ราชินีหิมะ
"อร่อยจัง! ซีซีชอบมากเลย!" เจ้าตัวเล็กยิ้มให้พ่อของเธอพร้อมกับจับหน้าท้องที่พองโตและเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างพึงพอใจ
ถึงในชามจะยังมีเส้นบะหมี่เหลืออยู่บ้าง แต่มันก็เป็นเพราะว่าเจ้าตัวเล็กกินไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
ซึ่งในความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นไข่ที่นุ่มนิ่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่หอมกรุ่น หรือผักกาดขาวที่ชุ่มฉ่ำ ซีซีชอบอาหารเหล่านี้มาก มันทำให้เธอกินอาหารมากขึ้นกว่าเดิมตั้ง 10%!
“พรุ่งนี้พ่อจะออกไปซื้ออาหารมาเพิ่ม และจะทำอาหารอร่อยๆให้หนูกินอีกนะ!” หยางยี่ยิ้มเล็กน้อย ซึ่งในตอนนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะดูสงบ แต่ใจจริงของเขากำลังรู้สึกภาคภูมิใจอย่างมาก!
เนื่องจากเมื่อก่อนเขาอยู่เพียงคนเดียวและทำได้แค่ชื่นชมฝีมือตัวเองในการทำอาหารเท่านั้น ผิดกลับตอนนี้ ที่เจ้าตัวเล็กกำลังชื่นชมเขาอยู่ แล้วเขาจะไม่รู้สึกภาคภูมิใจได้อย่างไร?
ด้วยความหิวโหยของหยางยี่ เขาจึงเทบะหมี่ที่เหลือของซีซีลงในชามของตัวเองและกินอย่างเอร็ดอร่อย
...
แม้ว่าหยางยี่จะตัดสินใจพาซีซีไปสวนสนุกในวันพรุ่งนี้ ตามความปรารถนาของซีซี แต่คืนนี้เขาจะต้องทำยังไงต่อดี ?
เขาต้องนั่งเล่นนั่งคุยกับซีซีต่อไปหรือเปล่า?
ในหมู่บ้านแห่งนี้ ไม่มีที่สำหรับให้เด็กๆเล่นเลย และหยางยี่ที่ไม่มีความคิดดีๆก็ได้นั่งคิดอยู่นานก่อนที่เขาจะมีความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว
“ซีซี เดี๋ยวพ่อจะเล่านิทานให้หนูฟังนะ” หยางยี่พูดพร้อมกับเช็ดศีรษะให้เจ้าตัวเล็กที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ
ซึ่งหลังจากอาบน้ำแล้ว ซีซีก็กลับมาเป็นสาวน้อยที่เงียบสงบและน่ารักอีกครั้ง เธอนั่งอย่างเชื่อฟังไม่ซุกซนและปล่อยให้พ่อของเธอหวีผมอย่างง่ายดาย แล้วเนื่องจากเธอมีพันธุกรรมของโม่เฟย เธอจึงสวยตั้งแต่ยังเด็กและมีผมยาวสลวยสวยสง่างามอย่างมาก
และถึงแม้ว่าซีซีจะมาหาพ่อของเธอเพียงแค่สองวันเท่านั้น แต่โม่เฟยก็ได้เตรียมกระเป๋าใบใหญ่ซึ่งข้างในก็มีชุดนอนสำหรับซีซีใส่เอาไว้หลายชุด และตอนนี้ เขาก็กำลังสวมชุดนอนลายกระต่ายสีชมพูให้กับซีซีอยู่ เนื่องจากว่ามันเป็นตัวการ์ตูนที่เธอโปรดปรานมากที่สุดนั่นเอง
สิ่งนี้ ทำให้หยางยี่ไม่ต้องคิดมากเลยว่าจะสวมเสื้อตัวไหนให้กับเธอ!
”ปาป๊าจะเล่านิทานอะไรให้ซีซีฟังหรอ?” เจ้าตัวเล็กถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ เพราะพ่อของเธอไม่เคยอ่านนิทานก่อนนอนให้ฟังเหมือนกับที่แม่ของเธอทำมาก่อน!
แต่เมื่อหยางยี่บอกว่าจะเล่านิทาน! ซีซีก็ไม่ได้สงสัยอะไรเลย เธอพยักหน้าอย่างตื่นเต้นและพูดอย่างมีความสุข “ ซีซีน่ะชอบฟังนิทานที่สุดเลย!”
เขาจะเล่าเรื่องอะไรดีล่ะ? ชีวิตที่แล้วของหยางยี่ เขาอยู่ในค่ายฝึกนักฆ่าตั้งแต่ยังเด็ก อย่าว่าแต่นิยายเลย นิทานเขาก็ยังไม่เคยได้อ่านด้วยซ้ำ! เขารู้แค่ว่ามีนิยายดังๆของแอนเดอร์สันกับนิทานดังๆของกริม แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้สนใจอยู่ดี!
