บทที่ 146 ฉันเคยบอกว่าชอบนายเหรอ?

บทที่ 146 ฉันเคยบอกว่าชอบนายเหรอ?
นึกถึงฉากแต่ละฉากที่ได้รู้จักกับจางเซวียน
เสี่ยวสืออีรู้ชัดแจ้งว่ารูปร่างหน้าตาและบุคลิกของตนเองนั้นโดดเด่นเหนือใครในบรรดาคนรุ่นเดียวกันขนาดไหน และมีพลังทำลายล้างมากเพียงใด แต่ตอนที่จางเซวียนเจอเธอครั้งแรก แม้จะอดไม่ได้ที่จะมองเพิ่มอีกสองสามแวบ แต่กลับเป็นการมองด้วยสายตาชื่นชม
นึกถึงไหวพริบและอารมณ์ขันตอนเขาเดินหมากรุก ความเป็นธรรมชาติและมีระเบียบแบบแผน นึกถึงท่าทางผ่อนคลายยามพูดคุยบนโต๊ะอาหาร
นึกถึงความดุดันตอนเขาตีแบดมินตัน นึกถึงเรื่องที่พวกผู้หญิงในห้องแอบวิจารณ์เขาในหอพัก
นึกถึงเรื่องที่เขามาจากชนบท แต่กิริยาวาจากลับเปิดเผยลื่นไหล ไม่มีความรู้สึกด้อยค่าเหมือนเด็กนักเรียนชนบทคนอื่นๆ ในห้อง
นึกถึงนามปากกา ซานเยว่
เสี่ยวสืออีพลันตื่นรู้ว่าจางเซวียนไม่ค่อยเหมือนกับเด็กผู้ชายคนอื่น
เมื่อก่อนก็แค่รู้สึกว่าเขาแปลกแยกนิดหน่อย แต่ไม่คิดว่าจะแปลกแยกถึงระดับนี้ อยู่ ม.6 ก็เป็นนักเขียนขาประจำของนิตยสารจืออิน และ Youth Digest แล้ว
ตอนนี้ยิ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเขียนผลงานวรรณกรรมออกมาอีก!
เสี่ยวสืออียังคิดโดยไม่รู้ตัวว่า จางเซวียนมีพรสวรรค์ขนาดนี้ แต่คนรอบข้างกลับน้อยคนนักที่จะรู้ เธอต้องช่วยเขาเก็บความลับ จะให้คนอื่นรู้ไม่ได้
***
"อ่ะ"
"ขอบคุณ"
แม้จางเซวียนจะแปลกใจนิดหน่อยที่คนรินชาเปลี่ยนจากหยางม่านจิงกลายเป็นเสี่ยวสืออี แต่ก็ยังพูดขอบคุณตามมารยาท
เสี่ยวสืออีทรุดตัวลงนั่งข้างๆ อย่างเป็นธรรมชาติ เตือนด้วยเสียงนุ่มๆ ว่า "เพิ่งต้มเดือดๆ ระวังลวกนะ"
จางเซวียนพยักหน้า ไม่ได้ต่อบทสนทนา
พอเห็นเขาเริ่มดูหมากรุก เสี่ยวสืออีก็ไม่พูดอะไรอีก ตั้งใจดูหมากรุกตามไปด้วย
ทำเอาหยางม่านจิงที่แอบสังเกตการณ์อยู่ถึงกับเอ๋อ แย่งรินชาเพื่อจะพูดแค่ประโยคเดียวว่า ‘เพิ่งต้มเดือดๆ ระวังลวกนะ’ เนี่ยนะ?
หยางม่านจิงรู้สึกว่ามันตลกสิ้นดี แต่เธอก็รู้สึกว่าเรื่องราวไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น ทว่าจนหมากรุกจบกระดาน ทั้งสองคนก็ยังไม่คุยกัน เสี่ยวสืออีไม่ได้มองจางเซวียนอีกเลยด้วยซ้ำ เอาแต่จดจ่ออยู่กับการดูหมาก
เรื่องนี้ทำให้หยางม่านจิงขบคิดไม่ตก ในใจคิดว่า นี่คือกลยุทธ์ขั้นสูงสุด แกล้งปล่อยเพื่อจับให้อยู่หมัด? หรือว่าหวั่นไหวจริงๆ กันแน่?
