บทที่ 6 หลี่ตงเกต
บทที่ 6 หลี่ตงเกต
ดวงอาทิตย์แขวนอยู่กลางฟ้า แดดเผาจนหน้าแดงก่ำ หลี่ตงกับหลี่เจี้ยนเหรินช่วยกันทุบราวสะพานพังไปอีกช่วง ตอนนี้ราวสะพานล้มไปเกินครึ่งแล้ว
หลี่เจี้ยนเหรินตะโกนลั่น "ไอ้ตง กลับ! ที่เหลือเป็นส่วนของบ้านตระกูลหม่า ไม่ใช่เรื่องของพวกเรา!"
ตามการแบ่งเขต สะพานครึ่งหนึ่งถือเป็นของหมู่บ้านตระกูลหม่า ซึ่งคนของทางนั้นก็ลงน้ำมาแล้ว
"ไป!"
หลี่ตงทิ้งค้อนปอนด์ เข้าไปสมทบกับอาเจ็ด ทั้งสองช่วยพยุงกันเดินย้อนกลับมาตามสะพาน
ตอนนั้นเอง เขาถึงรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ เหมือนเข็มแทงที่ขาและแขน!
"เป็นไร?" หลี่เจี้ยนเหรินถาม
หลี่ตงแสยะปาก "บนผักตบมีแต่ปลิง สงสัยจะโดนเกาะแล้ว"
ในแม่น้ำชิงเจ้าส่วนใหญ่เป็นปลิงควาย เกาะแล้วไม่ยอมปล่อยง่ายๆ
ความเจ็บปวดเกิดขึ้นแค่แป๊บเดียว แล้วก็ไม่รู้สึกอะไรอีก แต่นั่นหมายความว่าปลิงเริ่มดูดเลือดแล้ว
สำหรับคนที่โตมากับริมน้ำ เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อย หลี่เจี้ยนเหรินหัวเราะร่า "ปลิงมันช่วยแก้โรคตากระตุกของแกได้นะ"
ตาขวาของหลี่ตงหยุดกระตุกแล้วจริงๆ "เจอเคราะห์แล้ว มันเลยเลิกเต้นไง"
"งมงาย!" หลี่เจี้ยนเหรินยังไม่ลืมเรื่องเมื่อกี้
บนเขื่อนเล็ก หลี่เจิ้นหลินเหลือบมองนายกเทศมนตรีคนใหม่ แล้วตะโกนบอกสองคนในน้ำ "ระวังตัวด้วย รีบกลับขึ้นมา!"
ทั้งสองไม่พูดมาก รีบมาที่คอสะพาน ข้างบนช่วยดึง ข้างล่างช่วยปีน จนขึ้นมาบนเขื่อนเล็กได้อย่างปลอดภัย
หยางเลี่ยเหวินพิจารณาสองคนที่เพิ่งปีนขึ้นมา คนหน้าดูเด็กกว่าน่าจะอายุสิบแปดสิบเก้า ท่อนบนสวมเสื้อวอร์มโรงเรียนมัธยมชิงเจ้า
ใบหน้ากร้านแดดดูซื่อๆ
เดาว่าเป็นนักเรียนดีเด่นทั้งเรื่องเรียนและความประพฤติ
เขาส่งสายตาให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่ตามมาด้านหลังยกกล้องขึ้นอีกครั้ง
หลี่ตงแก้เชือกที่เอว ถอดเสื้อวอร์มโยนให้คนข้างๆ แล้วตะโกนถาม "ใครมีไฟแช็กบ้าง?"
แอลกอฮอล์หรือสบู่คงหาไม่ได้เดี๋ยวนั้น จะให้เอารองเท้าตบก็ดูเสียภาพพจน์เกินไป
หยางเลี่ยเหวินยืนอยู่ใกล้ๆ มองเห็นตัวอะไรสักอย่างเกาะอยู่ที่แขนหลี่ตง ตัวมันพองเป่งเท่าปลายนิ้ว
ภาพนั้นดูสยองพิลึก
"ของฉันเปียกน้ำ!" หลี่เจี้ยนเหรินลองจุดดู แต่ไม่ติด
หยางเลี่ยเหวินล้วงกระเป๋าเสื้อ หยิบไฟแช็กพลาสติกอันหนึ่งยื่นให้หลี่ตง "ใช้ของฉันไหม?"