ดังนั้น หยางยี่จึงย้ายเป้าหมายในการเล่านิทานของเขาไปเป็นเรื่องจากภาพยนตร์ที่เขาเคยดูแทน เพราะภาพยนตร์และหนังแอนิเมชั่นก็ได้รับความนิยมมากมายหลายเรื่อง และในฐานะของคนรักหนัง เขาก็ไม่เคยพลาดเลย!
“อะแฮ่ม!” หยางยี่กระแอมเบาๆและเริ่มเล่าเรื่องด้วยความประหม่า “นานมาแล้ว ในอาณาจักรอาเรนเดลที่ล้อมรอบด้วยทะเลและมีทิวทัศน์ที่สวยงาม มีผู้หญิงตัวเล็กที่น่ารักสดใสอยู่สองคน และพวกเธอก็คือเจ้าหญิง……”
ตอนนี้ เรื่องที่หยางยี่นำมาเล่า ก็ได้ทำให้ซีซีถูกดึงดูดเข้าไปในเหคุการณ์แล้ว
ความทรงจำของหยางยี่นั้นดีมาก ขนาดเขาได้ดูเพียงแค่ครั้งเดียว เขาก็สามารถจำรายละเอียดของหนังได้หมดทุกอย่าง เขาเล่าต่อ "... พี่สาวมีชื่อว่าเอลซ่า และน้องสาวมีชื่อว่าแอนนา แอนนานั้นเป็นคนตลกและมีชีวิตชีวา เธอชอบเล่นกับพี่สาวของเธออย่างมาก"
ใช่แล้ว เรื่องที่หยางยี่นำมาเล่าก็คือหนังแอนิเมชั่นจากเรื่อง โฟรเซ่น (ชื่อในไทย ผจญภัยปริศนาราชินีหิมะ) ที่โด่งดังไปทั่วโลกในขณะนั้นนั่นเอง!
ซีซีกระพริบตาที่กลมโตของเธอและถามอย่างสงสัย " ปาป๊า ทำไมชื่อของพวกเขาถึงดูเหมือนคนอเมริกัน?"
สหรัฐอเมริกาในโลกนี้ก็เหมือนกับสหรัฐอเมริกาในโลกก่อนของหยางยี่ ซึ่งมันตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือและเป็นหนึ่งในประเทศที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ซึ่งซีซีก็ได้เกิดที่สหรัฐอเมริกา แต่เธอก็ไม่ได้ย้ายสัญชาติไปเป็นของสหรัฐอเมริกา เพราะสุดท้าย โม่เฟยก็ตั้งใจพาซีซีย้ายกลับมายังประเทศจีน
หยางยี่ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า "พวกเขาไม่ใช่คนอเมริกัน แต่ก็อย่างที่ลูกคิด พวกเขานั้นเป็นคนต่างชาติ"
จากนั้น เรื่องราวที่ถูกขัดจังหวะโดยเจ้าตัวเล็กก็ได้ดำเนินต่อ หยางยี่พูดเนื้อเรื่องออกมาได้สมจริงอย่างมาก!
สถานการณ์ของเรื่องดำเนินไปได้อย่างยอดเยี่ยม เสียงที่พูดออกมาของหยางยี่ทั้งนุ่มและลื่นไหลน่าฟังเป็นอย่างมาก นึกไม่ถึงจริงๆว่าชีวิตที่แล้วของเขาจะเคยเป็นนักฆ่ามาก่อน“คนพี่ที่ชื่อเอลซ่านั้นมีความสามารถทางเวทย์มนตร์ เธอสามารถปล่อยน้ำแข็งและหิมะออกมาได้ตั้งแต่เธอยังเด็ก แค่เธอขยับแขนของเธอก็จะมีเกล็ดหิมะออกมามากมาย และถ้าหากเธอสัมผัสสิ่งใด สิ่งนั้นก็จะกลายเป็นน้ำแข็งทันที... "
สายตาของซีซีแกว่งไปตามแขนของพ่อที่ทำท่าทางให้ดู ราวกับว่าเธอกำลังเห็นเกล็ดหิมะลอยอยู่จริงๆ ใบหน้าเล็กๆของเธอแสดงให้เห็นถึงความจริงจังและอยากมีพลังแบบนั้นอย่างมาก
"วิเศษ อัศจรรย์!"
“แต่นี่ไม่ใช่เรื่องดี!” หยางยี่กล่าวต่อ “คืนหนึ่ง แอนนานอนไม่หลับ เธอจึงวิ่งไปปลุกพี่สาวของเธอและบอกกับพี่ว่าเธอต้องการเล่นกับตุ๊กตาหิมะ!”
