บทที่ 26: ไอเดียติดเรท

บทที่ 26: ไอเดียติดเรท

“อื้อ—!”

ยังไม่ทันที่จ้าวจยาหนิงจะพูดจบ ฉินเยว่นานก็ลุกขึ้นยืนเอามือปิดปากเธอทันที มองซ้ายมองขวา พอเห็นว่าไม่มีใครสนใจทางนี้แล้วถึงจะถอนหายใจออกมาเบาๆอย่างโล่งอก

“อย่าพูดเชียวนะ!”

ฉินเยว่นานพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ใช้สายตาเตือนจ้าวจยาหนิง

ก็แหม... เธอรู้ดีอยู่แล้วว่าเพื่อนสนิทคนนี้ของเธอจะสามารถพูดเรื่องตลกติดเรทได้เก่งขนาดไหน

ถ้าไม่รีบห้ามเธอไว้ล่ะก็ เกรงว่าคงจะพูดจนผู้ชายอายม้วนไปเลยก็ได้

“ยังไงซะฉันก็พูดความจริง ไม่เชื่อก็แล้วแต่เธอแล้วกัน”

จ้าวจยาหนิงยักไหล่

“ถ้าเจอผู้ชายดีๆ สักคน เขาก็จะช่วยให้เธอประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้มากขึ้นนะ ความรักมันคือการเติมเต็มซึ่งกันและกัน”

“เธอจะแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวตลอดไปไม่ได้หรอกนะ หรือว่าตลอดเวลายี่สิบแปดปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยมีความคิดที่จะพึ่งพาคนอื่นเลยแม้แต่นิดเดียวเหรอ?”

“...”

ฉินเยว่นานเงียบไปอีกครั้ง

เป็นอย่างที่จ้าวจยาหนิงพูดจริงๆ เส้นทางที่เธอใช้เวลาเพียงแค่สามปีก็ก้าวขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของโฉ่งโย่วเจียได้นั้น มันไม่ได้ราบรื่นสวยหรูอย่างแน่นอน

ความเหนื่อยยากลำบากนั้น มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ดี

เธอก็เคยรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ อยากจะหยุดพักผ่อนอยู่หลายครั้งเหมือนกัน

แต่เธอทำไม่ได้

ความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฉินเยว่นานก็คือการซื้อบ้านอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ แล้วก็รับพ่อแม่ที่บ้านเกิดมาอยู่ด้วยกัน

นี่คือหนทางเดียวที่เธอจะสามารถก้าวข้ามชนชั้นได้!

ดังนั้นเธอจึงหยุดพักไม่ได้ ต้องพยายามให้มากขึ้นเป็นสองเท่า!

แต่ว่า...

ฉินเยว่นานทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา นวดขมับหลับตาพักผ่อน

ในตอนนี้ที่เธอรู้สึกเหนื่อยล้าไปทั้งตัว ในหัวกลับนึกถึงภาพตอนที่ไปเที่ยวเดินป่ากับหลินเซินขึ้นมา

สุดสัปดาห์นั้น เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของเธอในรอบหนึ่งปีเลยทีเดียว

ปล่อยสมองให้ว่างเปล่า ไร้กังวล ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น แค่เพลิดเพลินกับอิสรภาพ

ฉินเยว่นานจู่ๆ ก็เริ่มจะคิดถึงคำพูดของจ้าวจยาหนิงอย่างจริงจังขึ้นมา

“ช่วยเธอในเรื่องงานได้” “เธอจะติดนิสัยของเขา” ...

คุณสมบัติเหล่านี้ ดูยังไงก็เหมือนกำลังพูดถึงหลินเซินอยู่เลยนี่นา!

ฉินเยว่นานเบิกตากว้างทันที ริมฝีปากบางเม้มแน่น ลังเลอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะพูดออกมาอ้ำๆ อึ้งๆ

“ฉัน... เพิ่งจะรับผู้ช่วยมาคนหนึ่ง”

“ผู้ชายหรือผู้หญิง?”

“ผู้ชาย”

!?

ทันทีที่คำว่า “ผู้ชาย” หลุดออกมาจากปากของฉินเยว่นาน จ้าวจยาหนิงก็หูผึ่งตาลุกวาวทันที จ้องมองเธออย่างตั้งใจ

“เขาเป็นใคร?!”

“ฉันจะบอกไว้ก่อนนะ ฉันไม่ได้ชอบหรืออะไรเขาเลยทั้งนั้น แค่ชื่นชมในความสามารถของเขาเฉยๆ”

ฉินเยว่นานรีบออกตัวไว้ก่อน จากนั้นถึงจะค่อยๆ เล่าให้ฟัง

“เขาเป็นลูกน้องของฉันคนหนึ่ง ชื่อหลินเซิน”

“มีรูปไหม?”

รูปเหรอ...

