บทที่ 184 ทั่วหล้าไม่มีใครไม่รู้จักท่าน

บทที่ 184 ทั่วหล้าไม่มีใครไม่รู้จักท่าน
ลมเหนืออันหนาวเหน็บกำลังคำราม ต้นสน ต้นฉำฉา ต้นไม้ผลัดใบ ยืนต้นเดียวดายอยู่ท่ามกลางหิมะขาวโพลนสุดลูกหูลูกตา
ในโบกี้รถไฟอากาศค่อนข้างเย็น จางเซวียนลุกขึ้นไปช่วยห่มผ้าให้ซวงหลิง เหลือบมองหยางหย่งเจี้ยนกับซุนจวิ้นที่หลับสนิทไปแล้ว แล้วก็ค่อยๆ นั่งลงที่เดิม
ของมีค่าเยอะเกินไป เขาไม่กล้านอน
ถ้าเกิดโจรตาถั่วที่ไหนฉกเป้ใส่ต้นฉบับ เฉียนฟู ไป มีหวังได้ร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่
น่าเบื่อ...
สายตากวาดไปกวาดมา ก็ไปหยุดอยู่ที่สาวสะพรั่งเจ้าเนื้อฝั่งตรงข้ามอีกจนได้
สาวสะพรั่งเจ้าเนื้อเหลือบมองตู้ซวงหลิงที่นอนหลับอยู่เตียงกลางฝั่งตรงข้าม แล้วเอ่ยปากทักทายจางเซวียนว่า "พวกเธอก็เป็นคนเมืองซ่าวเหมือนกันใช่ไหม?"
จางเซวียนบอกว่าใช่ แล้วอยากจะถามกลับไปเหลือเกินว่า ธุรกิจร้านตัดผมของพวกคุณเป็นยังไงบ้าง?
พอเห็นว่าเป็นคนบ้านเดียวกัน สาวสะพรั่งเจ้าเนื้อก็สนใจขึ้นมา ถามต่อว่า "พวกเธออยู่อำเภอไหน?"
จางเซวียนขี้เกียจพูดมาก ตอบห้วนๆ ว่า "ตำบลเฉียนครับ"
สาวสะพรั่งเจ้าเนื้อเอามือเท้าคาง ยิ้มถามว่า "อุ๊ย บังเอิญจังเลย ฉันก็อยู่ตำบลเฉียนเหมือนกัน เธออยู่ส่วนไหนของตำบลเฉียน? ในตัวตำบล หรือว่าอยู่หมู่บ้านข้างล่าง?"
เฮ้ย! ยัยนี่พูดมากชะมัด ได้คืบจะเอาศอก
ไม่เห็นเหรอว่าฉันไม่อยากคุยด้วย กำลังตอบส่งๆ อยู่น่ะ?
บ้าเอ๊ย!
ฉันอุตส่าห์วางความแค้นในชาติก่อนลงแล้วนะ เธอจะบีบให้ฉันปากเสียใส่ให้ได้ใช่ไหม?
จางเซวียนเลยทำท่าดีใจพูดว่า "ทางแยกสือเหมินคุณรู้จักไหม?"
ผู้หญิงคนนั้นตอบ "รู้จักสิ"
จางเซวียนพูดอีก "ข้างทางแยกสือเหมินมีสัตวแพทย์แซ่หลิวอยู่คนหนึ่ง คุณเคยได้ยินไหม?"
สาวสะพรั่งเจ้าเนื้อชะงักไปนิดหนึ่ง พยักหน้าอย่างดีใจ "สัตวแพทย์หลิวฉันคุ้นเคยดี"
คิดในใจว่าสัตวแพทย์หลิวคือพ่อของฉัน จะไม่คุ้นเคยได้ยังไงล่ะ?
ตอนนั้นเอง จางเซวียนจ้องตาเธอเขม็ง พูดอย่างมีความนัยว่า "ผมก็คือลูกชายของสัตวแพทย์หลิวไงครับ คุณรู้จักผมไหม?"
จางเซวียนกะจะพูดต่ออีกว่า ทำมาหากินอยู่ที่จางมู่โถว
แต่สุดท้ายก็ยั้งปากไว้
อย่างที่เขาว่าไว้ ไว้ไมตรีวันหน้าจะได้มองหน้ากันติด
ถุย วันหน้าก็ไม่ต้องเจอกัน!