แต่ที่ทำให้หยางม่านจิงพูดไม่ออกยิ่งกว่าคือ ตอนกินข้าว เดิมทีเธอนั่งติดกับลูกพี่ลูกน้อง แต่เสี่ยวสืออีกลับยิ้มอย่างสำรวม แล้วใช้เท้าเตะเธอใต้โต๊ะทีหนึ่ง
หยางม่านจิงเข้าใจความหมายทันที ลุกขึ้นแล้วเป็นฝ่ายพูดกับเสี่ยวสืออีว่า "ฉันขอแลกที่กับเธอหน่อย วันนี้ฉันต้องดื่มกับป้าฉินให้เต็มที่สักหน่อย"
ฉินเยว่หมิงได้ยินแบบนี้ หน้าตาก็บานเป็นกระด้ง ถูกใจมาก ยื่นมือดึงหยางม่านจิงมาข้างกาย เรียกลูกสาวอย่างนั้นลูกสาวอย่างนี้
หลังจากเปลี่ยนที่นั่ง พอกินข้าวไปได้ครึ่งทาง จู่ๆ เสี่ยวสืออีก็กระซิบเบาๆ ว่า "ปลาเก๋าจุดฟ้าตัวนี้ใช้ได้เลยนะ นายลองชิมดูสิ"
จางเซวียนย่อมรู้อยู่แล้วว่าปลาเก๋าจุดฟ้าเป็นของดี ของหายากในยุคหลัง
แต่เขาจะทำลายภาพลักษณ์ตัวเองไม่ได้ไง เขาไม่ชอบกินอาหารทะเล
เสี่ยวสืออีเห็นท่าทางนั้น ก็ดูเหมือนจะรู้ความคิดเขา จากนั้นท่ามกลางความประหลาดใจของคนทั้งโต๊ะ เธอก็ยื่นมือคีบปลาชิ้นหนึ่งให้เขา
เผชิญกับสายตาของทุกคน เธอยังคงสงบนิ่งและพูดอย่างเป็นธรรมชาติว่า "มาเรียนทางนี้แล้ว ทำไมถึงไม่กินอาหารทะเลล่ะ นายลองดูสิ รสชาติดีจริงๆ นะ"
หยางอิ๋งม่านเหลือบมองฉินเยว่หมิงโดยสัญชาตญาณ แล้วก็หัวเราะพลางพูดตามว่า "จางเซวียน ปลาเก๋าจุดฟ้านี่ของดีนะ คุณลุงบ้านป้าอุตส่าห์ไปหามาจากเพื่อน ลองชิมดู น่าจะพอกินได้นะ"
จิ๊!
จางเซวียนดูออกแล้ว วันนี้คนโต๊ะนี้มีรังสีแปลกๆ
หยางอิ๋งม่านก็แปลก เสี่ยวสืออียิ่งแปลก
เขากลัวว่าขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ฉินเยว่หมิงจะยิ่งแปลกหนักเข้าไปใหญ่...
"ครับ" เจอกับความกระตือรือร้นของคุณป้าสะใภ้ จางเซวียนผู้รู้สึกไม่เข้าพวกไปทั้งตัวทำได้แค่ตอบรับไปคำหนึ่ง นี่คือหวานใจของหร่วนเต๋อจื้อเชียวนะ จะเสียมารยาทไม่ได้
กับข้าวดี บรรยากาศทุกคนก็ไม่เลว กินกันจนอิ่มแปล้
หร่วนเต๋อจื้อหาไม้แบดมินตันออกมา แล้วเรียกจางเซวียนไปตีเป็นเพื่อน โวยวายว่าจะลดความอ้วน
จางเซวียนเหน็บแนมเสียงเบา "คุณน้าครับ วันนี้น้าล่อข้าวไปสี่ชามนะ"
หร่วนเต๋อจื้อยิ้มละไมพลางว่า "ต้องกินให้อิ่มถึงจะมีแรงลดความอ้วน"
เห็นจางเซวียนยังอยากจะพูดสวน หร่วนเต๋อจื้อก็รีบเปลี่ยนเรื่องทันที "ที่บ้านเกิดหิมะตกแล้ว บ้านก็สร้างเสร็จแล้ว ปีนี้ฉันตั้งใจจะพาป้าสะใภ้กับน้องสาวแกกลับไปฉลองปีใหม่ที่บ้านเกิด"
จางเซวียนฟังแล้วงงไปหน่อย มองไปทางหยางอิ๋งม่านที่อยู่ด้านหน้า แล้วถามว่า "ป้าสะใภ้ยอมเหรอครับ?"
หร่วนเต๋อจื้อพูดอย่างดีใจ "เราตกลงกันเรียบร้อยแล้ว"
หยางอิ๋งม่านยอมไปฉลองปีใหม่ในหุบเขาพวกนั้นแล้ว?
เป็นเพราะบ้านวิลล่าหรือเปล่านะ?
จางเซวียนรู้สึกแปลกๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าแปลกตรงไหน?
เหลือบมองหร่วนเต๋อจื้อทีหนึ่ง แล้วเหลือบมองหยางอิ๋งม่านอีกที ก็ยังรู้สึกแปลก...