ได้ยินสำเนียงจีนกลางติดทองแดงแบบชาวเขตเมืองเฉวียนหนาน หลี่ตงมองหยางเลี่ยเหวินแวบหนึ่ง ไม่รู้จัก หน้าตาดูมีความรู้ ขนาดเวลานี้เสื้อเชิ้ตยังยัดในกางเกง การแต่งกายไม่เหมือนชาวบ้านแถวนี้...
"ขอบคุณครับ" หลี่ตงจุดไฟแช็ก จ่อเผาปลิงที่แขน
ฟู่
ซี้ด ปวด!
ปลิงร่วงตุ๊บลงพื้น
หลี่ตงหันไปเผาตัวอื่นต่อ
เรื่องนี้ต้องมีเทคนิค จริงๆ มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เห็น
สำหรับคนที่ลงน้ำบ่อยๆ โดนปลิงเกาะแล้วดึงออกเป็นเรื่องธรรมดา หลี่ตงเรียกได้ว่าชำนาญการ
คนหมู่บ้านตระกูลหลี่เห็นจนชินชา ไม่ได้ใส่ใจอะไร
แต่หยางเลี่ยเหวินที่มาจากในเมือง แม้ภายนอกจะดูนิ่งเฉย แต่ข้างในสยองขวัญเล็กน้อย เด็กหนุ่มท่าทางซื่อๆ ร่างกายกำยำ เอาไฟเผาตัวหนอนที่เกาะบนตัวหน้าตาเฉย เผาแป๊บเดียวหนอนตัวเท่าปลายนิ้วก็ร่วงลงมา
เคยเห็นแต่ในทีวีหรือหนังสือ พอมาเห็นของจริง มันคนละเรื่องกันเลย
"ถ่ายเก็บไว้!" หยางเลี่ยเหวินสั่งฝ่ายประชาสัมพันธ์ด้านหลัง
เมื่อครู่เขาได้คุยกับเลขาธิการเฒ่าและชาวบ้าน ทราบเรื่องวิกฤตเมื่อคืน ความมองโลกในแง่ดีและความกระตือรือร้นของคนพวกนี้ เหนือความคาดหมายของเขามาก
ถ้าไม่ช่วยตัวเองอย่างแข็งขัน คงยื้อมาไม่ถึงตอนนี้ เผลอๆ เขื่อนแตกไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว
ความอัดอั้นในใจของหยางเลี่ยเหวินลดลงไปเยอะ การกระทำของหมู่บ้านตระกูลหลี่ทำให้เขามีกำลังใจขึ้นมา ต่อให้เป็นน้ำท่วมใหญ่ในรอบห้าสิบปี ก็ต้องผ่านไปให้ได้!
ตั้งแต่ตอนทุบราวสะพาน เขาตั้งใจให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์เริ่มถ่ายรูปไว้แล้ว
รวมถึงเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วย รอให้เอาชนะน้ำท่วมได้เมื่อไหร่ นี่จะเป็นวัสดุชั้นดีในการโปรโมต
หยางเลี่ยเหวินเพิ่งลงมาจากหน่วยงานราชการ แม้จะเพิ่งเริ่มงาน แต่จมูกไว
แชะ
เสียงชัตเตอร์ดังขึ้น
หลี่ตงเงยหน้าขึ้น เห็นคนถ่ายรูปก็รีบเอามือปิดจุดยุทธศาสตร์ท่อนบน "ทำไรครับ? ทำไร? แอบถ่ายกลางวันแสกๆ!"
ขืนมีรูปหลุดออกไปเป็นคดี หลี่ตงเกต แล้วอนาคตจะเอาหน้าไปไว้ไหน?
เขายังอยากเป็นคนซื่อๆ ใสๆ ไปตลอดชีวิตนะ
พี่ชายหมู่บ้านตระกูลหลี่คนหนึ่งรีบดึงแขนหลี่ตงไว้ กลัวมันจะอาละวาด พยักพเยิดไปทางหยางเลี่ยเหวินและผู้ติดตามสองคน "นี่นายกหยางกับเจ้าหน้าที่จากตำบล"
หยางเลี่ยเหวินพยักหน้าให้หลี่ตงเล็กน้อย พูดด้วยภาษาทางการ "กล้าหาญบุกตะลุยแถวหน้า มีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวมดีมาก!"
