ตอนที่ 29 ฉันต้องไปแล้ว
เป็นภารกิจที่คุ้นเคยเหมือนเดิม แต่คราวนี้ เซียวหยางไม่ได้บ่นในใจเรื่องที่เจียงเหยียนมีมูลค่าแค่สี่ล้านอีกต่อไป
เพราะคำว่า “ฉันชอบนาย” ครั้งนี้ มันต่างออกไปจากคำสารภาพสองครั้งก่อนอย่างเห็นได้ชัด
ต่างจากก่อนหน้านี้ที่เขาจะรีบตัดสินใจ คราวนี้ เซียวหยางเงยหน้าขึ้นมองเจียงเหยียนนิ่ง ๆ
ใบหน้าของเธอหันไปอีกทาง แสงแดดสาดกระทบใบหูใสวาวระยับ ดูน่าหลงใหลขึ้นมาอย่างประหลาด
ความเงียบโรยตัวลงนานหลายวินาที
แต่ในรถกลับเหมือนเวลาหยุดนิ่งไหลผ่านไปเป็นศตวรรษ
ทันใดนั้นเอง นกตัวหนึ่งสีฟ้าสลับขาวก็บินร่วงลงมาจากช่องซันรูฟ
“แชะแชะ~!”
เสียงร้องน่ารำคาญของมันทำลายความเงียบในรถลงทันที
“นกอะไรเนี่ย สวยจังเลย…”
มันเกาะลงบนไหล่เจียงเหยียน ใช้จะงอยปากจิกเสื้อเบา ๆ ราวกับหาของกิน
เจียงเหยียนจ้องดูนกอย่างสนใจ ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอยิ้มอย่างร่าเริง เต็มไปด้วยความสุข
เซียวหยางหัวเราะออกมาอย่างไม่รู้ตัว และเป็นเสียงหัวเราะที่มีความสุขมาก
“นกแบบนี้เรียกว่า ‘ซี่เชวี่ย’ หรืออีกชื่อก็คือ นกมงคล”
“อ๋อ แบบนี้นี่เอง!” เจียงเหยียนยิ้มตาหยี
ดูเหมือนเจ้านกจะไม่กลัวเธอเลย มันเดินไปเดินมาบนไหล่ของเธออย่างสบายใจ
พอเธอยื่นมือออกไป มันก็ย้ายขึ้นมาเกาะบนฝ่ามืออีก
ไม่รู้เพราะอะไร คราวนี้ เซียวหยางกลับรู้สึกว่าเจียงเหยียนดูคล้ายปีศาจเข้าไปทุกที
แต่เป็นปีศาจที่สวย…และเย้ายวนใจสุด ๆ
บางทีนกตัวนี้อาจหาอาหารไม่เจอก็เลยบินจากไปในที่สุด
ในรถ เซียวหยางจ้องมองเจียงเหยียนอย่างเหม่อลอย
“ยัยปีศาจเจียง เธอนี่สวยจริง ๆ นะ!” เซียวหยางพูดออกไปทันที
แต่พอพูดจบ เขาก็รู้ตัวเลยว่าเผลอพูดคำที่อยู่ในใจออกมาเฉยเลย และมันก็เป็นความรู้สึกจริง ๆ ของเขาด้วย
เจียงเหยียนยิ้มรับ “ฉันก็คิดงั้นเหมือนกัน~”
เธอมองหน้าเขา ก่อนจะพูดอย่างจริงจังว่า “ฉันกอดนายได้ไหม เซียวหยาง!”
นาน ๆ ทีเจียงเหยียนจะพูดแบบไม่มีแววหยอกล้อแบบนั้น
เซียวหยางพยักหน้า
เจียงเหยียนยิ้มกว้าง ยื่นตัวเข้ามาซุกในอ้อมกอดเขา
“เซียวหยาง ฉันจะบอกความลับให้นะ!”
“อะไรเหรอ?”
“ความจริง…บ้านฉันรวยมาก รวยแบบสุด ๆ รวยกว่านายอีกนะ!” เจียงเหยียนบอกเสียงใส
เซียวหยางตกใจเล็กน้อย
ในความคิดของเขาตอนนี้ เขาน่าจะมีเงินสดอยู่สักสิบล้านหยวนได้แล้วนะ
แล้วถ้าเธอบอกว่ารวยกว่านี่…จะขนาดไหนกัน!?