”เธอพูดว่า พี่สร้างตุ๊กตาหิมะให้หน่อยได้ไหม?” ซีซีรู้ว่าตุ๊กตาหิมะคืออะไร นั่นทำให้ดวงตากลมโตของเธอสว่างขึ้นมาทันที เหมือนกับแอนนาน้องสาวผู้น่ารักในเรื่องนั่นเอง
หยางยี่เล่าให้ซีซีฟังถึงฉากที่เอลซ่ากับน้องสาวของเธอกำลังจะมาเล่นหิมะในพระราชวังขนาดใหญ่ เอลซ่าทำให้หิมะปะทุขึ้นมาอย่างน่ามหัศจรรย์ เธอเปลี่ยนหิมะหนาทึบเป็นตุ๊กตาหิมะชื่อว่าโอราฟ และพวกเธอก็เล่นสเก็ตหิมะด้วยกันอย่างมีความสุข …
ทุกฉากชวนฝัน ล้วนมีเสน่ห์และน่าหลงใหล
อันที่จริง นอกจากหยางยี่จะเป็นนักฆ่าที่แข็งแกร่งในชีวิตก่อนหน้านี้แล้ว เขายังเก่งเรื่องวรรณกรรมและมีความสามารถในการพรรณนาที่แข็งแกร่งอีกด้วย ทำให้เรื่องราวที่เขาเล่าออกไปไม่ต่างอะไรกับการนั่งดูหนังเลย ซึ่งส่งผลให้ซีซีที่ฟังอยู่นั้นถึงกับ "เห็น" ภาพฉากนี้
เจ้าตัวเล็กพูดขึ้นมาด้วยความอิจฉาว่า "ซีซียังไม่เคยเล่นหิมะเลย! ทำไมมาม๊าถึงไม่พาซีซีไปเล่นตอนอยู่ที่นู้นนะ”
“นั่นเป็นเพราะการเล่นหิมะเป็นสิ่งที่อันตราย! โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหนูที่มีขนาดใกล้เคียงกับแอนนาตอนนี้!” หยางยี่พยักหน้าและลูบไปที่ศีรษะของซีซีเบาๆ
เรื่องราวได้ดำเนินต่อไปอย่างช้าๆ ซึ่งเมื่อซีซีได้ยินว่าแอนนาได้รับบาดเจ็บจนหมดสติ เจ้าตัวเล็กก็คว้ามือของพ่อเธอมาจับอย่างประหม่า และผิวอันบอบบางของมือเล็กๆก็มีเหงื่อไหลออกมาอย่างมากมาย
โชคดีที่คุณปู่ของเผ่าโทรลล์สามารถช่วยชีวิตของแอนนาเอาไว้ได้ แต่มันก็ต้องแลกกับการถูกลบความทรงจำที่เกี่ยวกับเวทมนตร์ของเอลซ่าเช่นกัน
ซีซีไม่เข้าใจเนื้อเรื่องในตอนนี้ ดวงตาโตของเธอกะพริบและรู้สึกสับสนอย่างมาก
แต่อย่างไรก็ตาม หยางยี่ก็ยังเล่าถึงเหตุการณ์ตอนตื่นของแอนนาด้วยเสียงต่ำต่อ ” พระราชาทรงบอกกับเอลซ่าที่เป็นลูกของตนเองว่า ลูกต้องอย่ารู้สึกกับเรื่องที่ผ่านมาและควบคุมพลังนี้ให้ได้ ซึ่งในระหว่างนั้น เขาก็ได้แยกเอลซ่ากับแอนนาออกจากกัน “
“ แอนนาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเอลซ่าพี่สาวสุดที่รักของเธอถึงได้ขังตัวเองอยู่ในห้องคนเดียวและไม่ยอมออกมาเล่นกับเธอ แม้ว่าแอนนาจะมาร้องเพลงอยู่ที่หน้าประตูห้องของเอลซ่าทุกวัน แต่เพื่อปกป้องน้องของเธอ เอลซ่าจึงเลือกที่จะไม่สนใจ...”
และก่อนที่เขาจะรู้สึกตัว ดวงตากลมโตของซีซีก็เต็มไปด้วยน้ำตามากมายแล้ว เป็นเพราะเธอคงจะรู้สึกถึงความเหงาของแอนนา - เนื่องจากภาพลักษณ์ที่พิเศษของโม่เฟ่ย จึงทำให้ซีซีแทบจะไม่เคยได้เล่นกับเด็กคนอื่น ๆเลย!
“จะทำยังไงดีปาป๊า เราจะช่วยเธอยังไงดี? จะช่วยแอนนา จะช่วยพี่เอลซ่าได้ยังไง...” หัวใจอันอ่อนนุ่มของเจ้าตัวเล็กกำลังรู้สึกเศร้า เธอจับมือของพ่อแล้วสะอื้นอกกมา
หยางยี่รีบนั่งลงและกอดเจ้าตัวเล็กพร้อมกับลูบหัวน้อยๆของเธอ "ไม่ต้องกังวลนะลูก ยังมีเบื้องหลังของเรื่องนี้อีกมากมาย!"
ค่ำคืนยังอีกยาวไกล ซึ่งเมื่อหยางยี่กำลังจะเล่าเรื่องนี้ต่อ ซีซีก็ได้หลับไปในอ้อมแขนของเขาแล้ว!