หลี่เจิ้นหลินเก๋าเกม รีบเสริมเชื้อไฟ "เขาชื่อหลี่ตง วิกฤตเมื่อคืนมันเป็นคนเจอ แล้วก็เป็นคนลงน้ำไปตรวจสอบเองด้วย เป็นฮีโร่ของหมู่บ้านตระกูลหลี่เลย"
หยางเลี่ยเหวินยิ่งสนใจมากขึ้น
หลี่ตงไม่ใช่เด็กเบียวไม่รู้ประสีประสา เดาว่าคงจะมาทำข่าวโปรโมตคนต้นแบบอะไรเทือกนั้น เปลี่ยนสีหน้าเร็วกว่ากิ้งก่า "ต้องเก๊กท่าไหมครับ? ผมไม่มีปัญหา ท่าไหนบอกได้เลย"
เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์บอก "ทำต่อเลยน้อง"
หลี่ตงจุดไฟแช็ก เผาปลิงที่แขนอีกข้าง ไฟไม่ร้อนแล้ว เผาไม่เจ็บ ไม่ต้องซี้ดปากแล้ว
สีหน้ามุ่งมั่น สายตามองการณ์ไกล...
หลี่เจี้ยนเหรินกลั้นขำไม่อยู่ "ไอ้ตง ถอดกางเกงถ่ายสิวะ ดังระเบิดแน่! รับรองหาเมียไม่ยาก"
เสียงหัวเราะดังครืนรอบทิศ หน้าที่เก๊กขรึมของหลี่ตงพังทลายทันที
หยางเลี่ยเหวินพลอยขำไปด้วย ความรู้สึกตึงเครียดผ่อนคลายลง ชาวบ้านจิตใจเข้มแข็ง ขวัญกำลังใจดี อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดเหตุจลาจลเพราะความตื่นตระหนก
หน่วยกู้ภัยจากอำเภอและตำบลตามมาสมทบ ส่วนใหญ่ขนวัสดุมาให้ แม่น้ำชิงเจ้าไหลผ่านอำเภอชิงเจ้าเป็นร้อยกิโลเมตร ผ่านตำบลหนิงซิ่วหลายสิบกิโลเมตร ระดับน้ำวิกฤตตลอดสาย ต่อให้เจ้าหน้าที่อำเภอและตำบลส่วนใหญ่ลงพื้นที่ ก็แบ่งมาถึงหมู่บ้านตระกูลหลี่ได้ไม่กี่คน
หมู่บ้านทางต้นน้ำสองสามแห่ง สถานการณ์ก็ไม่ได้ดีไปกว่าหมู่บ้านตระกูลหลี่
ถ้าระดับน้ำไม่ลด วิกฤตก็ยังไม่จบ
รวมถึงหลี่ตง คนหมู่บ้านตระกูลหลี่และเพื่อนบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียงที่มาช่วย ยังคงเสริมความแข็งแรงของตลิ่งต่อไป
การถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ทำให้คันกั้นน้ำที่ขาดการซ่อมบำรุงมานานเกิดปัญหาไม่หยุดหย่อน
คนบ้านใกล้เรือนเคียงไม่ทิ้งกัน ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงแห่กันมาช่วย บางคนถึงกับขนทรายและหินสำหรับสร้างบ้านใหม่ของตัวเองมาเทให้ที่ริมตลิ่ง
ถ้าเขื่อนแตกจริงๆ ไม่ใช่แค่หมู่บ้านตระกูลหลี่ที่จะจมน้ำ
ผู้หญิงช่วยกรอกทราย ผู้ชายแบกกระสอบทราย ต่อหน้าความเกรี้ยวกราดของธรรมชาติ พลังของปัจเจกบุคคลนั้นช่างเล็กจ้อย มีแต่ความสามัคคีเท่านั้นที่จะต่อกรได้
แรงงานชายฉกรรจ์หลายร้อยคนกระจายกำลังกันตลอดแนวตลิ่งหมู่บ้านตระกูลหลี่ สยบวิกฤตจุดแล้วจุดเล่า
นี่เป็นเพียงภาพสะท้อนเล็กๆ ของเหตุการณ์น้ำท่วมปี 98
ลมฝนและภัยพิบัติไม่เคยเอาชนะผู้คนที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินนี้ได้
หยางเลี่ยเหวินนำข่าวดีมาบอก ทางการได้ประสานงานกับกองทัพแล้ว กองทหารจากเขตเฉวียนหนานกำลังจะมาถึง!