เป็นไปตามคาด สาวสะพรั่งเจ้าเนื้อได้ยินประโยคนี้ ก็จ้องเขาตาค้างไปหลายวินาที จากนั้นก็พลิกตัว ดึงผ้าห่มคลุมโปงปิดหู หลอกตัวเองไปเรียบร้อย
***
รถไฟวิ่งฉึกฉัก ผ่านเมืองเชินโจว เหิงหยาง จูโจว โหลวตี่
สุดท้ายก็มาถึงเมืองซ่าวในยามเช้าตรู่
หยางอวิ๋นและภรรยามารอที่สถานีรถไฟตั้งนานแล้ว
พอเจอกัน สองสามีภรรยาก็เหมือนเป็ดน้อยไล่จับกันบนหิมะ ส่ายก้นดุ๊กดิ๊ก เดินขากางๆ เข้ามาทักทายอย่างกระตือรือร้น
ช่วยยกกระเป๋า แล้วถามว่า "น้องชาย พวกเธอหิวกันหรือยัง? ไป ที่บ้านเตรียมกับข้าวร้อนๆ ไว้แล้ว ไปหาอะไรรองท้องกันก่อน"
จางเซวียนหิวจนจะตาลายแล้ว มีหรือจะเล่นตัว?
แนะนำตู้ซวงหลิงและเพื่อนอีกสามคนง่ายๆ แล้วก็ตามพี่สะใภ้ฮุยกลับไปที่ตึกแถวหอพัก
เข้าบ้าน เปลี่ยนรองเท้า
จางเซวียนพบว่าบ้านก็ยังเป็นบ้านหลังเดิม สองห้องนอนสองห้องนั่งเล่นเหมือนเดิม
แต่เวลาผ่านไปแค่ครึ่งปี ภายในห้องกลับเปลี่ยนแปลงไปราวกับคนละโลก
เฟอร์นิเจอร์เก่าหายไปหมดแล้ว เปลี่ยนเป็นของดีทันสมัยทั้งหมด
จางเซวียนลองนั่งโซฟาผ้าบุดีไซน์เก๋ไก๋ แล้วถามว่า "พี่สะใภ้ โซฟานี่ไม่เลวนะ ซื้อมาจากไหนครับ?"
พี่สะใภ้ฮุยรินชาร้อนๆ ให้ทุกคนแล้วตอบว่า "ฝากคนหิ้วมาจากเมืองฉางซาน่ะ"
จากนั้นเธอก็ถามอย่างรู้ทันว่า "น้องชาย สนใจเหรอ?"
จางเซวียนพยักหน้า ยิ้มพูดว่า "ก็สร้างบ้านใหม่แล้วนี่ครับ ต้องหาเฟอร์นิเจอร์ทันสมัยมาแต่งบ้านหน่อย พี่ชายพี่สะใภ้มีลู่ทาง ช่วยสั่งให้ผมสักสองชุดสิครับ"
หยางอวิ๋นพูดแทรกขึ้นมาว่า "จะเอาราคาประมาณไหน?"
จางเซวียนเดินสำรวจโซฟาและเฟอร์นิเจอร์อย่างละเอียดอีกรอบ แล้วบอกว่า
"เอาตามมาตรฐานของพวกพี่เลยครับ ถ้ามีคุณภาพหรือดีไซน์ที่ดีกว่านี้ก็ได้ ช่วยสกรีนให้ผมหน่อย เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา"
จากนั้นเขานึกอะไรขึ้นได้ ก็กำชับว่า "ช่วยเร่งให้หน่อยนะครับ ยิ่งเร็วยิ่งดี ผมต้องใช้ก่อนปีใหม่"
หยางอวิ๋นกับสามีรู้ว่าเขาไม่ขัดสนเรื่องเงิน มองหน้ากันแวบหนึ่ง ไม่ได้พูดเรื่องเงินให้มากความ ยิ้มรับปากเรื่องนี้
หยางหย่งเจี้ยนกับซุนจวิ้นเห็นท่าทางป๋าของเขา ก็ไม่ได้พูดอะไร ไม่ได้แปลกใจด้วย
ถึงจะไม่รู้ความจริง ไม่รู้ว่าในกระเป๋าจางเซวียนมีเงินเท่าไหร่?
แต่ทั้งสองคนชินชาไปนานแล้ว
หรือจะพูดว่า ด้านชากันไปนานแล้ว
จะบอกยังไงดี ตอนนี้ในอาณาเขตตำบลเฉียน จะบอกว่าทั่วหล้าไม่มีใครไม่รู้จักท่านก็อาจจะเวอร์ไปหน่อย
แต่ชื่อเสียงนักเขียนใหญ่จางเซวียน บวกกับความอิจฉาริษยาเรื่องบ้านเดี่ยวหลังนั้น เป็นที่รู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองมานานแล้ว
จางเซวียนกลายเป็น ลูกบ้านอื่น ในปากของผู้ปกครองเหล่านั้นไปโดยสมบูรณ์
กินข้าวเสร็จ จางเซวียนที่รักสะอาดนิดหน่อยก็ไปอาบน้ำ
แต่พอออกมาจากห้องน้ำ เขาก็รู้สึกไม่ดีเลย
เพราะได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง โทรศัพท์จากตู้เค่อต้ง
ตู้เค่อต้งบอกในโทรศัพท์ว่า: หิมะตกหนักเกินไป ถนนปิด รถเก๋งไม่กล้าวิ่ง ให้พวกเขานั่งรถบัสขนาดกลางที่พันโซ่ล้อกลับมา
แม่งเอ๊ย กลุ้มใจชะมัด ต้องนั่งรถบัสอีกแล้ว ต้องเมารถอีกแล้ว
เดินมาที่หน้าต่าง มองไปทางวิทยาลัยครูซ่าวหยาง
รำพึงในใจ: ไม่รู้ว่าหมี่เจี้ยนปิดเทอมหรือยัง? เธอจะแอบคิดถึงฉันบ้างไหมนะ? จะรอฉันไปกินข้าวด้วยอยู่หรือเปล่า?
