บทที่ 43 กฎประหลาดแห่งลั่วสุ่ย

ณ ที่ใดสักแห่งในใต้หล้า แผ่นดินสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะกลับเข้าสู่ความเงียบงัน ราวกับเสียงสะท้อนแห่งชะตาได้เคลื่อนไปอีกขั้น



เงาร่างห้าสายวิ่งแยกกันราวกับลูกธนูออกจากสาย ออกไปคนละทิศละทางอย่างคล่องแคล่ว แต่ที่แท้—ล้วนเป็นหุ่นเชิดลวงตา!



ผู้เป็นต้นตอที่แท้จริง หลี่เสวียนเซียว กลับมุดอยู่ใต้พื้นดิน ลำตัวแนบไปกับผืนดินอย่างกับตัวตุ่นฝึกเต๋า ใช้วิชาดินหลบหนีอย่างไร้ร่องรอย และยังแผ่พลังลวงระดับสูงเพื่อเบี่ยงเบนการตรวจจับของผู้อื่น

“ต้องหาที่หลบพักด่วน...” เขาพึมพำเบา ๆ พลางกลืนน้ำลายเหนียวแน่นที่ปนเลือดในคอ การฝ่าด่านฟ้าครั้งก่อนแม้จะสำเร็จ แต่ผลกระทบที่ตามมาไม่ต่างจากหายนะระดับย่อม



การทะลวงเข้าสู่ขั้นจินตันสมบูรณ์เหนือระดับย่อมไม่ใช่เรื่องลับอีกต่อไป มันย่อมดึงดูดสายตาของเหล่าผู้โลภ—ไม่ว่าจะเป็นคน หรืออสูร หรือแม้แต่ปีศาจเฒ่า ผู้ใดครอบครองจินตันล้ำค่า ย่อมเป็นที่หมายปองของโลก



ระหว่างที่ขุดดินพุ่งลึกลงไป เขาควบคุมหุ่นเชิดสองตัวให้สลับกันขุดอย่างเงียบงัน ส่วนตนเองก็เอนหลังพิงหิน ฟุบหลับไปอย่างไร้เสียง เสียงลมหายใจสม่ำเสมอราวกับพายุใหญ่ได้พัดผ่านและจากไป



ก่อนจะหลับยังไม่วายทิ้งคำสั่งสุดท้ายว่า “ช้าลงหน่อย...แต่ขุดต่อไป อย่าหยุด”



หุ่นเชิดสองตนเหมือนจะชะงักค้าง แล้วก็กลับไปขุดอย่างไร้ความรู้สึก...แต่หากมองจากสายตาเฉียบของผู้บำเพ็ญจะรู้ว่า...พวกมันเศร้า!



ใช่แล้ว เศร้า!



เหมือนคนที่ถูกสั่งให้ทำโอทีข้ามปีโดยไม่มีค่าล่วงเวลา ความเหนื่อยล้าสะสมแทบจะทำให้ข้อต่อของมันสนิมขึ้นกลางดิน



หลี่เสวียนเซียวก้าวเข้าสู่ภวังค์นิทรา ในขณะที่ภายในร่างเขานั้นกำลังวุ่นวายราวสมรภูมิรบ เขาใช้โอกาสนี้ซ่อมแซมเส้นปราณและจุดชีพจรที่เสียหายจากการฝ่าด่านสายฟ้าสวรรค์ และยังสำรวจกลไกพลังทั้งหมดที่ตนมีอยู่ใหม่อีกครั้ง



กระดูกส่วนหลังที่แตกร้าว เส้นลมปราณที่ไหม้เกรียมจากสายฟ้า แม้แต่จิตเต๋าที่หวิดจะแตกสลาย—ทั้งหมดนี้ถูกเยียวยาด้วยโอสถฟ้าและพลังภายในที่หล่อเลี้ยงอย่างค่อยเป็นค่อยไป



...และแล้ว สามเดือนผ่านไปในพริบตา



“ฮ้าาาา~ สบายดีจริง ๆ !” เขายืดตัวบิดขี้เกียจ ราวกับไม่ได้หลับมาเป็นชาติเศษ แผ่นหลังลั่นกร๊อบอย่างผู้เพิ่งตื่นจากภาวะจำศีล



