บทที่ 8 ให้คนกลุ่มหนึ่งรวยก่อน
บทที่ 8 ให้คนกลุ่มหนึ่งรวยก่อน
เสิ่นฮ่าวไม่สนใจเสี่ยวหลิวอีก เขาหนีบกล่องโทรศัพท์ไว้ข้างตัว แล้วเดินยืดอกกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองอย่างผ่าเผย
แม้จะไม่ได้หันกลับไปมอง แต่เขาก็รู้ดีว่าสายตาของสองสาวที่มองตามหลังมา จะต้องเต็มไปด้วยความอิจฉาและริษยาแน่นอน
ดีไม่ดี น้องรีเซปชั่นเสี่ยวเหมยอาจจะมองด้วยสายตาชื่นชมเลยด้วยซ้ำ
เพราะในบริษัทนี้ คนที่มีปัญญาซื้อมือถือเครื่องละหมื่นกว่าหยวน มีอยู่ไม่กี่คนจริงๆ
ขนาดผู้จัดการแผนก CS ยังใช้แค่ iPhone X รุ่น 64GB
เทียบกับรุ่นท็อปของเสิ่นฮ่าวแล้ว ของผู้จัดการยังถูกกว่าตั้งพันกว่าหยวนแน่ะ
…………
เสิ่นฮ่าวเดินไปคิดไป ความรู้สึกของการมีเงินนี่มันดีจริงๆ แฮะ
ข้าวขาหมูก็สั่งแบบพิเศษจัดเต็มได้!
จะไปไหนก็กดเรียก ตีตี ได้!
จะซื้อมือถือก็จัดตัวท็อปสุดได้เลย!
พอตุงกระเป๋า ใจก็พองโต เดินเหินก็มั่นใจ ความรู้สึกมันต่างจากเดิมลิบลับ
เมื่อก่อนเวลาเดิน เขาต้องคอยย่องเบาๆ ก้มหน้าหน่อยๆ เจอเพื่อนร่วมงานก็ต้องรีบฉีกยิ้มทักทายอย่างนอบน้อม
แต่ดูตอนนี้สิ เดินทีลมแทบจับ ยืดอกพกความมั่นใจ เจอเพื่อนร่วมงานก็แค่พยักหน้าให้นิดๆ พอเป็นพิธี
นี่แหละคือความมั่นใจ!
…………
พอกลับมาถึงโต๊ะ พี่หู หัวหน้าทีม CS ที่เคยช่วยพูดแก้ต่างให้เขาในกลุ่ม วีแชท ก็นั่งอยู่ที่โต๊ะแล้ว
เธอนั่งห่างจากเสิ่นฮ่าวโดยมีเสี่ยวหลิวคั่นกลางอยู่แค่คนเดียว
“อ้าว เสิ่นฮ่าว อาการดีขึ้นแล้วเหรอ? เธอนี่นะ อยู่ตัวคนเดียวต้องรู้จักดูแลตัวเองให้ดี งานน่ะสำคัญ แต่สุขภาพสำคัญกว่า ห้ามป่วยเด็ดขาดเลยนะ อยู่เมืองใหญ่แบบนี้ คนหาเช้ากินค่ำอย่างพวกเราป่วยไม่ได้หรอก”
ใบหน้าของพี่หูเต็มไปด้วยความห่วงใย แววตาดูอ่อนโยน
เสิ่นฮ่าวรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ การที่มีคนคอยเป็นห่วงนี่มันรู้สึกดีจังเลยนะ
เสียดาย...
พี่หูแต่งงานไปนานแล้ว ลูกเต้าก็ปาเข้าไปสี่ห้าขวบแล้ว
“ขอบคุณครับพี่หูที่เป็นห่วง ผมดีขึ้นมากแล้ว ร่างกายฟิตปั๋งเลยเนี่ย!”
