ตอนที่ 17 ของขวัญใหญ่ขนาดนี้ ฉันรู้สึกผิดเลยนะเนี่ย
ตกกลางคืน
หลังจากไปรับลู่ซิงที่จุดนัดพบเรียบร้อย ทั้งสามคนก็ขับรถออกไปรับฉินซวียนถงต่อ
“เฮ้ย ไอ้เซียว!”
“อะไร?”
“เปล่า!” ลู่ซิงยักไหล่
“หรือว่านายรู้สึกว่าฉันหล่อขึ้น?”
“รู้ได้ไงวะ?” ลู่ซิงเอามือกุมขมับ ก่อนจะสวนกลับทันที “บ้าเอ๊ย หน้าด้านขนาดนี้ยังจะมีหน้าพูดว่าตัวเองหล่ออีกเหรอ!”
เซียวหยางหัวเราะเบา ๆ รู้สึกว่าการที่มีเจียงเหยียนตามติดมาด้วยก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นแฮะ
ส่วนเจียงเหยียนก็นั่งมองเซียวหยางเงียบ ๆ มุมปากยิ้มน้อย ๆ เหมือนกำลังมองผลงานที่ตัวเองภูมิใจ
“แค่นี้แหละ หล่อแล้ว!”
ไม่นาน ทั้งหมดก็มาถึงร้านอาหาร
ฉินซวียนถงดูเหมือนจะมาถึงก่อนพักใหญ่แล้ว แต่เธอก็ไม่ได้แต่งหน้า หรือเปลี่ยนชุดแต่อย่างใด
ยังคงเป็นเสื้อผ้าที่เห็นกันตั้งแต่เช้า แต่กลับมีเสน่ห์เฉพาะตัวในแบบเรียบง่าย
เรียบง่ายบริสุทธิ์
เซียวหยางแอบติดป้ายให้เธอในใจ
เมื่อฉินซวียนถงเห็นเจียงเหยียน สายตาก็แวบวาบขึ้นมาทันที
“นึกว่าจะมาช้ากว่านี้อีกหน่อยซะอีก!” เธอยิ้มพูด
“ใครจะปล่อยให้ดาวโรงเรียนของพวกเรารอนานล่ะ!” เซียวหยางตอบกลับ
“อย่าพูดมั่วน่า ถ้าจะเรียกดาวโรงเรียน แฟนนายต่างหากล่ะที่ใช่!”
พอเจียงเหยียนได้ยินแบบนั้น ก็แอบเชิดหน้าขึ้นนิดหนึ่ง มุมปากยกยิ้มทันที
“ไม่หรอก พี่ฉิงก็สวยเหมือนกัน~”
พูดจบ เจียงเหยียนก็ยืดขาไปข้างหน้าอย่างไม่ใส่ใจ
ถุงน่องสีดำภายใต้แสงไฟสลัว ยิ่งเพิ่มกลิ่นอายเย้ายวน
“แม่ม…ตัวดีจริง!” เซียวหยางสบถในใจ แล้วรีบอธิบายทันที “เจียงเหยียนเป็นแค่เพื่อนธรรมดานะ เพิ่งรู้จักกันวันนี้เอง”
“อ๋อ เพิ่งรู้จักวันนี้เหรอ พัฒนาเร็วดีแฮะ!” ฉินซวียนถงทำหน้าประหลาดใจ
จากนั้นสายตาก็เหลือบมาที่เซียวหยาง เพียงชั่วพริบตา หัวใจของเธอกลับเต้นเร็วขึ้นอย่างน่าประหลาด
เธอจ้องหน้าเซียวหยางอยู่นานสองสามวินาทีก่อนจะละสายตา
ทำไมรู้สึกว่าเซียวหยางหล่อขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย…
คิดไปเองหรือเปล่านะ?
หรือเพราะเสื้อผ้าที่ใส่?
ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้สึกแบบนี้เลย…
หลังจากนั้น ทั้งหมดก็เดินไปที่รถ
เจียงเหยียนรีบเปิดประตูรถอย่างคล่องแคล่ว ตั้งใจจะขึ้นไปนั่งข้างหน้า
แต่เซียวหยางกลับดึงเธอกลับไว้
“ไปนั่งข้างหลัง ลู่ซิง มานั่งหน้า!”
