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นตึกสูงที่เรียงรายกันเป็นทิวแถวอย่างเหม่อลอย

จ้าวจยาหนิงเห็นแล้วก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างจนใจ

“งั้นเธอคิดจะโสดไปตลอดชีวิตเลยหรือไง?”

“...”

ฉินเยว่นานเงียบไปนาน คำพูดนี้ทำเอาเธอถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว

จ้าวจยาหนิงเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออกก็หัวเราะออกมาเบาๆ

“โสดก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่นา เดี๋ยวนี้คนที่ไม่แต่งงานก็มีตั้งเยอะแยะ ใช้ชีวิตอิสระสบายๆ มีความสุขกว่าตั้งเยอะ”

“แต่ว่า! เธอไม่อยากจะลองสัมผัสกับความสุขแบบเฉพาะของผู้หญิงบ้างเหรอ?”

ความสุขแบบเฉพาะของผู้หญิง?

ฉินเยว่นานชะงักไปครู่หนึ่ง

จ้าวจยาหนิงเห็นแล้วก็โน้มหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูเธอทันที รอยยิ้มที่เคยดูเจ้าเสน่ห์ก็พลันเปลี่ยนเป็นดูเจ้าเล่ห์ขึ้นมาเล็กน้อย

ครู่ต่อมา

“โอ๊ย!”

ฉินเยว่นานยื่นมือไปหยิกแก้มของจ้าวจยาหนิงอย่างแรง สีหน้าดูทั้งอายทั้งโมโห

“ถ้าเธอพูดจาเหลวไหลอีก ฉันจะบิดปากเธอให้เบี้ยวเลยนะ!”

“อะไรคือพูดจาเหลวไหล? นี่มันเรื่องจริงนะ!”

จ้าวจยาหนิงลูบแก้มที่เจ็บแปลบพลางเถียงสุดฤทธิ์

“ผู้ชายน่ะคือการทำสวยที่ดีที่สุดนะ คำพูดนี้มันมีหลักฐานทางทฤษฎีรองรับเลยนะ! แล้วถ้าเจอคนที่เก่งเรื่องนั้นล่ะก็ ความสุขสุดยอดแบบนั้นมันจะทำให้เธอติดใจจนถอนตัวไม่ขึ้นเลยล่ะ!”

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 25: คุยส่วนตัวกับเพื่อนสนิท

ตอนถัดไป