ฉินเยว่นานเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า ตอนไปเดินป่ากับหลินเซินเธอถ่ายรูปคู่กันไว้ด้วย

เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมาก หยิบมือถือออกมาโชว์รูปให้จ้าวจยาหนิงดู

“เชี่ย! หล่อมาก!”

พอเห็นรูปเซลฟี่ของหลินเซินแล้ว จ้าวจยาหนิงก็ถึงกับอึ้งไปเลย หยิบมือถือขึ้นมาวิจารณ์ยกใหญ่

“ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วนใบหน้าหรือกรอบหน้า ก็หล่อระดับเทพบุตรชัดๆ! ผิวก็ยังดูแลดีขนาดนี้อีก ในหมู่ผู้ชายนี่มันหายากมากเลยนะ!”

“แล้วก็ดูสิ! ตาเขาเป็นประกายด้วยอ่ะ!”

“นั่นเป็นเพราะเขาสวมคอนแทคเลนส์ต่างหากล่ะ”

“อ๋อ ขอโทษที...”

จ้าวจยาหนิงแลบลิ้นออกมาเล็กน้อย ก่อนจะทำหน้าสงสัย

“นานนาน ทำไมเมื่อก่อนไม่เห็นเธอเคยพูดถึงเลยล่ะว่า ในบรรดาลูกน้องของเธอมีผู้ชายหล่อขนาดนี้อยู่ด้วย?”

“เขาเพิ่งจะลดความอ้วนเมื่อไม่นานมานี้เอง”

ฉินเยว่นานอธิบายเบาๆ

“เมื่อครึ่งเดือนก่อนเขายังดูธรรมดาๆ อยู่เลย ช่วงนี้เพราะอกหัก ก็เลยเปลี่ยนแปลงตัวเองไปมากขนาดนี้”

“นั่นก็แสดงว่าเขามีความอดทน นิสัยแน่วแน่ ไม่กลัวความลำบาก เป็นคนที่ไม่เลวเลยนะ”

จ้าวจยาหนิงจู่ๆ ก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ

“เพียงแต่คงจะไม่มีเงินเท่าไหร่”

“แล้วมันทำไมล่ะ?”

ฉินเยว่นานขมวดคิ้วเล็กน้อย พอได้ยินจ้าวจยาหนิงพูดถึงหลินเซินแบบนั้น ในใจเธอก็รู้สึกขัดๆ ขึ้นมาเล็กน้อย

“เงินมันก็ไม่ได้หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างเสียหน่อย”

“แต่มันสามารถรองรับทุกสิ่งทุกอย่างได้นะ”

จ้าวจยาหนิงคืนมือถือให้ฉินเยว่นานพลางยิ้ม

“แต่ก็ยังดีนะที่เธอมีเงิน เลี้ยงดูเขาน่ะไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”

“ฉันจ้างเขา ไม่ได้เลี้ยงดูเขาสักหน่อย”

ฉินเยว่นานเน้นเสียงอย่างเย็นชา

“การวิเคราะห์ธุรกิจสัตว์เลี้ยงของเขาลึกซึ้งมาก สัญชาตญาณทางธุรกิจก็เฉียบแหลมมาก เขาให้คำแนะนำเรื่องการดำเนินงานกับฉันเยอะเลยนะ”

“แล้วเธอทำอะไรให้เขาบ้างล่ะ?”

หืม?

คำถามสวนกลับของจ้าวจยาหนิงทำให้ฉินเยว่นานชะงักไปครู่หนึ่ง

ใช่สิ!

หลินเซินช่วยฉันมาตั้งเยอะแยะ แถมตอนไปเดินป่าก็ยังคอยดูแลฉันที่บาดเจ็บอย่างดีอีกด้วย

แล้วฉันล่ะ ให้อะไรเขาบ้าง?

เงินเดือนสี่พันกว่าหยวนต่อเดือนเหรอ?

นี่มันก็เป็นสิ่งที่เขาสมควรจะได้รับอยู่แล้วนี่นา!

“เธอมีข้อเสนอแนะอะไรไหม?”

ฉินเยว่นานลองเอ่ยปากถามดู

“ของขวัญที่จะให้ผู้ชายน่ะ เธอน่าจะรู้ดีอยู่แล้วนี่”

“นี่มันจะไปยากอะไรกันล่ะ?”

จ้าวจยาหนิงยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

“ใส่ถุงน่องสีดำลายตัวอักษรของ Balenciaga กับรองเท้าส้นสูงประดับเพชรของ Valentino แล้วก็โยนการ์ดห้องพักโรงแรมBvlgari ให้เขา พร้อมกับโน้มตัวไปกระซิบข้างหูเขาว่า...”

จ้าวจยาหนิงจู่ๆ ก็ลุกขึ้นโน้มตัวไปกระซิบข้างหูฉินเยว่นาน ลมหายใจหอมกรุ่น

“วันนี้พี่ปลอดภัยนะจ๊ะน้องชาย น้องต้องสู้ๆ นะจ๊ะ”

“ไปเล่นตรงโน้นไป!”

