บทที่ 7 ไม่คิดจะเก็บเงินไว้ใช้ชีวิตบ้างเหรอ

บทที่ 7 ไม่คิดจะเก็บเงินไว้ใช้ชีวิตบ้างเหรอ
การนั่งแท็กซี่นี่มันสบายกว่าเบียดเสียดบนรถเมล์เยอะจริงๆ ตลอดทางได้นั่งฟังเพลงตากแอร์ฉ่ำๆ ผ่านไปแค่สิบกว่านาทีก็มาถึงบริษัท
บริษัทเกมมือถือที่เสิ่นฮ่าวทำงานอยู่ ตั้งอยู่ที่เชอกงเมี่ยว เขตฝูเถียน เมืองเซินเจิ้น ย่านนี้เต็มไปด้วยตึกสำนักงานสูงต่ำสลับกันไป
มีทั้งอาคารเกรดเอสุดหรูอย่าง ตงไห่อินเตอร์เนชั่นแนลเซ็นเตอร์, อาคาร NEO, ตึกจินยุ่นเซ็นจูรี่ หรือไทม์สแควร์ แต่ในขณะเดียวกันก็มีตึกสำนักงานเก่าๆ โทรมๆ ปะปนอยู่ด้วย
ณ ที่แห่งนี้ มีทั้งมนุษย์ทองคำที่รับเงินเดือนหลักแสนหลักล้าน และพนักงานออฟฟิศต๊อกต๋อยที่เงินเดือนแค่สามสี่พันหยวนเดินสวนกันขวักไขว่
และบริษัทเกมมือถือของเสิ่นฮ่าว ก็ตั้งอยู่ในตึกสำนักงานเก่าซอมซ่อตึกหนึ่ง
ฟังจากเพื่อนร่วมงานรุ่นเก่าเล่ามาว่า บริษัท ‘เทียนเยว่อินเตอร์แอคทีฟ’ เองก็เคยรุ่งเรืองมาก่อน
เมื่อไม่กี่ปีก่อน เคยทำรายได้ต่อปีสูงถึง 50-60 ล้านหยวน กำไรสุทธิเกือบ 20 ล้านหยวนเลยทีเดียว
ตอนนั้นบริษัทถึงขั้นเช่าพื้นที่ทั้งชั้นของอาคาร NEO การตกแต่งภายในก็หรูหราอลังการสุดๆ
แต่ตอนนี้การแข่งขันในตลาดดุเดือดเกินไป บริษัทขยายกิจการเกินตัว รายได้หดหายไปเกินครึ่ง กำไรเหลือแค่ไม่กี่แสนหยวนอย่างน่าอนาถ
เขามักจะบ่นเสมอว่า ในสายตาคนนอก บริษัทดูใหญ่โตขนาดนี้ ใครๆ ก็คิดว่าเขาโกยเงินได้ปีละไม่รู้เท่าไหร่
แต่ในความเป็นจริงน่ะเหรอ... เผลอๆ ทั้งปีเหนื่อยแทบตาย ยังได้เงินน้อยกว่าผู้บริหารคนหนึ่งซะอีก
…………
บริษัทอยู่ที่ชั้นห้า เสิ่นฮ่าวตั้งใจจะขึ้นลิฟต์ไป
ลิฟต์ในตึกเก่าแบบนี้แน่นอนว่าคงหวังความหรูหราไม่ได้ จริงๆ แล้วมันก็คือลิฟต์ขนของขนาดใหญ่นั่นแหละ
นอกจากจะช้าเป็นเต่าคลานแล้ว เวลานั่งยังมีเสียง “ครืดคราด... ตึงตัง...” ดังประกอบจังหวะ ใครมาขึ้นครั้งแรกรับรองว่าต้องใจสั่นขวัญผวา
แต่น่าเสียดาย ลิฟต์สภาพแบบนี้ วันนี้ก็ยังขึ้นไม่ได้ เพราะมัน... เสียอีกแล้ว!
ช่วยไม่ได้ เสิ่นฮ่าวจำใจต้องเดินขึ้นบันได
อากาศแบบนี้ การเดินขึ้นตึกห้าชั้นถือเป็นงานใช้แรงงานหนักเอาเรื่อง
กว่าเขาจะลากสังขารมาปรากฏตัวที่หน้าประตูบริษัทพร้อมเสียงหอบแฮกๆ ลิ้นห้อย เสื้อยืดคอกลมก็เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเสียแล้ว
“อุ๊ยตาย! นี่มันสุดหล่อเสิ่นฮ่าวของเราไม่ใช่เหรอ? เป็นไง หายป่วยเร็วจังนะพ่อคุณ?” ทันทีที่มาถึงหน้าบริษัท ก็ได้ยินเสียงของเพื่อนร่วมงานอย่าง ‘เสี่ยวหลิว’ ลอยสวนมา
เสี่ยวหลิวบิดร่างกายที่อวบอ้วนกลมป็อกของเธอ ยืนพิงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์คุยกับน้องรีเซปชั่นอยู่ พอเห็นเสิ่นฮ่าวเดินเข้ามา ก็อดไม่ได้ที่จะเปิดปากแขวะสักหน่อย
สองคนนี้ไม่ได้มีความแค้นอะไรกันหรอก ถ้าจะมี... ก็คงเป็นเพราะรักมากจนกลายเป็นเกลียดละมั้ง
แน่นอนว่า นั่นเป็นความรู้สึกฝ่ายเดียวของเสี่ยวหลิว ไม่เกี่ยวกับเสิ่นฮ่าวแม้แต่น้อย
“ฮ่ะๆ สวัสดีครับเสี่ยวเหมย อ้อ มีพัสดุของผมมาส่งบ้างไหมครับ?”