พูดจบ เขาก็เบ่งกล้ามแขนโชว์ท่าโพสนักเพาะกาย
“เห็นแล้วจ้ะว่าหายดีแล้วจริงๆ เอ๊ะ นั่นซื้อโทรศัพท์ใหม่เหรอ? Apple ซะด้วย!” พี่หูเหลือบไปเห็นกล่องสีขาวในมือเสิ่นฮ่าว ก็ถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“พอดีได้ลาภลอยมานิดหน่อยครับ ประจวบเหมาะกับมือถือเก่าใกล้พังพอดี เลยจัดของดีหน่อย” ต่อหน้าพี่หู เสิ่นฮ่าวไม่คิดจะวางมาดอะไร จึงตอบไปยิ้มๆ
“เครื่องนี้ปาเข้าไปเจ็ดแปดพันเลยไม่ใช่เหรอ พวกหนุ่มๆ สาวๆ นี่กล้าใช้เงินกันจริงนะ เป็นพี่คงทำใจซื้อของแพงขนาดนี้ไม่ลงหรอก เงินขนาดนี้เป็นค่ากับข้าวที่บ้านได้เกือบครึ่งปีเลยนะ แต่เสิ่นฮ่าว พี่จะบอกให้นะ ใช้เงินอย่าให้มันสุรุ่ยสุร่ายนัก ต้องรู้จักเก็บออมบ้าง ไม่งั้นตอนมีแฟนจะทำยังไง อนาคตยังต้องคิดเรื่องซื้อบ้านสร้างครอบครัวในเซินเจิ้นอีก ภาระเยอะแยะไปหมด” พี่หูเทศนาด้วยความหวังดี
เสิ่นฮ่าวพยักหน้าหงึกๆ ไม่คิดจะเถียงสักคำ
หลังจากคุยกับพี่หูไปไม่กี่คำ เสิ่นฮ่าวก็แกะกล่อง iPhone X ออกมา
ง่วนอยู่กับการเปิดเครื่อง ลงทะเบียน Apple ID สารพัด
ไอ้ที่ว่าลื่นหัวแตกเหมือนแพรไหมน่ะยังไม่ทันได้สัมผัส แต่ไอ้เรื่องใช้งานยากนี่สัมผัสได้เต็มๆ กว่าจะตั้งค่าเสร็จก็ปาเข้าไปครึ่งชั่วโมง
พอมองดูหน้าจอที่คมชัดสีสันสดใส เสิ่นฮ่าวก็พยักหน้าอย่างพอใจ อย่างอื่นไม่รู้ แต่หน้าจอ Apple นี่สวยจริง สีสันดูดีกว่าเครื่อง Honor ราคาพันกว่าหยวนของเขาแบบเทียบไม่ติด
ระหว่างที่เขากำลังเห่อของใหม่อยู่ เสี่ยวหลิวก็เดินกลับมานั่งที่โต๊ะ
วันนี้เธอดูเงียบผิดปกติ ไม่โวยวายเสียงดังเหมือนทุกที สงสัยคงเพราะมือถือที่เธอภาคภูมิใจนักหนา โดนของเสิ่นฮ่าว “ข่ม” จนมิดละมั้ง...
…………
ไม่นานก็ถึงเวลาเข้างาน ทุกคนเปิดคอมพิวเตอร์เตรียมตัวทำงาน
“ทุกคนวางมือจากงานก่อน ไปรวมตัวกันที่ห้องประชุมใหญ่ มีประชุมด่วน ห้ามใครขาดนะ ไปเดี๋ยวนี้เลย”
ผู้จัดการยืนตะโกนสั่งลูกน้องในแผนก CS อยู่หน้าห้องทำงานของแก
ตึกสำนักงานที่บริษัทเช่าอยู่นี้แม้จะเก่า แต่ค่าเช่าถูก พื้นที่เลยกว้างขวางพอสมควร ห้องประชุมใหญ่จุพนักงานทั้งบริษัทได้สบายๆ
พนักงานจากแผนกต่างๆ ทยอยเดินคุยกันกระหนุงกระหนิงไปทางห้องประชุม เสิ่นฮ่าวปรับมือถือเป็นโหมดเงียบ หยิบสมุดโน้ตกับปากกาลูกลื่น เดินตามเพื่อนร่วมแผนกไป
พอทุกคนนั่งกันเรียบร้อย ก็เห็นคนเจ็ดสิบแปดสิบชีวิตนั่งกันพรึ่บพรั่บจนแน่นห้อง
เห็นคนเยอะขนาดนี้ เสิ่นฮ่าวก็เดาได้ทันทีว่า สงสัยเจ้าของบริษัทคงจะมาพูดอะไรสักอย่างแน่ๆ
เพราะนอกจากเเจ้าของบริษัทแล้ว ก็ไม่มีหัวหน้าคนไหนมีบารมีพอจะเรียกพนักงานทุกแผนกมารวมตัวกันได้ขนาดนี้
และก็เป็นไปตามคาด รอจนคนครบ ผู้จัดการแผนกต่างๆ ก็เดินห้อมล้อมชายวัยกลางคนรูปร่างผอมเตี้ยคนหนึ่งเข้ามา
นั่นคือเจ้าของบริษัท ‘หูเป่าเฉียง’!