หมี่เจี้ยน เธอติดข้าวฉันอยู่มื้อหนึ่งนะ
พอพูดถึงกินข้าว...
จางเซวียนถึงนึกขึ้นได้ว่า ตัวเองเหมือนจะติดค้างข้าวเว่ยเวยอยู่มื้อหนึ่ง
ผัดผ่อนมานานแล้ว
ไม่ได้การ ต้องหาวันอากาศดีๆ ไปเลี้ยงคืนสักมื้อ ถือโอกาสตีแบดมินตันกับเว่ยเวยด้วย...
ซื้อยาแก้เมารถมาแล้ว
ยังแวะไปธนาคารการก่อสร้างจีน จางเซวียนเปิดบัญชีเงินฝากเล่มใหม่
เงิน 233,500 หยวนที่พี่สะใภ้ฮุยโอนให้ จางเซวียนฝากเข้าบัญชี 200,000 หยวน
ส่วนเงินสด 33,500 หยวนที่เหลือ เขาตั้งใจจะให้หร่วนซิ่วฉิน 30,000 หยวน
เก็บไว้ใช้เอง 3,500 หยวน
***
9 โมงกว่า
หยางอวิ๋นใช้เส้นสายส่วนตัวติดต่อรถบัสขนาดกลางได้คันหนึ่ง จองที่นั่งแถวหน้าสุดที่ดีที่สุดไว้ 4 ที่นั่ง แล้วมารับพวกเขาที่สถานีรถไฟ
ขนสัมภาระพะรุงพะรังขึ้นรถ
ก่อนไป จางเซวียนจงใจทิ้งกระสอบป่านที่มีสัญลักษณ์สีดำไว้ให้หยางอวิ๋นและพี่สะใภ้ฮุยหนึ่งกระสอบ
โบกมือลาแล้วพูดว่า "นี่เป็นอาหารทะเลแห้งที่ผมหิ้วมาจากกว่างโจว ข้างในมีคู่มือการทำที่ผมเขียนด้วยลายมือ ทำตามคู่มือนั้นได้เลย ง่ายๆ ไม่ยากหรอกครับ ไปแล้วนะ!"
พูดจบ จางเซวียนไม่รอให้ทั้งสองคนตอบกลับก็กระโดดขึ้นรถ ประตูปิด สั่งคนขับรถออกรถทันที
หยางอวิ๋น พี่สะใภ้ฮุย และซุนฝูเฉิง อุ้มเชียนเชียน โบกมือลาท่ามกลางหิมะตกหนัก จนกระทั่งรถบัสเลี้ยวโค้งหายลับไปถึงได้หันหลังกลับขึ้นตึก
ตอนนั้นเองซุนฝูเฉิงที่เงียบมาตลอดก็ถอนหายใจพูดว่า "พวกแกสองผัวเมียมีน้องชายอย่างจางเซวียน ก็นับเป็นวาสนาที่ทำมาแปดชาติ ปีเดียวเขาเดินไปได้ไกลเท่ากับคนอื่นเดินทั้งชีวิต"
หยางอวิ๋นและพี่สะใภ้ฮุยหัวเราะร่า เห็นด้วยกับคำพูดนี้เป็นที่สุด
เชียนเชียนรีบเปิดกระสอบป่าน คว้าปลิงทะเลขึ้นมาสองสามตัวแล้วถามว่า
"แม่ ไอ้ดำๆ นี่คืออะไร?"
หยางอวิ๋นกับพี่สะใภ้ฮุยตาบอดสี ไม่รู้จัก
กลับเป็นซุนฝูเฉิงที่รอบรู้ รับไปดูแล้วบอกว่า "นี่คือปลิงทะเล ปลิงทะเลรังนกที่หนูพูดถึงบ่อยๆ นั่นแหละ"
ได้ยินดังนั้น เชียนเชียนแทบจะกระโดดตัวลอย ชูมือร้องอย่างดีใจว่า "คุณตา หนูจะกินปลิงทะเล"
ซุนฝูเฉิงพยักหน้ายิ้ม ลูบหัวหลานสาวแล้วพูดว่า "ได้ เดี๋ยวตาทำให้กิน"

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 184 ทั่วหล้าไม่มีใครไม่รู้จักท่าน

ตอนถัดไป