“ไม่เอาอะ ฉันจะนั่งหน้า!” เจียงเหยียนส่ายหน้าปฏิเสธ
“งั้นฉันนั่งหลังเอง…” ลู่ซิงรีบเปิดประตูหลังให้ฉินซวียนถงขึ้นรถก่อนอย่างรู้หน้าที่
เซียวหยางถอนหายใจยาว
เอาเถอะ หวังว่าเจียงเหยียนจะรู้กาลเทศะ ไม่ก่อเรื่องขึ้นมาอีก
ไม่งั้นมีหวังเกิดประกายไฟขึ้นแน่ ๆ!
“ว่าแต่นายไม่เรียนอยู่ที่เจียงตูเหรอ กลับมา JM ได้ยังไงล่ะ กลับมาเพื่อมางานเลี้ยงรุ่นเหรอ?” ฉินซวียนถงถามขึ้นมาระหว่างทาง
“ก็กลับมาเยี่ยมพ่อแม่น่ะสิ แล้วเธอล่ะ ไม่ใช่อยู่ที่เจียงตูเหมือนกันเหรอ?”
“ใช่ ฉันลางานกลับมา แม่ฉันป่วยเข้าโรงพยาบาล ต้องมีคนดูแล ส่วนพ่อฉันก็ไม่มีเวลาว่างเลย” พูดจบ ฉินซวียนถงก็ถอนหายใจเบา ๆ
พอได้ยินแบบนั้น เซียวหยางก็เข้าใจความรู้สึกขึ้นมาทันที
ตอนพ่อเขาล้มป่วยหนัก เขาเองก็เคยคิดจะดรอปเรียนกลับมาดูแลพ่อ แต่เพราะแม่ยืนกราน เขาถึงได้เรียนต่อมาจนถึงตอนนี้
“เธอเหนื่อยแย่เลยสิ”
“ก็พอไหว!” ฉินซวียนถงยิ้มบาง ๆ “พ่อฉันเล่าให้ฟังว่านายซื้อสูตรอาหารจากที่บ้านเราไป ในราคาสูงด้วย ไม่ใช่เพราะฉันหรอกนะ?”
เธอพูดพลางแอบมีสีหน้าคาดหวังเล็กน้อย
“ไม่ใช่หรอก”
พอพูดจบ เจียงเหยียนก็ดูเหมือนจะเม้มปากแน่น เหมือนรอฟังคำอธิบายอยู่เหมือนกัน
เซียวหยางรีบพูดต่อ “ฉันเปิดร้านอาหารจริง ๆ นะ ไม่งั้นจะซื้อสูตรมาทำไมล่ะ แล้วตอนตัดสินใจซื้อก็ยังไม่รู้เลยว่าลุงฉินเป็นพ่อเธอ!”
“อ๋อเหรอ…” ฉินซวียนถงดูผิดหวังขึ้นมานิดหนึ่ง
ส่วนเจียงเหยียนกลับยิ้มขึ้นอย่างภาคภูมิใจ เหมือนได้รับชัยชนะอะไรบางอย่าง
…
ในที่สุดก็ถึงสถานที่
หลังลงจากรถ ลู่ซิงก็รีบดึงเซียวหยางไปข้าง ๆ แล้วเอาโทรศัพท์ให้ดู
“เฮ้ย ทำไมฉันไม่ได้อยู่ในกรุ๊ปนี้เลย!”
“กลุ่มที่หลี่คังสร้างน่ะ!”
ลู่ซิงไถหน้าจอให้ดู เป็นกลุ่มแชตที่หลี่คังกับเพื่อนบางคนรวมตัวกัน เตรียมเซอร์ไพรส์สารภาพรักกับฉินซวียนถงในงานนี้
เห็นได้ชัดว่าฉินซวียนถงไม่อยู่ในกลุ่มนี้ เธอคงคิดว่าเป็นแค่งานเลี้ยงรุ่นธรรมดา
“ไปกันเถอะ” เซียวหยางมองไปยังโรงแรมข้างหน้า
ชื่อดูคุ้น ๆ…โรงแรมซือเหยียน
เจียงเหยียนเองก็เหลือบตามองชื่อโรงแรม แล้วขมวดคิ้วทันที
เธอเดินขึ้นมาข้างเซียวหยาง แล้วคว้าแขนเขาไว้แน่น
“เจียงเหยียน เธอทำอะไรน่ะ!” ไม่รู้ว่าเพราะเธอรุกแรงเกินไป หรือเพราะท่านี้มันประหลาดอยู่แล้ว
เซียวหยางรู้สึกว่าแขนตัวเองไปโดนอะไรนุ่ม ๆ เข้าให้แล้ว…
หน้าเขาเริ่มกระตุก รู้สึกไม่มั่นคง ก่อนจะพยายามดึงแขนออก
แต่เจียงเหยียนกลับรั้งแน่นกว่าเดิม ยิ่งพยายามดึงออกก็ยิ่งไปไกลกว่าเดิม!
