ตอนที่ 45: พึ่งพาตัวเอง
“ฮึ่ม! ไม่คุยกับหลินเจิ้งหรานแล้ว! นายพูดแค่ประโยคเดียวก็ทำให้ฉันดูเหมือนตัวตลกเลยเนี่ย!” หานเวินเวินเบือนหน้าหนี พองลมหายใจในแบบจิ้งจอกขี้งอน
หลินเจิ้งหรานมองเธออย่างหมดอารมณ์ “วัน ๆ เอาแต่แกล้งทำตัวน่ารักนี่มันเพื่ออะไร? แต่ว่า...ที่ออกมาเช่าห้องอยู่ตอนนี้ กะว่าจะพึ่งพาตัวเองเต็มตัวแล้วสินะ?”
สีหน้าของหานเวินเวินเปลี่ยนกลับเป็นปกติ มือทั้งสองวางแนบตัก ไขว้ขา ท่าทางดูเหนื่อยล้าแต่ก็ยังแย้มยิ้มเบา ๆ
“อืม ฉันต้องพยายามเองแล้วล่ะ ถึงคุณน้าจะบอกว่ายินดีเลี้ยงดูจนจบ ม.ต้น แล้วฉันก็ยังเอาเงินจากบ้านเขาได้อีกสักพัก แต่...”
เธอยิ้มแหย “แต่ฉันก็รู้สึกเกรงใจเกินไปจะอยู่บ้านน้าแล้วล่ะ ความรู้สึกของคนนอกที่อาศัยบ้านคนอื่นมันไม่ค่อยดีเลย แล้วก็เพื่อความสงบสุขของครอบครัวนั้นด้วย ฉันควรเป็นฝ่ายถอยออกมาเอง”
เธอยกนิ้วจิ้มข้างริมฝีปาก พูดอย่างอารมณ์ดี
“คิดดูสิ ตอนเด็กแม่ยังไม่ต้องการฉันเลย แต่คุณน้ากลับรับฉันไปเลี้ยง ถึงฉันจะตอบแทนบุญคุณนี้ไม่ได้หมดง่าย ๆ ก็เถอะ ตอนนี้คุณน้ามีแฟนใหม่แล้ว แล้วแฟนใหม่ก็ตั้งท้องแล้วด้วย ฉันจะหน้าด้านอยู่ต่อได้ยังไงกันล่ะ? คนรู้จักคิดก็ควรรู้จักถอนตัวสิ”
หลินเจิ้งหรานครางรับเบา ๆ ในใจเข้าใจดีว่ายัยจิ้งจอกนี่ยังเด็กเกินไป “ถ้าเป็นฉันก็คงคิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่ดูจากห้องที่เธอเช่ามาแล้วก็นะ...ดูท่าจะหาเงินยากใช่ย่อยเลยนะ”
หานเวินเวินกระพริบตาปริบ ๆ ดวงตาจิ้งจอกแพรวพราวเต็มไปด้วยความมั่นใจ “ตอนนี้ยุคออนไลน์นะ จะหาเงินน่ะ ต่อให้อยู่บ้านเฉย ๆ ก็มีวิธีตั้งเยอะแยะ ห้าร้อยหยวนที่ฉันมีนี่ก็มาจากการลงโพสต์ ‘แนะนำแฟชั่นสาว ๆ’ ไงล่ะ!”
พอหลินเจิ้งหรานนึกถึงช่วงก่อนหน้านี้ ที่อีกฝ่ายชอบแอบก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือ ไม่เว้นแม้แต่ตอนอยู่สนามกีฬา ก็เข้าใจทันทีว่าเธอคงกำลังหารายได้ทางนี้อยู่
หานเวินเวินโน้มตัวเข้ามาใกล้ “นี่...นายกลัวว่าฉันจะเดินทางผิดใช่ไหมล่ะ? ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ฉันไม่มีทางทำแบบที่แม่ฉันเคยทำแน่ ถึงจะอดตายก็ไม่มีวันแตะทางนั้น!”
หลินเจิ้งหรานตาเบิกเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอพูดถึงแม่ของตัวเอง เขาเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้ด้วยซ้ำ
เขาถอนหายใจ “ให้ฉันช่วยไหม?”
หานเวินเวินเบิกตากว้าง “หือ? ช่วยเหรอ? จะให้ยืมเงินเหรอ?”