เสิ่นฮ่าวไม่ได้เก็บคำเหน็บแนมของเสี่ยวหลิวมาใส่ใจ เขาหันไปทักทายพนักงานต้อนรับสาวสวยด้วยรอยยิ้ม
ตอนนี้เขามี ‘ระบบ’ แล้ว อารมณ์ดีสุดๆ
เขาคือชายที่จะกลายเป็น ‘เสินฮ่าว’ ในอนาคต เรื่องอะไรจะไปถือสาหาความกับคนอย่างเสี่ยวหลิวให้ลดตัวลงไปเปล่าๆ
น้องรีเซปชั่นมีความรู้สึกดีๆ ต่อเสิ่นฮ่าวพอสมควร เพราะพ่อหนุ่มคนนี้หน้าตาหล่อเหลาใช้ได้ แถมปกติก็พูดจาไพเราะเสนาะหู
อันที่จริง พนักงานหญิงในบริษัท นอกจากเสี่ยวหลิวที่ ‘รักแรงเกลียดแรง’ แล้ว คนอื่นๆ ก็ปฏิบัติต่อเสิ่นฮ่าวดีทีเดียว
“สวัสดีตอนเที่ยงค่ะพี่เสิ่น พัสดุมาแล้วค่ะ เพิ่งมาส่งเมื่อกี้นี้เอง พี่ซื้ออะไรมาคะเนี่ย พี่พนักงานส่งของยังบอกว่าเป็นของมีค่า ให้หนูช่วยดูให้ดีๆ”
น้องรีเซปชั่นถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น พลางก้มลงหยิบกล่องกระดาษขนาดเล็กที่ห่อหุ้มอย่างแน่นหนาส่งให้เสิ่นฮ่าว
“ไม่มีอะไรหรอกครับ ก็แค่เพิ่งซื้อโทรศัพท์ใหม่เครื่องหนึ่ง” เสิ่นฮ่าวตอบไปส่งๆ แล้วรับกล่องกระดาษมา
พอพูดถึงโทรศัพท์ คิ้วของเสี่ยวหลิวก็กระตุกขึ้นทันที เธอล้วงมือถือ Apple ของตัวเองออกมา แล้วแกล้งทำเป็นกดเล่นไปมาอย่างไม่ยี่หระ พลางพูดว่า “มือถือเครื่องกากๆ ของนายน่ะสมควรเปลี่ยนตั้งนานแล้ว! เป็นไง เปลี่ยนจาก Honor ไปใช้ Xiaomi แล้วเหรอ? ได้ข่าวว่า Xiaomi นี่มันมือถือสำหรับพวก ‘ยาจก’ โดยเฉพาะเลยนี่ ราคาถูก สเปกพอถูไถ เหมาะกับฐานะอย่างนายดีนะ หึๆ”
พูดจบ เธอก็ขำคิกคักเอามือปิดปากอย่างชอบใจ
เสิ่นฮ่าวกับน้องรีเซปชั่นหันมองหน้ากันอย่างพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าคำพูดของเธอมีตรงไหนน่าขำ และไม่รู้ว่าจุดเส้นตื้นของเธออยู่ตรงไหน
“ไม่ใช่ Xiaomi หรอก เห็นเธอพูดกรอกหูอยู่ทุกวันว่า Apple ใช้ดี ผมก็เลยซื้อมาลองใช้ดูบ้าง ว่ามันจะดีจริงไหม” เสิ่นฮ่าวพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
เสียงหัวเราะของเสี่ยวหลิวหยุดกึกทันที เธอมองเสิ่นฮ่าวด้วยความประหลาดใจ ราวกับไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน ก่อนจะโพล่งออกมา “นายว่าอะไรนะ... นายก็ซื้อ Apple เหรอ? Apple รุ่นใหม่ที่ถูกสุดก็ปาเข้าไปห้าพันกว่าหยวนแล้ว เงินเดือนแค่นั้นอย่างนายจะมีปัญญาซื้อเหรอ?”
