ฉันจะทำอย่างไรดี !
ลายเส้นภาพวาดของซีซีอยู่ในระดับเดียวกันกับเด็กทั่วไป แต่จากมุมมองของแนวคิดและองค์ประกอบทางศิลปะ ซีซีถือว่าเก่งกว่าเด็กคนอื่นมากเลยล่ะ!
ดวงตาของหยางยี่เป็นประกาย ซึ่งหลังจากที่ชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าตัวเล็กแล้ว เขาก็พูดว่า "ซีซี ให้ปาป๊าสอนวาดรูปให้เอามั้ย ?"
ในชีวิตที่แล้ว ที่ค่ายฝึกของนักฆ่า หยางยี่ได้เรียนรู้ทักษะมามากมาย เช่น การเล่นเปียโน การเล่นหมากรุก การคัดลายมือและการประดิษฐ์ตัวอักษร เขาจึงเข้าใจทักษะทุกประเภท เพราะนี่เป็นทักษะขั้นพื้นฐานของการปลอมตัว!
แม้ว่าหยางยี่จะไม่ชอบวาดภาพมากนัก แต่เขากลับสนใจเรื่องของดนตรีเป็นพิเศษ และในช่วงเวลาว่าง เขาก็มักจะฟังเพลงกับดูหนัง
จะมีก็แค่บางครั้งเท่านั้นที่เขานั่งว่างๆฝึกวาดภาพในเซฟเฮาส์ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม แต่หลังจากออกจากค่ายฝึก เขาก็ไม่ได้ฝึกฝนทักษะพวกนี้อีกเลย
แค่เขาไม่พูดออกไป ซีซีก็ไม่รู้หรอกว่าเขาวาดไม่เก่ง!
จากนั้นหยางยี่ก็เริ่มแสดงฝีมือในการวาดของเขาให้ซีซีดู
ภายใต้ดวงตาที่คาดหวังของเจ้าตัวเล็ก หยางยี่ก็ได้หยิบดินสอสีดำขึ้นมาร่างภาพเบาๆ และหลังจากที่ขีดเส้นไปไม่กี่ครั้ง รูปของเด็กผู้หญิงผมยาวก็ค่อยๆปรากฏขึ้นมาบนกระดาษ
มันเป็นเพียงทักษะการวาดภาพดาดๆที่ติดมากับชีวิตก่อนหน้านี้ของเขาเท่านั้น ซึ่งรูปร่างหน้าตาของเด็กผู้หญิงผมยาวที่เขาวาดนั้นก็คล้ายกับซีซีอย่างมาก และเด็กผู้หญิงผมยาวที่เขาวาดก็สวมชุดเดรสลายลูกไม้ ถุงน่องสีขาวและรองเท้าหนังสีดำเหมือนกับที่ซีซีกำลังสวมอยู่ตอนนี้!
นอกจากนี้ หยางยี่ก็จงใจวาดหัวของเด็กผู้หญิงให้ใหญ่กว่าปกติ และวาดดวงตาให้กลมโตเหมือนในอนิเมะ ส่วนผมของเด็กผู้หญิงก็ตรงเหมือนกับสายน้ำตก น่ารักมาก!
“หูวว ปาป๊า ปาป๊าวาดเก่งมากเลย!” ซีซีชอบมันมาก เธอไม่สามารถละสายตาได้เลย เธอเปิดปากเล็กๆของเธอขึ้นมาและพูดด้วยความชอบใจ
ซึ่งเมื่อหยางยี่ได้ฟังคำชมจากลูกสาวของเขา ความรู้สึกที่ว่าเขานั้นประสบความสำเร็จก็ล้นหลามออกมา!
แม้ว่าเขาจะพูดอย่างระมัดระวังมาโดยตลอดเพราะกลัวถูกเปิดเผย แต่สุดท้ายหยางยี่ก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไป "ซีซี ลูกบอกได้ไหมว่าเด็กผู้หญิงที่พ่อวาดคือใคร"
ในตอนที่อยู่ในค่ายฝึกของทหาร เสียงของหยางยี่นั้นค่อนข้างจะดังและหนักแน่นอย่างมาก แต่เมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับลูกสาวของเขา เขาก็มักจะทำเสียงอ่อนโยนผิดกับร่างกายที่ใหญ่โต ซึ่งเมื่อชาติที่แล้วของเขา เขาเป็นคนเย็นชาและไม่เคยพูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้เลย!