“เปล่า ฉันวางแผนไว้ว่าจะช่วยเจียงเสวี่ยลี่ซ้อมร้องเพลงก่อน แต่สัปดาห์หน้าฉันว่าง เดี๋ยวฉันจะมาหา แล้วจะสอนวิธีหาเงินให้เธอ ถ้าเธอจริงจังนะ รับรองว่าหาได้มากกว่าทำคนเดียวแน่นอน”
เธอนิ่งงันไปเล็กน้อย แต่พอเห็นว่าเขาพูดจริงจังอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ก็หัวเราะออกมาอย่างดีใจ “โอเค งั้นก็ขอบใจมากเลยนะหลินเจิ้งหราน! แล้วก็...เรื่องที่ฉันพูดเมื่อกี้น่ะ อย่าบอกใครนะ ถือว่าเป็นค่าตอบแทนสำหรับการช่วยหาห้อง เก็บความลับ แล้วก็จะสอนวิธีหาเงินให้ วันนี้ฉันเลี้ยงข้าว! กินหม้อไฟกันไหม?”
“ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไม่ใช่พวกชอบเอาความลับคนอื่นไปพูดเล่นอยู่แล้ว”
“รู้อยู่แล้วล่ะ ไม่งั้นนายจะปิดเรื่องที่รู้ฉันอยู่บ้านน้ามาได้ตั้งนานเหรอ~”
เธอกัดริมฝีปากอย่างเขิน ๆ แล้วว่า “ไหน ๆ ก็มากันขนาดนี้แล้ว นายช่วยฉันขนของหน่อยได้ไหม ของบางอย่างฉันคนเดียวก็แบกไม่ไหว...”
เธอเกาะชายเสื้อเขาเขย่าไปมา “นะ~ คุณพี่เจิ้งหราน~ ช่วยหน่อยน้า~”
【วันนี้เจ้าเห็นมารสาวจากนิกายมารกำลังพยายามพึ่งพาตัวเอง เจ้าเห็นแก่บุญคุณที่นางเคยให้ยาหายากและช่วยเหลือเซียนหญิงเหอ จึงยื่นมือช่วยหาแหล่งพำนัก พร้อมมอบคัมภีร์ให้ฝึกฝน นางบอกว่าเป็นการแลกเปลี่ยน ขอเลี้ยงเจ้าหม้อไฟเลือดลุกเป็นไฟหนึ่งมื้อ】
หม้อไฟเลือดลุกเป็นไฟ...ก็หม้อไฟธรรมดานี่ล่ะ
หลินเจิ้งหรานยกสี่นิ้วขึ้น “ช่วยก็ได้ แต่ต้องเลี้ยงหม้อไฟฉันสี่มื้อ”
“สี่มื้อ?! ฉันไม่มีเงินขนาดนั้นนะ!”
“เธอยังไม่มีเงินกินหม้อไฟสี่มื้อ แล้วฤดูร้อนนี้เธอจะเอาอะไรกิน? หาเงินวันต่อวันเรอะ?”
หานเวินเวินหัวเราะแหะ ๆ
หลินเจิ้งหรานส่ายหน้าแล้วลุกขึ้น “เธอนี่มันจิ้งจอกใจกล้าชัด ๆ เอาเถอะ เธอแค่เตรียมน้ำซุปไว้ก็พอ ฉันจะซื้อวัตถุดิบมาเอง”
“จริงเหรอ! หลินเจิ้งหรานนายสุดยอดไปเลย! ไว้ฉันมีเงินเมื่อไหร่จะเลี้ยงคืนชุดใหญ่เลย!”
ทั้งคู่จึงพากันไปโรงเรียนเพื่อเก็บของ
สำหรับหลินเจิ้งหรานตอนนี้ แบกชุดเครื่องนอนพวกนั้นก็เหมือนถือขวดน้ำดื่ม ไม่มีอะไรยาก
หานเวินเวินถึงกับตะลึง “แรงเยอะขนาดนี้ นายแบกฉันคนเดียวได้แน่ ๆ เลย!”
เมื่อขนของมาถึงห้องเช่า ก็เป็นเวลาบ่ายสี่ถึงห้าโมงแล้ว ต้องบอกเลยว่า จิ้งจอกน้อยคนนี้เตรียมของใช้ไว้ครบครันมาก
กาต้มน้ำ กระทะเล็ก ไดร์เป่าผม ของจุกจิกสารพัด เธอคงคิดจะย้ายออกตั้งนานแล้ว ถึงได้มีของเยอะขนาดนี้
เธอวางกระทะไว้บนโต๊ะ เปิดซองน้ำซุปหม้อไฟที่ซื้อมา
จากนั้นก็หยิบวัตถุดิบที่หลินเจิ้งหรานซื้อมาใส่ลงไป แล้วหยิบเบียร์สองกระป๋องจากกระเป๋ายื่นให้เขา
“นี่ ๆ คนละกระป๋อง”
หลินเจิ้งหรานรับไว้แล้วขมวดคิ้ว “เดี๋ยวนะ อย่าบอกนะว่าเหอฉิงนั่นเคยนั่งกินเบียร์กับเธอวันหยุด?”
