บทที่ 12 พบเพื่อนนักเรียนเก่า

บทที่ 12 พบเพื่อนนักเรียนเก่า
“จางเซวียน”
ขณะที่เขากำลังสงสัย เสียงที่ฟังดูเชยๆ ก็ดังเข้ามาในหู ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร ต้องเป็นเพื่อนนักเรียนเก่าอย่างหยางหย่งเจี้ยนแน่นอน
พอมองหยางหย่งเจี้ยน ที่แสนจะเชยสะบัดเดินมานั่งลง เขาก็เบื่อผมเปียเขาแกะ สองข้างของเธอเต็มทน สิบกว่าปีแล้ว ทำไมไม่เปลี่ยนทรงผมบ้างเลยนะ?
ถ้าพูดถึงแม่สาวคนนี้ ชาติก่อนเธอเปิดบริษัทการค้าระหว่างประเทศอยู่ที่เมืองเซินเจิ้น อาศัยอยู่ในคอนโดหรู ขับรถเบนซ์ เป็นเศรษฐีสิบล้านอย่างไม่ต้องสงสัย
ตอนที่เขาเป็นครู เธอก็คอยช่วยเหลือเขาอยู่ไม่น้อย มักจะแบ่งงานบริษัทการค้าระหว่างประเทศของเธอมาให้เขาทำเป็นงานพิเศษเพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในบ้าน สรุปคือ รายได้จากงานพิเศษทั้งปี ยังเยอะกว่าเงินเดือนงานประจำของเขาเสียอีก แถมยังเยอะกว่ามากด้วย
แม้ว่าเธอจะรวยมาก แม้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะแนบแน่นเหมือนเหล็กกล้ามาทั้งชีวิต แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ตายตัวที่จางเซวียน มีต่อผู้หญิงคนนี้เลย เชย เชยจนฝุ่นจับ เชยไปจนถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณมาตลอดชีวิต
จางเซวียน ช่วยสั่งเกี๊ยวน้ำชามใหญ่ให้แล้วถามว่า “จะปีใหม่แล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมเธอมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ ลงมาจากภูเขาสูงนั่นได้ยังไง?”
หยางหย่งเจี้ยน ในชุดเสื้อสเวตเตอร์ไหมพรมสีเทาหม่นๆ ถลึงตาใส่เขาหนึ่งที ก่อนจะสวนกลับอย่างไม่เกรงใจ “ไม่เจอกันแค่ปิดเทอมฤดูหนาว ทำไมนายยังดูกะล่อนไม่เลิกแบบนี้?”
จางเซวียนยิ้ม “ฉันเลือกปฏิบัติต่างหากเล่า ความสนิทสนมจริงใจแบบนี้มีให้แค่เพื่อนเก่าอย่างเธอเท่านั้นแหละ เธอดูสิ ฉันเคยเป็นแบบนี้กับคนอื่นที่ไหน?”
หยางหย่งเจี้ยนเอียงคอจ้องมองเขาแล้วพูดจริงจัง “ก็ดูเหมือนจะจริงนะ ปกตินายจะทำตัวเป็นสุภาพบุรุษแสนดีกับคนอื่น หรือเวลาอยู่ต่อหน้าผู้หญิงสวยๆ อย่างหมี่เจี้ยน ก็ยิ่งทำตัวเงียบขรึม แถมยังหน้าแดงอีก”
พอถูกขุดเรื่องเก่าขึ้นมา จางเซวียน ก็เริ่มไม่สบอารมณ์ทันทีเขารีบโต้กลับ “พอเลยๆ จะจบไม่จบ เรื่องไร้สาระตั้งแต่ปีหนึ่งยังจะจำอีกเหรอ? อีกอย่าง ตอนนั้นผู้ชายที่หน้าแดงในห้องมีแค่ฉันคนเดียวซะที่ไหน?”
เมื่อเห็นว่าได้เปรียบแล้วหยางหย่งเจี้ยนก็เปลี่ยนเรื่องทันที “เมื่อเช้าฉันเดินผ่านหน้าบ้านนาย กะว่าจะเรียกอยู่หรอก แต่เห็นที่บ้านนายกำลังทะเลาะกันเสียงดัง เลยไม่กล้าเข้าไป เกิดอะไรขึ้นเหรอ ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วใช่ไหม?”
“ไม่เป็นไรแล้ว” จางเซวียน อธิบายคร่าวๆ จบก็ถามต่อ “เธอมาถึงในเมืองแล้ว ทำไมไม่ไปหาตู้ซวงหลิง ล่ะ?”
หยางหย่งเจี้ยนตอบ “เธอไปหาพี่สาวที่ฉางซา พรุ่งนี้ถึงจะกลับมา”
พอพูดถึงตรงนี้เธอก็ถามอย่างสงสัย “นายมาในเมืองบ่อยๆ ไม่รู้เหรอว่าซวงหลิงไปฉางซา หรือว่าไม่เคยไปหาเธอเลย?”
