บทที่ 38 สามภพสามชาติ ความหลังครั้งก่อนสะเทือนใจ!
ประตูผนึกโบราณค่อย ๆ แยกเปิดเบื้องหน้าหลี่เสวียนเซียว เสียงหินขยับเสียดสีก้องสะท้อนทั่วโพรงถ้ำ บานประตูที่ปิดตายมาหลายร้อยปี กลับเปิดออกด้วยโลหิตเพียงหยาดเดียว—หาใช่โลหิตของเขาไม่ แต่เป็นของ ‘หลินหว่านชิง’ ศิษย์พี่หญิงสามผู้ยังสลบไสลอยู่ในอ้อมแขน
“เป็นไปตามที่ข้าคาดไว้จริง ๆ” หลี่เสวียนเซียวกระซิบขณะมองลึกเข้าไปในห้องเร้นลับเบื้องหน้า แววตาของเขาทั้งหนักแน่นและแฝงความกังวลอย่างลึกซึ้ง
ที่นั่นมิใช่กับดักหรือค่ายกลอย่างที่เขาเฝ้าระแวงมาเป็นปี ทว่าเป็นห้องพักพำนักอย่างแท้จริง กลิ่นไม้จันทน์จาง ๆ ลอยตลบอยู่ในอากาศ ราวกับพาผู้คนย้อนคืนสู่วังเวียนอดีตกาล ผนังถูกแกะสลักลายเมฆมงคล และเสียงลมหายใจอ่อน ๆ ราวกับเสียงกระซิบของเซียนก็ยังดังสะท้อนตามความเงียบ
เตียงไม้แกะสลักถูกปูด้วยผ้ากำมะหยี่สีชมพูอ่อนปักลายดอกบัวบาน ผ้าม่านบางเบาไหวพลิ้วแม้ไร้ลม บนโต๊ะไม้ริมผนังมีตลับแป้ง หวีงาช้าง และกระจกสัมฤทธิ์ที่ส่องแสงเย็นเยียบแม้ในความมืด
“นี่มันห้องของ...สตรี?” เขาเอ่ยอย่างสงสัย ก่อนที่เสียงในหัวจะกรีดร้องขึ้นมาอย่างกะทันหัน ภาพหนึ่งซ้อนทับอีกภาพราวกับม่านภาพเงาจันทรา
ภาพความทรงจำมหาศาลหลั่งไหลราวสายน้ำแห่งจิตวิญญาณ มิใช่ของเขา แต่เป็นของ ‘ฝั่นเยว่’ และ ‘หลินหว่านชิง’ ในอดีตชาติที่ล่วงผ่าน ทั้งสองเคยอยู่ในภพเดียวกัน—ไม่ใช่เพียงชาติเดียว แต่เป็นสามภพสามชาติ เรื่องราวทั้งหมดบังเกิดขึ้นในใจเขาเสมือนเขาเป็นประจักษ์พยาน ณ จุดนั้น
ฝั่นเยว่—เจ้ามารผู้โด่งดังจาก ‘ตำหนักเทียนซา’ ผู้ก่อกรรมทำเข็ญไว้ทั่วหล้า เคยไล่ล่าสังหารศิษย์นับร้อยในยุทธภพ แต่กลับละเว้น ‘หลินหว่านชิง’ เพียงผู้เดียว ผู้มีดวงตากล้าแกร่งดั่งเหล็กกล้าและใจมั่นคงยิ่งกว่าผนังภูเขา
นางผู้เป็นยอดกระบี่หญิงอันดับหนึ่งของใต้หล้า ติดตามไล่ล่าฝั่นเยว่สามเดือนเต็ม ทว่าในห้วงเวลาอันยาวนาน หัวใจของทั้งสองกลับสั่นไหว—ไม่ใช่ด้วยคมดาบ หากแต่ด้วยความเข้าใจและเจตจำนงอันบริสุทธิ์
หลินหว่านชิงตัดสินใจวางดาบ หวังเปลี่ยนแปลงเขาด้วยใจรัก ฝั่นเยว่จึงยอมผลักนางเข้าสู่วัฏสงสารในวาระสุดท้าย เพื่อรอคอยการกลับมาของนางในชาติภพถัดไป
ชาติที่สอง นางได้ถือกำเนิดเป็นศิษย์ของสำนักชื่อดังตั้งแต่วัยเยาว์ มีชื่อเสียงเลื่องลือทั้งในด้านวรยุทธ์และความงาม ทว่าโชคชะตากลับนำพาฝั่นเยว่กลับเข้ามาอีกครั้ง—ในร่างที่นางแทบจำไม่ได้ แต่ใจกลับจดจำได้ก่อน
หลังผ่านเหตุการณ์มากมาย หลินหว่านชิงในชาติที่สองจำเรื่องในอดีตได้อย่างชัดเจน นางเลือกสละพลังทั้งหมด ยอมละทิ้งสถานะและอำนาจ กลับคืนสู่ความเป็นมนุษย์ธรรมดา เพื่ออยู่เคียงข้างฝั่นเยว่
ฝั่นเยว่รับปากจะวางดาบ กลับไปใช้ชีวิตสงบสุขร่วมกับนางในหุบเขาเงียบงัน ทว่าอดีตแห่งการล้างแค้นตามทัน อดีตเจ้าสำนักผู้สูญเสียศิษย์จากน้ำมือเขา บุกมาสังหารนางด้วยโทสะจนไร้สติ
ฝั่นเยว่แหลกสลายใจ สิ้นหวังและคลุ้มคลั่ง ตนเองจึงถูกสังหารในที่สุด ร่างถูกเผาจนเหลือเพียงฝุ่นผง และชื่อของเขาถูกลบจากประวัติศาสตร์ยุทธภพ ราวกับไม่เคยมีอยู่เลยแม้แต่น้อย
