ค่าตอบแทน

หลัวจินหรงปกปิดบ้านลับของเขาเอาไว้ได้ดีมาก เพราะหากมีขโมยเข้ามาและเห็นสร้อยทองกับเงินในลิ้นชักแบบนี้ล่ะก็ มันก็คงจะหลอกขโมยกระจอกๆให้เอาไปแค่นั้นได้


แต่หยางยี่ไม่ใช่ เขาไม่มีทางถูกหลอกง่ายๆด้วยวิธีแบบนี้แน่นอน เขาหรี่ตาและเดินสำรวจแผนผังของบ้านอย่างรอบคอบ


และไม่นานนัก เขาก็เห็นเบาะแสภายในบ้านหลายๆอย่าง


“ก๊อก ก๊อก...”


หยางยี่เคาะไปยังผนังที่หนาแปลกๆตรงทางแยกของห้องกินข้าว ซึ่งเสียงของมันก็ไม่ทื่ออย่างที่ควรจะเป็น แถมมันยังก้องกว่าปกติอีกด้วย เห็นได้ชัดว่าข้างในนี้ยังมีที่ว่างหลงเหลืออยู่!


แต่จะเปิดมันได้ยังไงล่ะ?


ฉันไม่สามารถแยกผนังให้ออกจากกันได้ด้วยสิ ทำยังไงดี?


จากนั้นในไม่ช้า ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของหยางยี่ เขาเดินไปรอบๆห้องกินข้าวและเอาภาพวาดที่แขวนอยู่บนผนังลงมา


ซึ่งหลังจากนั้น ตู้เซฟก็ปรากฏขึ้นมาให้เห็นทันที มันอยู่หลังกรอบรูปนั่นเอง!


และมันก็ไม่ยากเกินไปสำหรับหยางยี่ที่จะเปิดตู้เซฟ โดยเฉพาะตู้เซฟเก่าๆแบบนี้ เขาไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือเลยด้วยซ้ำ แค่มือของเขาก็เพียงพอแล้วที่จะทำการปลดล็อคมันออก


“กั๊ก...” ไม่นานนัก ตู้เซฟก็ได้ถูกเปิดออก


และมันก็เป็นไปตามที่หยางยี่คิดเอาไว้ ว่าต้องมีทองคำแท่งอยู่ในตู้เซฟ มันกองกันจนราวกับว่าเป็นภูเขาสีทอง!


“มีแค่ทองอย่างงั้นหรอ!” หยางยี่หายใจเข้าลึก ๆ และครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง


เมื่อพิจารณาจากตู้เซฟที่มีขนาดใหญ่กับหลัวจินหรงที่โลภมากๆแล้ว!


เขาจึงได้เอามือล้วงเข้าไปข้างในเพื่อพิสูจน์ และก็พบสมุดโน้ตสีดำอีกหลายเล่มกับถุงผ้าผ้าแคชเมียร์ที่อยู่ด้านหลังของตู้เซฟทันที


จากนั้นหยางยี่ก็เปิดถุงผ้าแคชเมียร์แล้วมองเข้าไปข้าง ซึ่งมันก็เป็นไปตามที่เขาคาดเอาไว้ ว่าข้างในถุงผ้านั้นเต็มไปด้วยเพชรขนาดใหญ่มากมาย และหนึ่งในนั้นก็มีเพชรสีชมพูคุณภาพดีอีกด้วย


เพชรเหล่านี้มีราคาไม่ต่ำกว่าสิบล้านหยวน!


แต่อย่างไรก็ตาม หยางยี่ไม่ได้ยุ่งกับเพชรและทองคำเหล่านี้เลย เพราะมันอาจจะทิ้งร่องรอยเอาไว้ตอนนำไปขาย! เขาจึงเอาถุงผ้ากลับเข้าไปเก็บไว้ที่เดิมแล้วหยิบสมุดโน้ตสีดำออกมา


และเขาก็พบว่านี่คือ "ใบแจ้งหนี้" ที่เป็นความลับของหลัวจินหรง มีรายชื่อของคนที่ต้องจ่ายเงินให้เขามากมาย


"เขียนได้ละเอียดมาก" หยางยี่มองไปยังตัวอักษรด้านล่างที่หลัวจินหรงเขียนเอาไว้พร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อย "เงินพวกนี้แกโกงเขามาหมดเลยนี่หว่า"


นอกจากนี้ หยางยี่ยังเห็นสมุดโน้ตสีแดงอยู่ด้านในสุดอีกด้วย!