“ยุ่งมาก ไม่มีเวลาไปหา” จางเซวียนตอบตามตรง
หยางหย่งเจี้ยน มองเขาด้วยสายตากึ่งยิ้มกึ่งไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้อีก
เกี๊ยวน้ำ มาเสิร์ฟแล้ว ทั้งคู่ต่างก้มหน้าก้มตากินอย่างเงียบๆ แม้จะไม่พูดอะไรกัน แต่ก็ไม่รู้สึกอึดอัดเลย เพราะต่างฝ่ายต่างคุ้นเคยกันดีเกินไป อย่างไรเสียก็เป็นทั้งเพื่อนนักเรียนและเพื่อนกันมาตั้งแต่ประถมจนถึงตอนนี้ จะพูดมากหรือพูดน้อยกว่านี้สักคำก็ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
พอกินเกี๊ยวน้ำ เสร็จ จางเซวียน ก็รีบชิงจ่ายเงิน
หยางหย่งเจี้ยน รู้สถานการณ์ทางบ้านของเขาดี พอออกจากร้านเธอก็พยายามจะคืนเงินให้เขา
จางเซวียนขมวดคิ้วไม่ยอมรับ “เราไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน ทำตัวห่างเหินไปได้”
หยางหย่งเจี้ยน พูดว่า “ระหว่างเราสองคนไม่จำเป็นต้องมาเกรงใจอะไรกันแล้วมั้ง หนึ่งหยวนห้าเหมาสำหรับฉันไม่ใช่เงินน้อยๆ สำหรับนายก็เหมือนกัน ใครจะดีไปกว่าใครกัน?”
พูดจบ เธอก็ยิ้มออกมาอย่างจริงใจ “นายรู้ไหม จริงๆ แล้วฉันไม่ได้กะจะกินเกี๊ยวน้ำ เลยแต่เห็นนายมัวแต่นั่งลอบมองเจ๊เจ้าของร้านอยู่ในร้าน ฉันเลยเข้าไปจับผิดซะหน่อย แต่นายก็ช่างนะ อ้าปากก็สั่งชามใหญ่ให้ฉันเลย ชามเล็กก็พอแล้วไหม เปลืองเงินฉันชะมัด”
แม้แม่สาวคนนี้จะปากคอเราะร้าย แต่เธอก็ยังยัดเงินใส่มือเขาจนได้ สุดท้ายยังพูดแซวอีกว่า “เงินของเราสองคนต่างก็มีน้อย แต่นายก็ถึงวัยที่แอบชอบใครได้แล้ว เก็บเงินไว้เลี้ยงคนนั้นในอนาคตดีกว่า ผู้ชายถ้าไม่มีเงินติดตัวเลย ต่อไปจะหาแฟนยากนะ”
ในเมื่อพูดกันถึงขนาดนี้แล้ว และเขาก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายนิสัยเป็นยังไง จางเซวียนเลยขี้เกียจจะยื้อยุดอีก ปล่อยตามใจเธอเถอะ
ครู่ต่อมา เขาถามอย่างไม่เข้าใจ “ฉันเห็นเธอมาถึงตอนนี้ยังไม่ได้ซื้ออะไรเลย เธอมาในเมืองเพื่อเดินเล่นเฉยๆ เหรอ?”
หยางหย่งเจี้ยน ตอบ “เปล่า ฉันมารอพ่อน่ะ วันนี้เขาไปทำงานเสริมเพิ่งกลับมา”
พูดพลางเธอก็บอกต่อ “นายกลับไปก่อนเถอะ แม่นายสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง อย่ามัวแต่อู้ รีบกลับไปช่วยท่านทำงานบ้านเถอะ”
“……”
จางเซวียน ถึงกับพูดไม่ออก นิสัยขี้เกียจมาตั้งแต่เด็กของเขาถูกคนอื่นจับได้อีกแล้ว แต่จริงๆ ก็โทษเขาไม่ได้หรอกนะ สมัยที่พ่อยังอยู่ แม่ของเขาตามใจจนเคยตัว
ตอนนั้นหร่วนซิ่วฉิน ไม่ยอมให้เขาทำอะไรเลย เอาแต่ให้อ่านหนังสือ หรือไม่ก็ปล่อยให้ไปวิ่งเล่น อ้างว่าเป็นการพักผ่อนหย่อนใจ ก็มีแต่แม่เขานี่แหละ
ต่อมาพอพ่อเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ เขาก็อยากจะช่วยงานที่บ้านมากขึ้น แต่โชคร้ายที่ตอนนั้นเขาอยู่ ม.3 แล้ว โรงเรียนก็ไกล แถมการเรียนก็หนัก โดยพื้นฐานเลยไม่ค่อยได้อยู่บ้าน
เพราะกลัวว่าเพื่อนจะยืนหนาวอยู่คนเดียว หลังจากที่จางเซวียน ไปซื้อยาเบื่อหนูกลับมา เขาก็ยังยืนรอเป็นเพื่อนเธอต่ออีกชั่วโมงกว่า จนกระทั่งพ่อของเธอที่ไปขุดถ่านหินกลับมาลงจากรถ เขาจึงมองตามสองพ่อลูกไปจับจ่ายซื้อของปีใหม่ แล้วค่อยนั่งมอเตอร์ไซค์ของโอวหยางหย่งกลับหมู่บ้านซ่าง
พอถึงสี่แยกหลังจากช่วยยกกระเป๋าเดินทางลงโอวหยางหย่งก็ถามขึ้นว่า “เมื่อกี้ไอ้ผอมสูงตัวดำๆ นั่น พ่อของเพื่อนนายเหรอ?”