ฉินเยว่นานทนนิสัยที่ชอบพูดเรื่องตลกติดเรทได้ทุกที่ทุกเวลาของเพื่อนสนิทตัวเองไม่ไหวแล้วจริงๆ ผลักใบหน้าที่กำลังยิ้มทะเล้นของเธอออกไป

“จริงจังหน่อยสิ!”

“งั้นก็ต้องดูแล้วล่ะว่าเขาชอบอะไร”

จ้าวจยาหนิงกลับไปนั่งที่เดิม พลางนับนิ้วไล่ไปเรื่อยๆ

“อุปกรณ์เล่นเกม การ์ดจอคอมพิวเตอร์ สกินในเกม หรือไม่ก็มือถือ เสื้อผ้า กระเป๋า เข็มขัด แล้วแต่เธอเลย”

“ฉัน...”

ฉินเยว่นานอึ้งไปครู่หนึ่ง พูดอะไรไม่ออก

คบกับหลินเซินมาครึ่งเดือนแล้ว เธอยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าหลินเซินชอบอะไร

นอกจากกิจกรรมกลางแจ้งแล้ว เขายังมีงานอดิเรกอะไรอีกบ้างไหมนะ?

ฉินเยว่นานรู้สึกว่าการคิดเรื่องแบบนี้มันปวดหัวกว่าการทำงานประจำวันเสียอีก เธอยกมือกุมขมับ สีหน้าดูสับสน

“ดูท่าเธอจะยังไม่รู้จักเขาดีพอสินะ”

จ้าวจยาหนิงพูดแซว

“หรือว่าปกติพวกเธอสองคนคุยกันแต่เรื่องงานอย่างเดียวเลยเหรอ?”

“อืม”

“เธอยังจะมาอืมอีกเหรอ? ยัยบ้างานเอ๊ย!”

จ้าวจยาหนิงบ่นอย่างแรง

“ตอนนี้สิ่งที่เธอควรจะทำที่สุดก็คือ คุยกับเขาเรื่องชีวิตประจำวันบ้าง! เข้าใจไหม?”

“จะคุยยังไงล่ะ?”

เรื่องนี้มันเป็นจุดบอดความรู้ของฉินเยว่นานเลยทีเดียว ดวงตาของเธอดูใสซื่อและสับสนมาก

จ้าวจยาหนิงเห็นแล้วก็เริ่มจะสอนเทคนิคการสนทนาต่างๆ ให้กับเพื่อนสนิทคนนี้ของเธอ

ส่วนฉินเยว่นานจะเรียนรู้ไปได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ก็คงจะมีแต่เธอเท่านั้นที่รู้ดี

“มาแล้วค่ะ!”

ชุมชนหมินอัน อาคาร 5 ห้อง 403

พอกู้หว่านฉิงยกแกงเนื้อตุ๋นมะเขือเทศมันฝรั่งจานสุดท้ายออกมาจากห้องครัววางลงบนโต๊ะอาหารแล้ว หลินเซินถึงจะเพิ่งจะตระหนักได้ว่า ที่เธอบอกว่าทำกับข้าวเป็นน่ะ มันไม่ใช่แค่พูดเล่นๆ

ไข่ตุ๋น ไก่ผัดพริก

ถึงแม้จะเป็นกับข้าวบ้านๆ ธรรมดา หน้าตาก็ไม่ได้สวยงามอะไรนัก

แต่กลิ่นหอมที่โชยออกมากลับทำให้หลินเซินน้ำลายสอ สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วก็อดที่จะเอ่ยชมออกมาไม่ได้

“หอมจังเลย!”

“อิอิ”

กู้หว่านฉิงตักข้าวสวยส่งให้หลินเซิน แขวนผ้ากันเปื้อนกลับเข้าที่เดิมแล้วก็นั่งลงตรงข้ามเขา เท้าคางมองพลางยิ้ม

“พวกนี้เป็นกับข้าวของโปรดหนูเลยนะคะ! รีบชิมเร็วค่ะ”

“ครับ”

หลินเซินหยิบตะเกียบขึ้นมา ลองคีบเนื้อตุ๋นส่งเข้าปาก

เนื้อตุ๋นที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยรสมะเขือเทศ มีรสเปรี้ยวเจืออยู่นิดๆ กระตุ้นต่อมรับรสได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ รสชาติกลมกล่อมติดลิ้น

“อร่อยครับ”

หลินเซินจู่ๆ ก็รู้สึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมา

เรื่องที่มีความสุขที่สุดของคนเรา คงไม่มีอะไรเกินการได้กินกับข้าวร้อนๆหอมๆอร่อยๆอีกแล้ว!






ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 26: ไอเดียติดเรท

ตอนถัดไป