และเขาก็ได้รู้ว่าหลัวจินหรงนั้นไม่เพียงแต่บันทึกเงินที่ต้องโอนมาให้เขาเท่านั้น แต่เขายังบันทึกทุกการดำเนินการของคนที่ร่วมทำเรื่องทุจริตไปกับเขาด้วย!


แถมยังมีรายชื่อของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเต็มไปหมด!


ถึงแม้ว่าหยางยี่จะไม่รู้ว่ารายชื่อเหล่านี้เป็นใครมั่ง แต่เขาก็รู้ว่านี่เป็นเรื่องใหญ่อย่างมาก!


มันท้าทายเขาสุดๆ! หยางยี่รู้สึกตื่นเต้นจนทนไม่ไหว "นี่มันปลาตัวใหญ่ชัดๆ!"


จากนั้น เขาก็หันไปมองรอบๆห้องอีกครั้ง และหยางยี่ก็พบตู้เซฟเล็กๆที่ซ่อนอยู่ในชั้นหนังสือ ซึ่งในนั้นก็ไม่ได้มีเพชรหรือทอง แต่มีธนบัตรต่างประเทศอยู่เต็มไปหมด และก็มีหนังสือเดินทางอยู่สองสามเล่ม


เห็นได้ชัดว่าหลัวจินหรงมันเตรียมพร้อมที่จะหนีอยู่ตลอดเวลา!


แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หยางยี่ให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือฮาร์ดไดรฟ์ลึกลับที่ซ่อนอยู่ในตู้เซฟ!


“บางที มันอาจจะมีข้อมูลสำคัญถูกบันทึกเอาไว้ก็ได้?” หยางยี่อยากรู้ถึงข้อมูลที่อยู่ข้างในอย่างมาก แต่ตอนนี้ มันยังไม่ถึงเวลาที่ต้องเปิด เขานำฮาร์ดไดรฟ์และสมุดโน๊ดใส่ลงไปในกระเป๋าเป้ของเขา


ต่อไป หยางยี่ก็เดินมาที่ห้องนอน และเขาก็ใช้มือจับใต้เตียงแล้วยกที่นอนหนาๆขึ้น


ซึ่งใต้เตียงนั้นก็มีกองธนบัตรอยู่เต็มไปหมด!


และสิ่งนี้ก็เป็นไปตามที่เขาคาดการเอาไว้อยู่แล้ว พวกทุจริตมักจะชอบซ่อนเงินเอาไว้ใต้เตียงเสมอ เพื่อความสบายใจที่เหมือนกับได้นอนอยู่บนกองเงินตลอดเวลานั่นเอง


ในตอนนี้ หยางยี่ไม่รอช้า เขาเปิดกระเป๋าแล้วหยิบเงินใส่เข้าไปทันที


การทำเช่นนี้ขัดต่อกฎหมายและผิดต่อศีลธรรมหรือไม่?


สำหรับหยางยี่ ชายหนุ่มที่มีภูมิหลังเป็นฆาตกร คำว่ากฎหมายในสายตาของเขาก็เป็นแค่เรื่องตลกมาโดยตลอด และเขาก็ไม่สนใจเรื่องศีลธรรมอันดีงามพวกนั้นด้วย!


ซึ่งเขาก็มองว่าสิ่งที่เขากำลังทำนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง!


เป้าหมายหลักของหยางยี่ก็คือการปล่อยข่าวและทำให้ขบวนการทุจริตนี้ได้รับโทษที่พวกเขาสมควรได้รับ แต่อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะเป็นอัศวินขี่ม้าขาวอยู่แล้ว! แม้แต่ชาติก่อน เขาก็ลงมือจัดการพวกทุจริตด้วยมือของเขาเอง แต่เขาต้องได้ "รับ" ค่าตอบแทนนะ!


หลังจากนั้น หยางยี่ก็นำเตียงมาวางกลับไว้ที่เดิม จากนั้นเขาก็ทำความสะอาดร่องรอยที่เขาอาจหลงเหลือเอาไว้อย่างระมัดระวัง


......