“อย่าขยับอีกนะ!” เจียงเหยียนเงยหน้าขึ้น ตาจ้องเขม็ง
ใต้แสงจันทร์ เซียวหยางเหมือนเห็นใบหน้าเธอแดงระเรื่อเล็กน้อย
เซียวหยางเลยหยุดนิ่งไม่กล้าขยับอีก
เจียงเหยียนถึงได้หัวเราะเบา ๆ ขึ้นมา แต่น้ำเสียงกลับฟังดูเขิน ๆ อย่างน่าประหลาด
ฉินซวียนถงที่เห็นเหตุการณ์ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
“ไปกันเถอะ!” เจียงเหยียนหันกลับไปยิ้มให้เธอ
…
ในตอนนั้นเอง ภายในล็อบบี้ของโรงแรม
ชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดสูทสีขาว กำลังถือช่อดอกไม้ไว้ในมือ สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและประหม่า
เขาสารภาพรักมาแล้วหลายครั้ง แต่คราวนี้ ในใจก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้
“พี่คัง! พี่คัง! ฉินซวียนถงมาแล้ว!”
“มาแล้วเหรอ?” หลี่คังพยายามกดความตื่นเต้นลง แล้วโบกมือพูดว่า “ทุกคน เตรียมตัวให้พร้อม เดี๋ยวจะเริ่มแล้ว!”
สิ้นเสียงของเขา ล็อบบี้โรงแรมก็เงียบสนิทลงทันที
พนักงานโรงแรมก็พากันมามุงดู
นี่มันฉากขอแต่งงานชัด ๆ แต่กลับเอามาใช้สารภาพรัก! ใครจะต้านทานความโรแมนติกขนาดนี้ไหว
ทุกคนต่างคาดหวังกันว่า ผู้หญิงที่ถูกสารภาพรักคงจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่แน่
“พี่คัง!”
“หืม?”
“เมื่อกี้ฉินซวียนถงมากับลู่ซิง เซียวหยาง แล้วก็ผู้หญิงอีกคน”
“ไม่เป็นไร คงเดินทางมาเจอกันระหว่างทางแหละ”
หลี่คังไม่ได้คิดอะไรมาก
ทางฝั่งเซียวหยาง ทั้งหมดก็เดินเข้ามาในโรงแรมอย่างช้า ๆ
ทันใดนั้น ไฟก็ดับพรึ่บลงมา
“ไฟดับเหรอ!” ฉินซวียนถงตกใจร้องขึ้นมา
เสียงของเธอชัดเจนจนหลี่คังยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่
“นี่คือฉากสารภาพรักเหรอ?” เซียวหยางพูดขึ้นอย่างแปลกใจ
ก็เข้าท่าดีนี่นา!
แต่ไม่รู้ว่าตอนไหน จู่ ๆ ก็มีมือคู่หนึ่งเอื้อมมาจับอะไรบางอย่าง…
แสงไฟสปอร์ตไลต์จุดหนึ่งก็ส่องมาที่หลี่คัง เขาปรับเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ท่าทางมั่นใจสุดขีด
อีกดวงก็ส่องมาที่ฝั่งพวกของเซียวหยาง
หลี่คังไม่ได้สนใจแสงฝั่งนั้น เดินออกมาด้วยท่าทางสง่างาม จากนั้นคุกเข่าลงข้างหนึ่ง!
“ฉินซวียนถง เทพธิดาของผม!”
“ผมชอบคุณนะ หลายปีมานี้คุณน่าจะรู้ความในใจของผมแล้ว”
“ที่เขาว่าคิดถึงตลอดเวลาจะต้องมีเสียงตอบรับสักวัน ความรู้สึกของผมมีฟ้าดินเป็นพยาน…”
ยังพูดไม่ทันจบดี
ทุกคนก็ชะงักไปหมด
เสียงของเซียวหยางดังขึ้นว่า “แค่ก ๆ…”
“ท่านหัวหน้าห้อง ของขวัญใหญ่ขนาดนี้ ผมรู้สึกผิดเลยนะครับ!”
(จบตอน)