“หนูรู้ หนูรู้ว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นก็คือซีซีนั่นเอง!” ซีซีชี้ตัวเองอย่างเขินอาย เธอหัวเราะคิกคักแล้วกระโจนตัวเข้าไปในอ้อมแขนของพ่อ และเผยให้เห็นแววตาอันอบอุ่นของเธอ
…..
ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมงตรง หยางยี่กำลังสอนซีซีให้วาดภาพ และเขาก็คอยช่วยเจ้าตัวเล็กเติมภาพวาดหยาบๆของเธอทีละนิดให้ออกมาสวยงาม
ในช่วงเวลานี้ ซีซีมีความสุขอย่างมาก เธอยิ้มออกมาให้เห็นถึงฟันสีขาวพร้อมกับหัวเราะอย่างสนุกสนาน
ซึ่งเจ้าตัวเล็กยังไม่รู้ ว่าพ่อของเธอเองก็มีความสุขมากเช่นกัน! แต่เนื่องจากหยางยี่กังวลว่าเขาจะถูกเปิดเผยตัวตน เขาเลยระมัดละวังในสิ่งที่ตัวเขาจะทำในแต่ละอย่าง
บางทีซีซีก็คงจะรู้สึกแล้วว่าพ่อที่อยู่ข้างหน้าของเธอ ไม่ใช่พ่อที่เงอะงะและน่าเบื่อแบบที่เคยเป็นเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป! แต่สายตาของเธอก็ดูไม่ได้ระแวงเขาสักเท่าไหร่ เด็กตัวเล็กขนาดนี้ คงจะแยกไม่ออกหรอกมั้งว่าใครเป็นใคร?
อันที่จริง ถ้าเป็นหยางยี่คนก่อน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องวาดภาพเล่นกับลูกเลย แค่เขาจะชื่นชมภาพวาดของซีซีก็ถือเป็นเรื่องยากแล้ว แต่ดูเหมือนตอนนี้ซีซีจะไม่ได้สงสัยเลยว่าทำไมพ่อของเธอถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้!
เพราะตอนนี้ เจ้าตัวเล็กแทบจะคลั่งใคล้ในตัวของคุณพ่อคนนี้ไปอย่างสมบูรณ์
......
ช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัว ดวงตะวันลับขอบฟ้าไปทางทิศตะวันตก และไฟตามถนนก็สว่างขึ้นมาทีละนิด
ซีซีที่เหนื่อยกับการเล่นมาตลอดทั้งวัน และเมื่ออยู่ภายใต้การกล่อมของหยางยี่ เธอก็ได้ผล็อยหลับไปอย่างสนิท
หยางยี่นอนกอดซีซีอยู่ตรงกลางของเตียงอย่างทะนุถนอม จากนั้นเขาก็วางหมอนเล็กๆไว้ใต้หัวของเธออย่างระมัดระวัง และรวบผมยาวนุ่มของเธอขึ้นเพื่อไม่ให้รู้สึกรำคาญ
ในเดือนเมษายน ความหนาวเย็นในต้นฤดูใบไม้ผลิยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่พระอาทิตย์ตกดิน อากาศจะเย็นลงกว่าปกติ หยางยี่เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าและหยิบผ้าเช็ดตัวขึ้นมา ขนาดของมันไม่บางและไม่หนาจนเกินไป จากนั้น เขาก็ห่มมันให้ซีซีอย่างอ่อนโยน
“เอาล่ะ คำถามในตอนนี้คือ คืนนี้เราจะกินอะไรดี?” หยางยี่ปิดประตูห้องนอนอย่างระมัดระวัง เขาแตะคางแล้วครุ่นคิดอยู่สักพัก
เขาอาศัยอยู่ในห้องที่มีพื้นที่ประมาณ 20 ตารางเมตร ซึ่งถึงจะมีห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัวและห้องน้ำ แต่แน่นอนว่าทุกห้องนั้นแคบมาก โดยเฉพาะห้องครัว!
แค่วางเตากับอ่างล้างจานก็เต็มแล้ว พื้นที่ที่เหลืออันน้อยนิดจนแทบจะขยับไม่ได้!
มันลำบากมากๆที่จะขยับไปรอบๆ…
ถึงชีวิตที่แล้วของเขาจะมีความมั่งคั่ง มีที่ดินมากมาย และอาศัยอยู่ในคฤหาสน์... แต่หยางยี่ก็ไม่ใช่คนจู้จี้จุกจิก เขาเปิดตู้เย็นและหยิบถุงข้าวที่หยางยี่คนก่อนซื้อเอาไว้ออกมา จากนั้นเขาก็คิดว่าจะเตรียมอาหารเย็นอะไรให้ซีซีดี!