สองวันต่อมา หน่วยงานตรวจสอบวินัยของรัฐในเมืองหลวง ซึ่งคล้ายกับคณะกรรมการกลางเพื่อการตรวจสอบวินัย วางซองจดหมายหนาๆสองสามซองไว้บนโต๊ะของรัฐมนตรีหยานยูมิน


ทุกคนนั่งล้อมรอบแล้วทำหน้ากันอย่างจริงจัง


“เรื่องนี้ต้องถูกเก็บเป็นความลับอย่างถึงที่สุด!” หยานยูมินกล่าวด้วยท่าทางเคร่งขรึม “ส่งคนออกไปตรวจสอบเรื่องนี้เดี๋ยวนี้ เราจะไม่ปล่อยให้คนเลวหลุดลอยไปได้ เราจะต้องไม่ให้พวกมันเอาเปรียบคนดี”


“หากเรื่องนี้เป็นจริง มันต้องถูกลงโทษ!” ท่าทีของหยานยูมินนั้นดูจริงจังอย่างมาก เพราะข้อมูลที่อยู่ในรายงานเหล่านี้เป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างยิ่ง


เกรงว่าตัวหยางยี่เองก็ยังไม่รู้ว่าสมุดโน๊ตที่เขาขโมยมากับฮาร์ดไดรฟ์นั้นอันตรายมากแค่ไหน!


เจ้าหน้าที่ระดับสูงส่วนใหญ่ในแวดวงการเมืองของชางไห่ ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งนั้น และแม้แต่รัฐมนตรีระดับสูงในเมืองเองก็ยังมีชื่ออยู่ในสมุดโน๊ตเล่มนี้!


ใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งวันในการรับจดหมายรายงานจากผู้ตรวจสอบ สำนักงานตรวจสอบวินัยแห่งชาติได้นับจำนวนเงินที่ถูกยักยอกไปแล้ว แม้ว่าจำนวนเงินที่เกี่ยวข้องนั้นจะไม่ใช่ตัวเลขที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ตาม แต่มันก็ยังทำให้รัฐบาลตะลึง


เช็ค ต้องเช็ค!


หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ทีมสอบสวนของสำนักงานตรวจสอบวินัยแห่งชาติ ซึ่งหมกมุ่นกับงานมาเป็นเวลานาน ได้ระบุตัวตนของคนร้ายได้แล้ว และจากนั้นเจ้าหน้าที่หลายคนในหน่วยงานก็เตรียมการเข้าไปจับกุมและสอบปากคำทันที


ในฐานะรองนายกเทศมนตรีหลัวจินหรง เขาสังเกตได้ทันทีว่าตอนนี้มีบางอย่างผิดปกติ คนใหญ่คนโตที่หนุนหลังเขาอยู่ก็ติดต่อไม่ได้แล้ว!


“มันต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่ๆ!” เขารู้สึกหงุดหงิดมากและวางแผนที่จะหนีทันที


แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เขามาถึงอาคารหมายเลข 306 ในชุมชนฉางอาน หลัวจินหรงก็พบว่าประตูรักษาความปลอดภัยไม่สามารถเปิดได้!


ซึ่งหลังจากหาสาเหตุมาสักพัก หลัวจินหรงก็ร้องออกมาอย่างเจ็บใจ "ใครกันที่เล่นเอากระดาษมายัดใส่รูกุญแจของฉัน?"


หลัวจินหรงกัดฟันและเรียกช่างทำกุญแจให้รีบมาที่นี่เพื่อเปิดล็อคมัน


แต่อย่างไรก็ตาม ช่างทำกุญแจก็ไม่ได้มาที่นี่ กลับกลายเป็นคนจากสำนักงานตรวจสอบวินัยแห่งชาติที่บุกเข้ามาจับกุมเขาไว้!


ซึ่งหลังจากผ่านการพิจารณาคดีนี้ หลัวจินหรงกับเหล่าเจ้าหน้าที่ทุจริตที่ติดสินบนก็ได้รับโทษไปตามสมควร!


แน่นอนว่านี่คือเรื่องราวที่ถูกเล่าออกมาจากปากของหยางยี่ทั้งหมด


ส่วนหยางยี่ที่กลับไปยังเจียงเฉิงพร้อมกับกระเป๋าหนักๆก็กำลังนอนเล่นอยู่บนกองเงิน



ซึ่งไม่นานหลังจากนั้น เขาก็ตรงไปที่อำเภอติงซาน



ด้วยเงินจำนวนนี้ หยางยี่สามารถเปิดร้านกาแฟของเขาได้แล้ว!

ตอนก่อน

จบบทที่ ค่าตอบแทน

ตอนถัดไป