เขาไม่หิว ไม่กระหาย—เพราะผู้บรรลุจินตันแล้วกินพลังแห่งฟ้าดินแทนข้าวปลาอาหาร ลมหายใจแต่ละครั้งคือการดูดซับกลิ่นอายแห่งเต๋า



หุ่นเชิดสองตัวหันมาจ้องหน้าเขานิ่ง ๆ ราวกับจะพูดว่า “เจ้านาย...เราทำงานมา 2,592 ชั่วโมงแล้วนะ” หากมีน้ำตา มันคงหลั่งออกมาเป็นสาย



“โอเค ๆ กลับมานี่!” เขารีบเก็บพวกมันเข้าไปในฝ่ามือราวกับกลัวจะถูกดุด่า



และในวินาทีนั้นเอง เขาก็พุ่งขึ้นจากใต้ดิน ราวกับตัวตุ่นทะลุดินฟ้า!



...และติด!



“อ้าวเฮ้ย ทำไม...ข้า...ออกไม่ได้!”



เขาลองเร่งพลังปราณ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ลองหมุนพลังเต๋า ผลคือ—นิ่งสนิท! เหมือนลมหายใจถูกผนึก พลังถูกขังอยู่ในห้องปิดตาย



“เฮ้ย! พลังหาย!?”



หลี่เสวียนเซียวดิ้นอยู่ใต้ดิน ราวกับปลาโดนฝังทราย ใช้พลังแทบหมด ก็แค่โผล่พ้นพื้นได้ครึ่งตัว ร่างเต็มไปด้วยดินเปื้อนจนดูเหมือนผีตุ่นจากตำนาน



หลังจากพยายามจนตัวแทบแหลก เขาก็ปีนขึ้นมาได้ในที่สุด พร้อมเหงื่อท่วมตัว หน้าเต็มไปด้วยคราบเหนื่อยล้า



เบื้องหน้าคือหมู่บ้านเล็กเงียบเชียบหนึ่งแห่ง...ไม่ผิด—หมู่บ้าน? ที่ไร้ผู้คน แต่ยังมีควันลอยจากปล่องไฟ...ราวกับใครบางคนยังคงอาศัยอยู่



และในวินาทีนั้นเอง ตัวอักษรสีทองลอยกลางอากาศเหมือนเกมออนไลน์!



【กฎหมู่บ้านลั่วสุ่ย】

กฎข้อหนึ่ง: เข้าได้แต่ออกไม่ได้
กฎข้อสอง: กลางคืนต้องมีเทียนหนึ่งเล่ม ห้ามดับ
กฎข้อสาม: ห้ามสวมชุดสีแดง
กฎข้อสี่: ต้องแต่งงานภายในเจ็ดวัน โดยมีพยาน
กฎข้อห้า: ผู้อยู่อาศัยใหม่ต้องไปขึ้นทะเบียนกับทางการภายในสามวัน
กฎข้อหก: ผู้ใดเข้าไปในที่ว่าการ จะสูญเสียประสาทสัมผัสทั้งห้าไปตลอดกาล
กฎข้อเจ็ด: ศาลเจ้าภูเขาปลอดภัย
กฎข้อแปด: แต่อาจมีสัตว์อสูรในศาลเจ้า
กฎข้อเก้า: หมู่บ้านนี้ไม่มีผู้รักษากฎหมาย
กฎข้อสิบ: ผู้ใดสวมชุดดำ ถือเป็นเจ้าหน้าที่ ผู้ใดขัดคำสั่งจะถูกลงโทษ
กฎข้อสิบเอ็ด: ห้ามแพร่งพรายข้อมูลของหมู่บ้านนี้แก่บุคคลภายนอก



“...”



“นี่ข้ามาทำอันใดกันแน่...” หลี่เสวียนเซียวตบหน้าผาก เหงื่อเย็นผุดเต็มหลัง ราวกับความเย็นจากแดนวิญญาณชโลมขึ้นต้นคอ



ดูจากรูปการณ์แล้ว เขาคงพลัดเข้าสู่ดินแดนปิดผนึกแห่งหนึ่ง...สถานที่แบบนี้ในหมู่ผู้ฝึกตนเรียกว่า “ถ้ำสวรรค์” หรือ “แดนมหามงคล” ที่เหล่าผู้กล้าเข้าไปแล้วไม่ค่อยได้ออกมาเล่า!