ข่าวนี้ปลุกขวัญกำลังใจของทุกคนให้ฮึกเหิมขึ้นทันตา
ช่วงใกล้เที่ยง ร้านอาหาร ร้านข้าว รวมถึงโรงงานทำหมั่นโถวซาลาเปาในละแวกนั้น พร้อมใจกันส่งข้าวปลาอาหารมาให้
ร้านขายของชำบางร้านก็ส่งขนมปัง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไส้กรอก และน้ำดื่มขวดมาสมทบ
หลี่เจิ้นหลินเรียกเสมียนกองอำนวยการและพวกหลี่เหวินเยว่มา สั่งให้จดบันทึกทุกรายการไว้อย่างละเอียด
หลี่ตงเช็ดตัว ยืนเปลือยท่อนบนอยู่ข้างถนน เจ้าหน้าที่อนามัยกำลังทาไอโอดีนตรงแผลที่โดนปลิงกัด
ทันใดนั้น เสียงฆ้องบนเขื่อนเล็กก็ดังรัว พ่อของหลี่เหวินเยว่ตะโกนสุดเสียง "ทางตะวันออกสามสิบเมตร! เขื่อนทรุด!"
หลี่เจิ้นหลินทิ้งกล่องข้าวแล้ววิ่งแน่บ ตะโกนลั่นฟ้า "กระสอบทราย! กรงตาข่ายเหล็ก! เร็ว!"
หลี่ตงคว้าเสื้อวอร์มมาสวมลวกๆ แบกกระสอบทรายข้างเท้าวิ่งตามไป กระสอบทรายเปียกน้ำหนักอึ้ง ใบหน้าที่เพิ่งล้างสะอาดก่อนกินข้าวเปรอะเปื้อนโคลนอีกครั้ง
เจ้าหน้าที่อนามัยทิ้งไม้พันสำลี คว้ากระสอบทรายอีกลูกวิ่งตามไปเช่นกัน
ข้างหลังหลี่ตง หยางเลี่ยเหวินแบกกระสอบทรายใบเล็กหน่อยวิ่งตามมา เสื้อเชิ้ตสีขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองคล้ำไปแล้ว
เจ้าหน้าที่ตำบลแบกกระสอบทรายไปพลางตะโกนบอกฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่ถือกล้อง "เร็ว! ตามมาเร็ว! ถ่ายไว้เยอะๆ!"
มื้อเที่ยงสั้นๆ จบลงกะทันหัน ฝูงชนบนถนนตลาดกลับเข้าสู่สมรภูมิกู้ภัยอีกครั้ง
คันกั้นน้ำที่สร้างตั้งแต่ยุค 50 เก่าแก่เกินไป ทางโค้งตัว S ตามธรรมชาติทำให้กระแสน้ำเชี่ยวกราก แถมยังมีจุดวิกฤตหลายแห่ง ทำให้แบ่งกำลังคนมาช่วยทางนี้ไม่ได้
รอยรั่วเก่ายังอุดไม่หมด รอยรั่วใหม่ทางตะวันออกก็โผล่มาอีก
และการตรากตรำทำงานต่อเนื่อง ความเหนื่อยล้าย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้
ศึกประชิดตัวที่ไร้แผนการ ไร้การเตรียมพร้อม เพื่อปกป้องบ้านเกิด พอเกิดเหตุวิกฤตทุกคนก็ทุ่มสุดตัว ไม่มีการแบ่งกะพัก ไม่มีการสับเปลี่ยนกำลังสำรอง พอถึงบ่ายสองกว่าๆ คนที่แรงเยอะอย่างหลี่ตง ก็เริ่มแบกไม่ไหวแล้ว
คนวัยสี่ห้าสิบปีหลายคนยืนนิ่งอยู่ข้างถนน บางคนถึงกับนั่งแปะกับพื้น ไม่ใช่เพราะอู้งาน แต่เพราะหมดแรงจะขยับ
ตั้งแต่เช้า หรือบางคนตั้งแต่เมื่อคืน จนถึงตอนนี้ พวกเขาใช้สองมือสองไหล่ขนวัสดุเป็นร้อยตันไปถมแม่น้ำ!
คนจากหมู่บ้านข้างเคียง จากตำบล และอำเภอที่ขนทรายมาส่ง ก็เข้ามาช่วยรับช่วงต่อ
หลี่ตงเดินมาถึงกองทรายบนถนน ก้มตัวลงบอกคนกางกระสอบว่า "น้าครับ ช่วยยกหน่อย!"