ช่างเถอะ คิดไม่ออกก็ไม่คิดแล้ว เปลืองเซลล์สมองเปล่าๆ จะเป็นยังไงก็เรื่องของพวกเขา พวกเขาอยากเล่นอะไรก็ปล่อยเขาเล่นไป
ยังไงซะดวงอาทิตย์ก็ยังขึ้นทางทิศตะวันออก ตกทางทิศตะวันตกเหมือนเดิม ไม่กระทบกระเทือนถึงเขาอยู่แล้ว
แบดมินตันอีกแล้ว
คราวนี้ชายวัยกลางคนขี้เกียจจะตบเด็กแล้ว เสิร์ฟตามมาตรฐาน รับลูกตามมาตรฐาน แบบนี้สวัสดีเธอสวัสดีฉันสวัสดีทุกคน ทุกคนได้เสพความสุขจากการตีแบด
เพียงแต่การวิ่งไปวิ่งมาแบบนี้มันเหนื่อยไปหน่อย ไม่มีความสะใจจากการไล่ตบคนอื่นเลย
พอตีจนเสี่ยวสืออีต้องยอมแพ้อีกครั้ง จางเซวียนก็หอบแฮ่กๆ เหมือนกัน มือล้าขาชา เหนื่อยจนใจสั่นหวิวๆ พับผ่าสิไม่ไหวแล้ว ตีต่อไม่ได้แล้ว
"เธอมาเล่นเถอะ ฉันพักแป๊บ" จางเซวียนส่งไม้แบดให้หยางม่านจิงที่อยู่ใกล้ที่สุด เอามือปาดเหงื่อบนหน้า แล้วไปนั่งพักที่ขั้นบันได กลายเป็นคนดูบ้าง
จางเซวียนไม่ไหวแล้ว เสี่ยวสืออียิ่งอาการหนักกว่า ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ แล้วพูดเสียงอ่อยว่า "นายออมมือให้ฉันหน่อยไม่ได้หรือไง?"
จางเซวียนชำเลืองมองแล้วพูดว่า "ฉันอยากให้เธอพูดโดยใช้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีบ้าง"
ดวงตาเสี่ยวสืออีเป็นประกาย "แต่ความจริงคือนายก็ยังตบฉันจนหมอบอยู่ดีนี่นา"
"......" มุมปากจางเซวียนกระตุก เขาไม่รู้ว่าแม่สาวน้อยคนนี้ตั้งใจ หรือว่าไม่ได้คิดอะไร
เห็นเขาพูดไม่ออก เสี่ยวสืออีก็อมยิ้ม ถามเสียงเนิบๆ ว่า "นายอยากดื่มน้ำอัดลมอะไร? ฉันเลี้ยงเอง"
จางเซวียนตอบว่า "ไม่เป็นไร ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่"
ได้ยินคำนี้ ลูกตาเสี่ยวสืออีก็กลอกไปมา แล้วพูดว่า "งั้นนายเลี้ยงฉันหน่อยสิ ฉันอยากกินน้ำอัดลมเอเชีย"
จางเซวียนชำเลืองมองเธออีกครั้ง "ฉันไม่ได้พกตังค์มา"
เสี่ยวสืออีหันข้างมองเขา "ฉันให้ยืม"
คุยมาถึงตรงนี้ ต่อให้เป็นคนโง่ก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น แม่สาวคนนี้กำลังปั่นหัวเล่น
จางเซวียนขมวดคิ้ว พูดอย่างไม่สบอารมณ์ "นี่เป็นวิธีจีบผู้ชายของเธอเหรอ?"
เสี่ยวสืออีเบิกดวงตาที่เต็มไปด้วยความเฉลียวฉลาด ทำหน้าไร้เดียงสาบอกว่า "จีบเจิบอะไรกัน ฉันก็แค่ต้องการเป็นเพื่อนกับนาย"
จางเซวียนมองตาเธอ พูดอย่างจริงจัง "ฉันมีแฟนแล้ว"
ดวงตาเสี่ยวสืออีเป็นประกายขึ้นอีกครั้ง "นายมีแฟนแล้ว ก็คบเพื่อนต่างเพศไม่ได้แล้วเหรอ?"
จางเซวียนพูดว่า "ขอโทษที ฉันไม่คบเพื่อนต่างเพศที่มีเจตนาแอบแฝง"
เสี่ยวสืออีเงยหน้าถาม "อะไรเรียกว่าเพื่อนต่างเพศที่มีเจตนาแอบแฝง?"
จางเซวียนมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า "เธอว่าไงล่ะ?"
เผชิญหน้ากับสายตาพิจารณาของเขา เสี่ยวสืออีถามกลับอย่างสงบนิ่งสุดๆ ว่า "ฉันเคยบอกว่าชอบนายเหรอ?"
จางเซวียน "......"
เสี่ยวสืออีถามต่อ "ฉันเคยแสดงความรักต่อนายไหม?"
จางเซวียน "......"
เสี่ยวสืออีกุมมือประสานไว้ที่หน้าท้อง สุดท้ายก็ถามด้วยน้ำเสียงที่ขึงขังเป็นพิเศษว่า "งั้นเพื่อนนักเรียนจางเซวียน ฉันเคยยั่วยวนนายขึ้นเตียงหรือเปล่า?"

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 146 ฉันเคยบอกว่าชอบนายเหรอ?

ตอนถัดไป