“งั้นเธอยังมายืมเงินฉันอีกเหรอ? แบบนี้ฉันต้องคิดดอกเพิ่มหน่อยแล้วมั้ง!” เขาพูดแหย่
“ได้เลย~” เจียงเหยียนซุกตัวในอ้อมกอดเขาเหมือนแมวขี้อ้อนตัวหนึ่ง
ผ่านไปพักใหญ่ เจียงเหยียนพูดขึ้นเบา ๆ
“ฉันต้องไปแล้วล่ะ”
“ฉันรู้น่า” เซียวหยางพยักหน้าเบา ๆ
ก็แค่การพบกันโดยบังเอิญ ยังไงสุดท้ายก็ต้องจากกัน
แต่ทำไมตอนนี้ เขากลับรู้สึกไม่อยากให้เธอไปเลย
ทั้งที่แค่สองวันเท่านั้นเอง…
“ที่ฉันหมายถึงคือ เราอาจจะไม่ได้เจอกันอีกเลยก็ได้นะ” เจียงเหยียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่นั้นมีหมอกบาง ๆ เกาะอยู่แล้ว
อยู่ดี ๆ เซียวหยางก็รู้สึกเจ็บในอกขึ้นมาเล็กน้อย
แต่เขาไม่ได้พูดอะไรออกไป กลับยิ้มบาง ๆ แล้วตอบว่า “เหรอ?”
“อืม น่าจะใช่นะ…”
แล้วก็เงียบกันอีกครั้ง
เงียบยาว…จนเหมือนไร้จุดจบ
ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน เซียวหยางก็ยกมือขึ้นลูบหัวเจียงเหยียนเบา ๆ
เหมือนลูบแมวน้อยตัวหนึ่ง
ไม่สิ ต้องบอกว่า…ลูบปีศาจน้อยต่างหาก!
“กลับกันเถอะ!” เซียวหยางพูดขึ้น
“อืม!” เจียงเหยียนตอบกลับอย่างไม่อยากลุก
“อย่าขับเร็วล่ะ” เธอยิ้มแล้วแซวเบา ๆ
เซียวหยางพยักหน้า
ครั้งนี้ เขาขับช้ามาก
เขาไม่ถามว่าเธอจะไปไหน ไม่ถามว่าเหตุผลที่ต้องจากกันคืออะไร
แม้แต่เสียงแจ้งเตือนว่าเงินห้าล้านเข้าบัญชีแล้ว ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอะไร
ในอีกด้านหนึ่ง เจียงเหยียนเปิดโทรศัพท์ขึ้นมา
“รอบนี้ ฉันชนะอีกแล้ว!”
“???”
รายชื่อที่แสดงบนหน้าจอ: ฉินซวียนถง
“ฉันเข้ามาอยู่ในใจเซียวหยางได้ก่อนเธอแล้วนะ!”
“เขาตอบรับคำสารภาพเธอเหรอ?”
“เปล่า”
“งั้นเธอจะพูดให้เสียอารมณ์ทำไม ยัยปีศาจ!”
“แหะ ๆ!”
เจียงเหยียนปิดโทรศัพท์ ถอดรองเท้า แล้วลุกขึ้นยืนบนเบาะข้างคนขับ ยื่นหัวออกไปนอกซันรูฟ
รถแล่นช้า ๆ และคราวนี้ เซียวหยางก็ไม่ได้ว่าเธอเลย
…
ติ๊ง~ ติ๊ง~ ติ๊ง~
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา
“ฮัลโหล?”
“เซียวหยางเหรอ?”
“ใช่ ฉันเอง!”
“ฉันเซียวอวี้นะ!”
“อ้าว พี่อวี้! ได้ยินแม่บอกว่าพี่จะแต่งงานแล้ว ยินดีด้วยนะ ไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้ผมไปแน่นอน!”
“เซียวหยาง…ฉันไม่แต่งแล้วว่ะ…” เสียงเซียวอวี้ดังมาเบา ๆ
“หะ? หมายความว่าไง? ไม่แต่งแล้ว?” เซียวหยางตกใจ
“ก็พ่อแม่ของหลินเยี่ยนเขาขอเงื่อนไขบางอย่าง ฉันทำไม่ได้…เลย…”
จากน้ำเสียงดูออกชัดว่า เซียวอวี้ยังชอบหลินเยี่ยนอยู่มาก
“เงื่อนไขอะไร?” เซียวหยางขมวดคิ้ว
“พูดยาวอ่ะ เอาเป็นว่าแค่โทรมาบอกไว้ จะได้ไม่เสียเที่ยวพรุ่งนี้”
“อย่า ๆ ๆ เดี๋ยวก่อนนะพี่ รออยู่บ้านก่อน ผมกำลังจะไปหาเดี๋ยวนี้แหละ!” เซียวหยางพูดอย่างร้อนรน
เซียวอวี้เป็นลูกพี่ลูกน้องที่โตมาด้วยกัน อายุห่างกันไม่กี่ปี เป็นคนเรียบง่าย
เซียวหยางรู้จักนิสัยพี่ชายดี กลัวว่าอีกฝ่ายจะคิดสั้นอะไรขึ้นมา
ที่บ้านของเซียวอวี้อยู่ไม่ไกลนัก ขับรถไปแค่ยี่สิบนาทีก็ถึง
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ?” เจียงเหยียนที่กลับมานั่งประจำที่แล้วรัดเข็มขัด ถามขึ้น
เซียวหยางเล่าเรื่องคร่าว ๆ ให้ฟัง
...