เขาไม่มีแรงยกขึ้นบ่าด้วยตัวเองแล้ว
กระสอบหนักอึ้งกดทับลงบนไหล่ ลุยน้ำที่ท่วมเกือบถึงน่อง หลี่ตงกัดฟันเดินไปข้างหน้า รอบตัวเขาผู้คนมากมายก็เป็นเช่นเดียวกัน แม้หลังจะแอ่นโค้งเพราะน้ำหนักกระสอบทราย แต่ก็ไม่มีใครยอมแพ้!
น้ำหลากเชี่ยวกรากซัดสาดคันกั้นน้ำ พัดพาดินหายไปทีละแผ่น ทิ้งรูโหว่ไว้ทีละจุด
ต้องยื้อต่อไป ถึงจะมีความหวัง!
ถ้ายอมแพ้ บ้านแตกสาแหรกขาด!
ข้อต่อทุกส่วนในร่างกายของหลี่ตงเหมือนขึ้นสนิม ขยับทีเหมือนจะได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าด ในฤดูร้อนที่อบอ้าวแบบนี้ ขาแช่อยู่ในน้ำนานเกินไปจนความเย็นยะเยือกซึมลึกถึงกระดูก!
หยางเลี่ยเหวินนั่งหมดสภาพอยู่บนเขื่อนเล็ก มองภาพการต่อสู้กับภัยพิบัติที่ดาหน้ากันเข้ามาไม่หยุดหย่อนด้วยความสะเทือนใจ
"พี่น้อง!" ข้างๆ เขา หลี่เจิ้นหลินที่ไม่ได้งีบเลยตั้งแต่มาถึงเมื่อคืนตะโกนก้อง เสียงแหบพร่าแต่ยังทรงพลัง "แข็งใจไว้! ทหารจะมาแล้ว!"
อดทน! อดทนไว้
ปู๊น ปู๊น
เสียงแตรลมรถบรรทุกดังสนั่น รถบรรทุกเจี่ยฟ่างสีเขียวขบวนยาวเหยียดแล่นเข้ามาจากทางเข้าทิศใต้ของหมู่บ้าน
หลี่ตงหันไปมอง ฝีเท้าหยุดชะงักโดยไม่รู้ตัว
บนถนน บนสันเขื่อน ทุกสายตาจับจ้องไปที่นั่น
รถทหารจอดลงกลางถนนตลาด ร่างแล้วร่างเล่ากระโดดลงจากรถ
นั่นคือกำลังเสริมที่แข็งแกร่งที่สุด!
นั่นคือสีเขียวมะกอกแห่งความหวัง!
เมื่อเห็นร่างในชุดสีเขียวมะกอกก้าวเท้าอย่างมั่นคงวิ่งตรงเข้ามา หลี่ตงยิ้ม ร่างกายผ่อนคลายลง ทนแบกกระสอบทรายบนไหล่ต่อไปไม่ไหว ทิ้ง ตุ้บ ลงน้ำข้างถนน แล้วทิ้งตัวลงนั่งหมดสภาพ ไม่มีแรงเหลือแม้แต่นิดเดียว
"รอดแล้วโว้ย!" เขายิ้ม น้ำตาไหลพราก เหนื่อยเกินไป เครียดเกินไป พอได้ปลดปล่อย อารมณ์ก็ทะลักออกมา "ไอ้น้ำท่วมหน้าโง่ แน่จริงแกเข้ามาอีกดิ๊ ฉันจะเล่นให้ยับ!"
พ่อของหลี่เหวินเยว่เก็บความดีใจไม่อยู่ "ทหารมาแล้ว! ฟ้าไม่ถล่มแล้วโว้ย!"
เหล่าทหารในชุดเขียวมะกอก แบกกระสอบทราย วิ่งฝ่าฝูงชนมุ่งหน้าสู่แนวเขื่อน
ไม่ได้เดิน แต่เป็นการวิ่ง!
เหมือนกับบรรพบุรุษของพวกเขาที่เคยวิ่งฝ่าดงกระสุนเพื่ออนาคตของชาติ วิ่งเข้าใส่อย่างไม่ลังเล!
"ใครรับผิดชอบหน้างาน!" นายทหารตะโกนถามเสียงดัง
หลี่ตงชี้ไปที่เขื่อนเล็ก "นายก กับเลขา หมู่บ้านอยู่นั่นครับ!"
นายทหารก้าวยาวๆ ไปทางนั้น หลี่ตงหายใจจนทั่วท้อง ยันกายลุกขึ้น แบกกระสอบทราย ก้าวเดินไปที่คันกั้นน้ำทีละก้าว...