“นี่หรือ...คืออดีตของสามภพ?” หลี่เสวียนเซียวถอนหายใจยาว ขณะยืนอยู่ท่ามกลางความทรงจำของคนอื่นอย่างไม่เต็มใจ หัวใจของเขาหนักอึ้งราวกับถูกสะกดด้วยพันธะสวรรค์
ภายในห้องยังมีของฝากจากอดีตไว้อีกสามชิ้น—อาวุธวิเศษที่เปี่ยมด้วยความรักและความเสียสละจากฝั่นเยว่ถึงหลินหว่านชิง
หนึ่งคือ ‘เกราะเกล็ดอสรพิษเงิน’ สร้างจากเกล็ดของงูเทพตนหนึ่งในยุคบรรพกาล แสงเงินแวววาว สามารถสวมใส่ได้แม้ไม่มีพลังฝึกตน อีกทั้งช่วยฟื้นพลัง ชะลอการบาดเจ็บ และดูดซับพลังสวรรค์จากบรรยากาศโดยรอบ
สองคือ ‘รถคลื่นลม’ ขนาดเล็กเพียงฝ่ามือ แต่เมื่อปลดผนึกจะขยายเป็นรถศึกเวทบินได้ดุจสายลม เหาะข้ามเขาได้ภายในพริบตา เคลื่อนที่เร็วเท่าคำสาปเซียน เหมาะแก่การหลบหนีและเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บอย่างยิ่ง
สามคือ ‘โอสถซ่อมผืนฟ้า’ หรือ ‘ปู้เทียนตัน’ เม็ดยาในตำนานซึ่งกล่าวกันว่าสามารถเยียวยาร่างกายและจิตวิญญาณ แม้แต่ผู้ไร้รากวิญญาณก็สามารถใช้ฟื้นบำรุง เสริมพลังปราณและเชื่อมโยงพลังกับสวรรค์ได้อีกครา
หลี่เสวียนเซียวลูบคางพินิจพิจารณา สีหน้าเขาสลับไปมาระหว่างครุ่นคิดกับหวั่นไหว “ทั้งสามชิ้น...วางไว้แบบนี้ เดี๋ยวหลินหว่านชิงตื่นขึ้นมา จำอะไรได้ ข้าจะกลายเป็นชายคนที่สามในสามชาติพอดี!”
เขาหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนเก็บของทั้งสามเข้าถุงมิติ พร้อมตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะไม่ยอมให้ความหลังอันหนักอึ้งมากวนจิตใจอีก
“ขอโทษด้วยนะ ศิษย์พี่หญิงสาม...แต่บางเรื่อง ถ้าไม่ลืม มันก็เจ็บ” เสียงเขาเบาราวกับลมพัดผ่านภูเขา ก่อนตัดสินใจเด็ดขาด
เขายกมือ ใช้พลังฝ่ามือจุดเพลิงทำลายห้องลับ แผ่นดินสั่นสะเทือน ฝุ่นถล่มลงจากเพดานราวโลกกำลังร้องไห้
“เพลิงเผาเท่านั้นยังไม่พอ!” เขาคำราม ก่อนจะใช้วิชาดินสร้างโพรงลึกลงใต้ดิน แล้วถมด้วยหินผาและอักขระผนึก
ทุกสิ่งถูกฝังไปพร้อมกับอดีต
จากนั้น หลี่เสวียนเซียวพาหลินหว่านชิงที่ยังหมดสติออกจากถ้ำ มุ่งหน้าไปยังสถานที่ปลอดภัย ปัดฝุ่นที่บ่าของนางเบา ๆ ก่อนกล่าวเสียงอ่อนโยน
“สามภพสามชาติ หากเจ้ายังต้องพบรักผิดอีกครา...งั้นข้าขอเป็นเงาให้เจ้าก้าวพ้นมัน” เสียงของเขานั้นทั้งจริงใจและเจ็บลึกในอก
เขาฝากนางไว้ในสำนักพันบัวของสหายหญิงที่ไว้วางใจได้มากที่สุด จากนั้นจึงหันหลังกลับ ปล่อยให้อดีตกลืนหายไปกับสายลมดุจฝุ่นธุลีของกาลเวลา
เมื่อหลินหว่านชิงฟื้น นางรู้สึกคล้ายผ่านความฝันอันยาวนาน มึนงงเล็กน้อยในเบื้องต้น ก่อนที่สัญชาตญาณจะนำพานางให้เดินทางตามแผนที่ที่เคยเห็น หวังจะค้นพบคำตอบของเงาใจบางสิ่ง
แต่เมื่อไปถึง...ทุกอย่างว่างเปล่า มีเพียงลมหวนและดอกไม้ร่วงจากต้นไม้ที่ไม่รู้ชื่อ นางยืนนิ่งเนิ่นนาน ราวกับรอให้ความทรงจำบางอย่างหวนคืน
สุดท้ายเพียงถอนหายใจเบา ๆ แล้วหันหลังเดินจากไป ไกลออกไปในผืนพงพนาแห่งโชคชะตา พร้อมดวงใจที่ยังไม่สมบูรณ์
...จบตอน