หานเวินเวินที่ยืนอยู่ข้างเตียงกำลังจะเปลี่ยนชุดถึงกับสะดุ้ง มีเหงื่อซึมขึ้นหน้าผาก หันมายิ้มแหย “จะเป็นไปได้ยังไง~ เหอฉิงไม่แตะของพรรค์นี้หรอก นี่เพิ่งซื้อเมื่อกี้เอง ฉันเพิ่งลองครั้งแรกเลย~”
พูดจบเธอก็ถือชุดกระโปรงเดินเข้าห้องน้ำไปเปลี่ยน
ก่อนปิดประตู เธอยังหันมาค้อน “เสื้อฉันเลอะหมดแล้วนะ เดี๋ยวจะเปลี่ยนเป็นกระโปรงกับเสื้อใหม่ นายอย่าแอบดูล่ะ~”
“ฉันไม่ว่างขนาดนั้นหรอก” เขาตอบขณะคีบเนื้อใส่ปาก
หานเวินเวินกระพริบตา คิดในใจว่า ‘แปลกจัง แกล้งเขายังไงก็ไม่เขินเลยสักนิด เป็นผู้ชายวัยรุ่นจริงเหรอเนี่ย?’
【เจ้ากับมารสาวจากนิกายมารได้ร่วมกินหม้อไฟเลือดลุกเป็นไฟ ระดับพลังเพิ่มขึ้นมาก กำลัง +3 ความอึด +1】
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป คุณน้าของหานเวินเวินกับแฟนสาวก็มาถึงห้องเช่า
เมื่อเห็นว่าหานเวินเวินสามารถหาห้องเองได้ แถมยังจ่ายเงินมัดจำไว้แล้ว ทั้งสองถึงกับตกใจไม่น้อย
ผู้ใหญ่ทั้งสองลงชื่อในสัญญาเช่าให้เสร็จเรียบร้อย ระหว่างนั้นยังพยายามแอบยัดเงินให้เธอห้าพันหยวน แต่หานเวินเวินปฏิเสธ
เธอบอกว่าตอนนี้สามารถหาเงินออนไลน์เองได้แล้ว ถ้าจำเป็นจริง ๆ ค่อยขอเอา
ถึงแม้เธอไม่อยากรับเงิน แต่ดูเหมือนทั้งคู่จะรู้สึกผิดอยู่ลึก ๆ จึงแอบทิ้งเงินไว้ให้เธออยู่ดี
หานเวินเวินยืนโบกมือลาสองสามีภรรยาด้วยรอยยิ้มที่ทางเดินหน้าห้อง “ลาก่อนนะคะคุณน้า หนูอยู่ได้เองแล้ว ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ~”
ทั้งสองโบกมือลาแล้วลงบันไดไป
หานเวินเวินยืนมองจากหน้าต่าง เห็นทั้งสามคน—คุณน้าทั้งสอง และเด็กน้อยที่เพิ่งเกิดใหม่ นั่งอยู่ในรถด้วยกันอย่างมีความสุข
เธอเองก็ยิ้มออกมาเบา ๆ
“หวังว่าหลังจากฉันย้ายออกไปแล้ว คุณน้าคงจะไม่ทะเลาะกับคุณน้าอีก พวกเขาคงจะใช้ชีวิตแบบครอบครัวสามคนได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ แหละนะ...”
แต่บางครั้ง...เรื่องบังเอิญก็มักเกิดขึ้น
เช้าวันต่อมา ขณะที่หลินเจิ้งหรานจัดการงานของเจียงเสวี่ยลี่เสร็จแล้วมาหาหานเวินเวิน
เขาตั้งใจจะเริ่มสอนวิธีหาเงินให้เธอ แต่กลับพบว่าเจ้าหมาจิ้งจอกตัวนี้...ดันเป็นไข้
ตอนที่เธอมาเปิดประตูให้ สีหน้าดูมึน ๆ หนักศีรษะ ท่าทางอ่อนแรง
“หลินเจิ้งหราน...นายมาแล้วเหรอ…”
ยังพูดไม่ทันจบ เธอก็เซล้มลงมาทับอยู่ในอ้อมแขนของหลินเจิ้งหราน
(จบตอน)