หูเป่าเฉียงเดินไปที่หน้าห้องประชุม หันหน้าเข้าหาพนักงานทุกคนโดยไม่นั่งลง
“สวัสดีเพื่อนพนักงานทุกคน ขอรบกวนเวลาพวกคุณสักหน่อยนะ มีเรื่องจะแจ้งให้ทราบสองสามเรื่อง”
เห็นหูเป่าเฉียงตัวเล็กๆ แบบนี้ แต่พลังปอดเหลือล้น เสียงดังฟังชัดมาก
ไม่ต้องใช้ไมโครโฟน พูดทีได้ยินชัดแจ๋วกันทั้งห้อง
“เรื่องแรก ขอแจ้งข่าวดี ตอนนี้ฝ่ายเทคนิคของเราพัฒนาเกมมือถือระดับมาสเตอร์พีซตัวใหม่ออกมาแล้ว หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อโปรเจกต์นี้มาบ้าง เกมนี้ชื่อว่า 《Eternal Song》เป็นแนว RPG สไตล์ Q-Version ที่มาพร้อมกับระบบ VIP, การอัปเกรดสัตว์เลี้ยง, การตีบวกอุปกรณ์, และการฝังอัญมณี ซึ่งเป็นองค์ประกอบยอดฮิต ผมมั่นใจในศักยภาพทางการตลาดของเกมนี้มาก”
หูเป่าเฉียงพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความหวัง
แต่พนักงานด้านล่างหลายคนแอบเบ้ปาก... เกมย้อมแมวรวมมิตรอีกแล้วสิ!
ฟังจากประโยคเดียวนั้นก็รู้ไส้รู้พุงหมดแล้ว ไอ้ที่ว่า “ระบบ VIP, อัปเกรดสัตว์เลี้ยง, ตีบวก, ฝังพลอย” อะไรนั่น ฟังดูหรูหรา
แต่หลอกได้แค่คนนอกวงการเท่านั้นแหละ คนในห้องนี้มันคนวงในทั้งนั้น อย่ามาต้มกันซะให้ยาก
พูดตรงๆ มันก็คือ ‘เกมดูดเงินย้อมแมว’ ที่มีเกลื่อนตลาดนั่นแหละ!
ไอ้พวกฝ่ายเทคนิคนั่นวันๆ มัวทำบ้าอะไรกันอยู่ ที่บริษัทตกต่ำลงในช่วงสองปีนี้ ส่วนใหญ่ก็เพราะไอ้พวกนี้แหละที่ไม่เคยทำเกมฮิตๆ ออกมาได้สักเกม
แต่หูเป่าเฉียงไม่ได้สังเกตเห็นความคิดในใจของพนักงาน เขาพูดยังคงร่ายยาวต่อ
“เรื่องที่สองที่ผมจะพูด เป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งกว่า!”
เอาล่ะสิ พอได้ยินเจ้านายพูดว่า “เรื่องน่ายินดี” พนักงานหลายคนก็พากันถอนหายใจ
ถ้าเจ้านายบอกว่ามีข่าวดี สำหรับพนักงานแล้ว... ร้อยทั้งร้อยไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ
“หลักการของผมคือ ให้พนักงานทุกคนได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตของบริษัท! ดังนั้น ในเมื่อเราจะเปิดตัวเกมดีๆ แบบนี้ ผมเลยปิ๊งไอเดียขึ้นมา ผมตั้งใจจะ... ให้พนักงานที่มีความทะเยอทะยานและมีอุดมการณ์กลุ่มหนึ่ง ได้รวยก่อนใครเพื่อน!”
หูเป่าเฉียงยิ่งพูดยิ่งมันส์ หน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น
สายตาของเขากวาดไปทั่วห้อง พนักงานต่างพากันก้มหน้าหลบตา กลัวว่าจะโดนเจ้านายจิ้มเรียกให้เป็น “กลุ่มคนที่มีความทะเยอทะยานและมีอุดมการณ์” ที่ว่านั่น