เมื่อพูดถึงการทำอาหาร หยางยี่ก็ถือว่าเป็นแค่มือใหม่ เขาทำได้แค่หุงข้าวขาวด้วยตัวเองเท่านั้น และอาหารที่พอจะทำได้ตอนนี้ก็มี มัสตาร์ด ผักมะกอก ผักต้มราดซีอิ๊ว
ในอีกด้านหนึ่ง เนื่องจากรายได้และข้อจำกัดทางการเงินที่ต่ำของหยางยี่ เขาจึงประหยัดและเก็บเงินทั้งหมดของเขาเอาไว้ให้ลูก
เขาซื้อของทุกอย่างที่ลูกต้องการ และเวลาเขาอยู่อยู่กับซีซี - ฉันบอกได้เลยว่าความรักของหยางยี่ที่มีต่อลูกสาวของเขานั้นเหนือกว่าทุกสิ่งในโลกนี้อย่างแน่นอน
ในทางกลับกัน หยางยี่ก็ไม่มีความรู้ในการทำอาหารเลย
แต่หยางยี่คนปัจจุบันแตกต่างออกไป ชีวิตก่อนของเขาอยู่คนเดียวมาตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้สกิวการทำอาหารของเขานั้นถือว่าใช้ได้ แถมเขาสามารถทำอาหารได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารจีนหรืออาหารฝรั่งก็ตาม!
ตอนนั้น ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเขา เขาทำได้เพียงแค่ชื่นชมอาหารที่ตัวเองเป็นคนทำอยู่คนเดียว แต่ในตอนนี้ เขากำลังจะทำอาหารให้เจ้าตัวเล็กกิน คงต้องจริงจังหน่อยแล้วล่ะ!
อย่างไรก็ตาม หยางยี่เกาหัวของเขาอย่างรวดเร็ว
“ฉันไม่เคยปรุงอาหารให้เด็กผู้หญิงกินนี่สิ!” เขาส่ายหัวพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างแปลกๆ
ในตู้เย็นมีไข่เพียงไม่กี่ฟอง และมีไส้กรอกแฮมที่เหลืออยู่นิดหน่อย แล้วก็ผักกาดขาวที่หยางยี่เก็บไว้นานหลายปี…
ข้าวในถังข้าวยังพอมีเหลือเฟือ อย่างไรก็ตาม เกรงว่าฝีมือหุงข้าวของหยางยี่จะทำให้รสชาติของอาหารจานนี้ไม่อร่อย…
หยางยี่สามารถเลี้ยงดูเจ้าตัวเล็กได้ แต่เขาไม่อยากจะใช้ "อาหารหมู" เหล่านี้เพื่อนำมาทำอาหารให้เจ้าตัวเล็กกิน!
อย่างไรก็ตาม เวลานี้มันก็สายเกินไปแล้วที่จะไปช้อปปิ้ง แถมหยางยี่ก็เช่าบ้านในทำเลที่ห่วยแตกมาก ต้องใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงในการเดินไปยังตลาดที่ใกล้ที่สุด และหยางยี่ก็ไม่อยากทิ้งให้ซีซีอยู่คนเดียวในห้องด้วย
แล้วเราจะทำอะไรเป็นอาหารเย็นดีล่ะ?
ทันใดนั้น หยางยี่ก็หันความสนใจไปที่กล่องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่วางอยู่ตรงมุมห้อง
นี่คงเป็นอาหารของหยางยี่ร่างเดิมที่ซื้อเอาไว้กินหลังกลับมาจากกะดึก เพราะบางครั้งความเหนื่อย ความหิว คงทำให้เขาไม่สามารถรอข้าวให้สุกได้ เลยหันมากินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แล้วเอาเวลาที่เหลือไปนอนพักผ่อนแทน
"บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นอาหารที่ทำได้ไว เป็นของดีสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา" เมื่อเขามองดูบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เหลืออยู่ครึ่งกล่อง ความทรงจำของหยางยี่ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ปรากฏขึ้นมาทันที จากนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้า
หยางยี่ส่ายหัวและสลัดเอาความคิดนี้ออกไป เขาเริ่มมีไอเดียสำหรับอาหารค่ำคืนนี้แล้ว