จางเซวียน พยักหน้า “อืม”
“เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ ทำไมผอมขนาดนั้นล่ะ?”
“อาจจะเกี่ยวกับงานขุดถ่านหินน่ะ ได้ยินมาว่าเขาเป็นโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ด้วย”
โอวหยางหย่งอาสา“เดี๋ยวฉันไปรับพวกเขากลับเอง”
จางเซวียนถามอย่างสงสัย “ไปหมู่บ้านหย่งซิง ที่อยู่บนเขานั่น ปกตินายคิดเท่าไหร่?”
โอวหยางหย่ง ตอบ “20 หยวน”
จางเซวียนเลิกคิ้ว “แพงขนาดนั้นเลย?”
โอวหยางหย่ง อธิบายว่า “นี่ยังแพงอีกเหรอ? เพื่อนนายอยู่บนภูเขาสูงลูกนั้นเลยนะ จากหมู่บ้านเราขึ้นไปต้องผ่านทางภูเขาอีก 7 กิโลเมตร มีแต่เหวอันตรายทั้งนั้น ตกกลางคืนต่อให้ให้เงินมากกว่านี้ฉันก็ไม่กล้าขึ้นไปหรอก”
จางเซวียนส่ายหน้า “งั้นก็ช่างเถอะ พวกเขาไม่ยอมจ่าย 20 หยวนนั่นหรอก”
โอวหยางหย่งผิวปากแล้วหัวเราะ “ผลการเรียนเธอเจ๋งขนาดนั้น ได้ที่หนึ่งตลอด อีกไม่นานก็ได้เป็นนักศึกษาแน่ๆ ฉันถือกล้าลงทุน เห็นแก่นาย ฉันไม่เก็บเงินเธอแล้วกัน”
แล้วเขาก็นึกอะไรขึ้นได้เลยพูดต่อ “ความสัมพันธ์พวกนายก็ดีขนาดนี้ อนาคตถ้าเผื่อได้เป็นสามีภรรยากันขึ้นมา ก็ถือเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว นั่นมันเรื่องน่ายินดีชัดๆ”
จางเซวียน โบกมือไล่อย่างรังเกียจ ทำนองว่าไสหัวไปไกลๆ เลย รีบๆ ไปซะ
…..
คืนนั้น จางเซวียน ที่อดนอนทบทวนบทเรียนจนถึงตีสอง ก็เผลอฟุบหลับคาโต๊ะหนังสืออีกครั้ง แถมยังฝันไปด้วย
ในฝันมีเด็กสามคนเป็นเด็กผู้หญิงสองคน เด็กผู้ชายหนึ่งคน คอยตามตื๊อเขาไม่เลิก พวกเขาร้องไห้ตะโกนว่า ‘เอาพ่อของฉันคืนมา’ และตะโกนแบบนั้นซ้ำๆ ตลอดทั้งคืน พอเห็นว่าอ้อนวอนไปก็ไร้ประโยชน์ เด็กทั้งสามคนก็เงื้อขวานฟืนขึ้นมาฟันที่หัวใจของเขา
จางเซวียนสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจเขายังคงขวัญเสียเล็กน้อย พลางใช้นิ้วมือกดนวดระหว่างคิ้ว
เขายังจำได้ชัดเจนเด็กสามคนในฝันนั้น ก็คือลูกๆ ของพี่สาวคนโตในชาติก่อนของเขานั่นเอง นี่พวกเขากำลังมาทวงคืนหยางเอินเต๋อจากเขา
‘เจ้าเด็กเหลือขอสามคนนี้ กล้าดียังไงมาทำแบบนี้กับน้าของพวกแก! นี่ฉันหวังดี ช่วยพวกแกเปลี่ยนครอบครัวที่ดีขึ้นให้แล้ว เข้าใจบ้างไหม?’
‘โบราณว่าไว้นกฉลาดเลือกกิ่งไม้เกาะ คนฉลาดเลือกคู่ครองที่ดี พวกแกควรรู้จักพอใจ ควรรู้จักทะนุถนอม…’
‘ช่างเถอะ’ พึมพำปลอบใจตัวเองไปได้ครึ่งหนึ่ง จางเซวียน ก็มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างรู้สึกหมดอาลัยตายอยาก ‘นี่เราเกิดใหม่มาครึ่งปีแล้วแท้ๆ แต่ในจิตใต้สำนึกก็ยังคงยึดติดกับชาติที่แล้วไม่ยอมลืม…’

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 12 พบเพื่อนนักเรียนเก่า

ตอนถัดไป