ด้วยความที่เป็นแดนซึ่งมักสร้างโดยผู้แข็งแกร่งระดับเหอถี่ ผู้ที่อยู่ในระดับนี้นับเป็นผู้ฝึกตนที่รวมร่างกาย พลัง และจิตวิญญาณเข้ากับเต๋าได้บางส่วน พวกเขาอาจควบคุมกฎแห่งฟ้าดินได้ระดับหนึ่ง และสามารถสร้างโลกจำลองหรือแดนพิเศษเป็นของตนเองได้



พลังจากภายนอกเข้าไม่ได้ ข้อมูลรั่วไหลออกไม่ได้ ผู้มาเยือนถูกบังคับให้ติดอยู่ในเกมแห่งเต๋านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ต่างจากการเดินเข้าสู่กระดานหมากล้อมที่มีเพียงสองทาง—ชนะ หรือสลาย



หลี่เสวียนเซียวพึมพำ “ข้าแม่ง...โชคดีจนไม่รู้จะว่าอย่างไรดีแล้ว...” เสียงที่หลุดออกมามีทั้งความปลงตกและประชดประชันเจตสวรรค์



เขานั่งขัดสมาธิอย่างสงบ แล้วทบทวนกฎทั้งสิบเอ็ดข้อ พลางขมวดคิ้วราวกับหมากล้อมพันเถาวัลย์



“กฎห้าบอกให้ไปขึ้นทะเบียนกับที่ว่าการภายในสามวัน แต่กฎหกบอกว่าเข้าไปแล้วจะสูญเสียสัมผัสตลอดชีวิต...นี่เรียกว่าภาวะกลืนเลือดกลืนหนามรึไร?”



ยังไม่พอ กฎเก้าบอกว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ แต่กฎสิบบอกว่า “เจ้าหน้าที่” สวมชุดดำ...ให้ตายเถอะ แบบนี้จะให้เชื่อกฎไหนดี!? ตกลงข้าจะเชื่อฟังใครได้บ้างเนี่ย!?



ตะวันใกล้ลับฟ้าแล้ว เขารีบก้าวยาว ๆ ไปตามถนนศิลาที่ยังอุ่นจากแดดยามบ่าย หมู่บ้านดูไร้วี่แววผู้คน ทั้งที่บ้านมีควันลอยจากปล่องไฟอยู่หลายหลัง



เขาพบโรงเตี๊ยมหนึ่งแห่ง ไฟสว่าง มีป้ายเขียนว่า “เรือนพักสี่ทิศ” ป้ายไม้ผุเล็กน้อยแต่ยังเห็นลายมือแกร่งของผู้เขียน



หลี่เสวียนเซียวผลักประตูเข้าไป—พร้อมกลิ่นเต้าหู้เหม็นแตะจมูกทันที!



เด็กหนุ่มหน้าตาง่วง ๆ เงยหน้ามองเขาแล้วว่า “รับห้องไหม ท่านขอเทียนด้วยหรือเปล่า?” น้ำเสียงเรียบ แต่ดวงตาลึกจนคล้ายซ่อนบางอย่าง



...เรื่องมันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น


** ในหมู่ผู้ฝึกตน ระดับพลังโดยทั่วไปแบ่งออกเป็นลำดับดังนี้:
1. ก่อตั้งลมปราณ — เริ่มสะสมพลังปราณขั้นพื้นฐาน
2. สร้างฐาน — ตั้งมั่นรากฐานของเต๋า
3. จินตัน — กลั่นพลังเป็นแก่นปราณ
4. หยวนอิง — แยกร่างวิญญาณออกจากกายได้
5. ฮวาเสิน —สร้างร่างจำแลงเพื่อใช้ในการต่อสู้หรือกดข่มจิตวิญญาณผู้อื่นwfh
6. เหลียนซวี — ผสานเต๋าให้เข้มข้นถึงขีดสุด
7. เหอถี่ — รวมร่างกับเต๋า กลืนกับสวรรค์
8. ถวนเต้า — ยึดมั่นเต๋าแท้ เตรียมทะลวงความเป็นเซียน
9. ต้งเซิ่ง — บรรลุเต๋าสูงสุด เป็นหนึ่งในเซียนแท้

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 43 กฎประหลาดแห่งลั่วสุ่ย

ตอนถัดไป