ยี่สิบนาทีต่อมา…
รถของเซียวหยางจอดลงหน้าบ้านของเซียวอวี้
ลูกพี่ลูกน้องของเขานั่งอยู่ที่หน้าบ้าน สวมชุดสูท สีหน้าเศร้าหมอง
มีเพื่อน ๆ ยืนอยู่รอบตัวเขาหลายคน ต่างก็พูดปลอบใจกันไม่หยุด
“เซียวหยาง มาแล้วเหรอ!” พวกเพื่อน ๆ เห็นเขาก็ทักทายกันอย่างคุ้นเคย
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ?” เซียวหยางถามขึ้น
“ก็พ่อแม่ของหลินเยี่ยนนั่นแหละ วันนี้นัดถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง โต๊ะจีนก็จองไว้แล้ว แล้วก็ให้พ่อแม่ฝ่ายหญิงแวะมาดูก่อน”
“แต่พอถึงเวลา พ่อแม่เธอดันขอค่าสินสอดสามแสน แถมยังจะเอารถหรูระดับล้านเป็นรถแต่งงานอีก บอกว่าพวกรถเบนท์ลีย์จากบริษัทเช่าไม่ผ่าน!”
“ไม่ต้องพูดถึงสามแสนเลย แค่หารถแบบนั้นก็ไม่มีแล้ว พรุ่งนี้ก็จะแต่งอยู่แล้ว ทำแบบนี้มันไม่เกินไปเหรอ?” เพื่อนอีกคนช่วยอธิบาย
เซียวหยางฟังแล้วขมวดคิ้วแน่น เรื่องนี้มันเกินไปจริง ๆ
เขาเริ่มสงสัยว่าพ่อแม่ของหลินเยี่ยนดูถูกเซียวอวี้เลยจงใจยื่นเงื่อนไขนี้เพื่อทำลายงานแต่ง
“จริงเหรอ?” เซียวหยางหันไปถามเซียวอวี้
“อืม!” เซียวอวี้ถอนหายใจ
“แล้วหลินเยี่ยนว่าไง?”
“เธอไม่สนใจพวกค่าสินสอดหรือรถอะไรพวกนี้เลย ตอนนี้ก็อยู่ในบ้าน พยายามเกลี้ยกล่อมพ่อแม่อยู่!”
“แต่พวกเขาไม่ยอม ตอนนี้ฉันจะไปหาสามแสนที่ไหน แล้วจะไปหารถหรูแบบนั้นมาจากไหนอีก!”
เซียวหยางมองเข้าไปในบ้าน เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังพูดกับพ่อแม่สองคนด้วยสีหน้าอึดอัด ดวงตาเธอแดงรื้น
เห็นชัดว่าเธอก็อึดอัดไม่แพ้กัน
“ไม่เป็นไร เรื่องนี้ให้ฉันจัดการ นายแค่บอกทุกคนไปว่าทุกอย่างเป็นไปตามกำหนด พรุ่งนี้แต่งแน่นอน!” เซียวหยางพูดออกมา หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“นายมีทางเหรอ?” เซียวอวี้เงยหน้าขึ้นทันที แววตาเต็มไปด้วยความหวัง
“เซียวหยาง นายยืมรถมาได้เหรอ?”
“ไม่ได้หรอก ต่อให้ยืมได้ ก็ยังขาดค่าสินสอดอีกตั้งสามแสน!”
“รถฉันยืมไม่ได้!” เซียวหยางส่ายหัว “แต่ฉันซื้อได้ต่างหาก!”
“หา?” ทุกคนชะงักงัน
เซียวหยางตบไหล่เซียวอวี้เบา ๆ แล้วเดินตรงเข้าไปในบ้าน
(จบตอน)