“แหม มือถือเครื่องเดียว ต่อให้แพงแค่ไหนจะสักกี่หยวนเชียว ผมซื้อ iPhone X รุ่น 256GB ก็ไม่ได้แพงอะไรนะ แค่หมื่นหยวนนิดๆ เอง”
เสิ่นฮ่าวพูดพลางหยิบกรรไกรบนโต๊ะรีเซปชั่นมา กรีดเปิดกล่องพัสดุ
“นายจะหลอกผีรึไง! รุ่น X 256GB เนี่ยนะ? ปีนึงนายเก็บเงินได้ถึงหมื่นหยวนหรือเปล่าเหอะ!” เสี่ยวหลิวคิดว่าเสิ่นฮ่าวโกหกหน้าตาย ไม่เชื่อเด็ดขาด
เงินเดือนใครเท่าไหร่ ใครจะไม่รู้ไส้รู้พุงกันบ้าง
แม้บริษัทจะมีกฎห้ามถามเงินเดือนกัน แต่เรื่องแบบนี้มันจะปิดกันมิดได้ยังไง
ในแผนกบริการลูกค้า ฐานเงินเดือนของเสิ่นฮ่าวต่ำเตี้ยเรี่ยดินที่สุด รับสุทธิเข้ากระเป๋าเดือนละสี่พันหยวนนิดๆ
เสี่ยวหลิวอายุงานมากกว่าเสิ่นฮ่าว เงินเดือนเยอะกว่าพันนึง ขนาดเธอจะซื้อไอโฟนสักเครื่อง ยังต้องประหยัดกินประหยัดใช้อยู่เกือบครึ่งปีกว่าจะเก็บเงินได้
แถมที่ซื้อก็เป็นแค่รุ่นถูกสุด iPhone 8 ความจุ 64GB ราคา 5,888 หยวนแค่นั้น!
ขนาดเธอยังซื้อลำบากเลือดตาแทบกระเด็น แล้วนับประสาอะไรกับเสิ่นฮ่าว
แถมทุกคนก็รู้กันดีว่าเสิ่นฮ่าวเป็นคนต่างจังหวัด ฐานะทางบ้านก็ดูไม่ได้ร่ำรวยอะไร ดูจากการกินการอยู่ก็รู้แล้ว
ตัวคนเดียวในเซินเจิ้น ต้องเช่าบ้าน ต้องกินข้าว ค่าครองชีพในเซินเจิ้นก็สูงลิบลิ่ว
รายได้แค่นี้ เดือนนึงเหลือเก็บสักพันหยวนก็หรูแล้ว จะเอาปัญญาที่ไหนไปซื้อโทรศัพท์เครื่องละหมื่น!
“อะ ดูเอาเอง แค่มือถือเครื่องเดียว อย่าทำเป็นกระต่ายตื่นตูมเหมือนคนไม่เคยเห็นโลกไปหน่อยเลย”
เสิ่นฮ่าวหยิบกล่องกระดาษสีขาวเล็กๆ ออกมาจากกล่องพัสดุ แล้วยื่นไปตรงหน้าเสี่ยวหลิวพร้อมรอยยิ้มบางๆ
เสี่ยวหลิวกับน้องรีเซปชั่นเบิกตากว้างมองกล่องสีขาวในมือเขาพร้อมกัน
ถูกต้อง!
กล่องบรรจุภัณฑ์มาตรฐานของ Apple สีขาวนวลตา ดูประณีตและเรียบง่าย
แม้บนกล่องจะไม่ได้เขียนระบุว่า “iPhone X” แต่รูปหน้าจอที่มี “รอยบาก” อันเป็นเอกลักษณ์บนหน้ากล่อง ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนแล้วว่า โทรศัพท์ในกล่องคือรุ่นท็อปสุดของ Apple ณ เวลานี้
iPhone X!
มือถือที่มีรอยบากแบบนี้ ตอนนี้มีแค่ iPhone X รุ่นเดียวเท่านั้น!
แม้หลายคนจะรู้สึกว่าหน้าจอแบบนี้มันดูอัปลักษณ์ แต่พอแปะตรา Apple เข้าไป บวกกับราคาหลักหมื่น ใครๆ ก็จะบอกว่ามัน ‘มีเอกลักษณ์’ ทันที
เสี่ยวหลิวถึงกับหน้าชาทำอะไรไม่ถูก ไอ้เสิ่นฮ่าวที่เธอเคยดูถูกเหยียดหยามมาตลอด วันนี้มันเกิดบ้าอะไรขึ้นมา?
ถึงกล้าตัดใจควักเงินก้อนโตขนาดนั้นซื้อโทรศัพท์!
นี่มัน...
ไม่คิดจะเก็บเงินไว้ใช้ชีวิตต่อแล้วรึไง!

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 7 ไม่คิดจะเก็บเงินไว้ใช้ชีวิตบ้างเหรอ

ตอนถัดไป