ตอนที่ 31 ของขวัญสุดตะลึง
“ซะ-เซียวหยาง...”
“นายไม่ได้ล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย!” เซียวอวี้ถึงกับชะงัก
คนอื่น ๆ ก็หัวเราะกลบเกลื่อนเหมือนกัน “เซียวหยาง ล้อแบบนี้ไม่ขำเลยนะ!”
“นั่นมันรถราคากว่าล้านหยวนนะ ไม่ใช่แค่หลักร้อย นายคิดให้ดีก่อนสิ!”
“เซียวหยางยังเป็นนักเรียนอยู่เลยไม่ใช่เหรอ…”
ทุกคนต่างก็รู้จักเซียวหยางดี ไม่เพียงแต่เป็นนักศึกษา สภาพทางบ้านของเขายังไม่สู้ดีนัก จะว่าแย่ก็ไม่ผิด แต่รถหรูระดับล้านแบบนี้ จะพูดซื้อก็ซื้อได้ง่าย ๆ เหรอ?
ถึงอยากซื้อ ก็ต้องซื้อไหวก่อนสิ!
มีเพียงเจียงเหยียนที่ไม่พูดอะไรเลย ยังคงกอดแขนเซียวหยางไว้แน่น สายตาจับจ้องอยู่แต่เขา
รถหรูอะไรนั่น ไม่ได้อยู่ในสายตาเธอเลย
พนักงานขายเห็นดังนั้นก็ยิ้มออกมา “คุณลูกค้าคะ จะดูเฉย ๆ ก็ได้นะคะ ไม่ซื้อก็ไม่เป็นไรค่ะ!”
“ผมจะซื้อจริง ๆ ครับ ไม่ได้ล้อเล่น” เซียวหยางยิ้มแห้ง ๆ แล้วหยิบบัตรธนาคารออกมาจากกระเป๋าสตางค์
แม้พนักงานขายจะยังสงสัยอยู่ในใจ แต่ก็ต้องรับบัตรไว้ แล้วยิ้มตอบ “กรุณารอสักครู่นะคะ!”
ทางฝั่งเซียวอวี้ก็ส่ายหัวอย่างจนใจ “เซียวหยาง นายอยากช่วยฉัน ฉันก็เข้าใจนะ แต่แบบนี้มันล้อกันแรงไปหน่อยแล้วมั้ง!”
“ในที่แบบนี้ มันไม่เหมาะเลยจริง ๆ นะ!”
เซียวหยางแค่ยิ้ม ไม่ตอบอะไร นอกจากตบไหล่เขาเบา ๆ
ไม่นาน พนักงานขายก็กลับมา “คุณลูกค้าคะ เชิญทางนี้เพื่อดำเนินการชำระเงินค่ะ!”
เซียวหยางพยักหน้าแล้วเดินตามไปทันที
เซียวอวี้ถึงกับชะงัก รีบพูดเสียงร้อนรน “ล้อกันแรงเกินไปแล้วนะ แบบนี้ถ้าไม่มีเงินจ่ายจริง ๆ ขึ้นมา จะไม่กลายเป็นว่าแกล้งพนักงานหรือไง แบบนี้จะไม่กลายเป็นเรื่องใหญ่เหรอ?”
คุณพ่อคุณแม่ของหลินเยี่ยนไม่ได้พูดอะไร เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยรู้จักเซียวหยางมาก่อน เพียงแค่เห็นว่าเขาพูดจาดี ดูแล้วไม่น่าจะเป็นพวกพูดจาเพ้อเจ้อ
แต่ถ้าฟังจากที่เซียวอวี้พูด ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าเขาจะก่อปัญหาจริงหรือเปล่า
“ตามไปดูหน่อยดีกว่าไหม?”
“ดีเหมือนกัน!”
เมื่อคิดได้อย่างนั้น ทุกคนจึงพากันเดินตามไป
แต่ยังไม่ทันจะได้ถามอะไร เซียวหยางก็เดินกลับมาแล้ว
พนักงานขายถือเอกสารหลายชุด ส่วนในมือเซียวหยางก็มีใบเสร็จการชำระเงินเรียบร้อยแล้ว
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?” ทุกคนพากันงง
“ไม่มีอะไรครับ จ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว รอแค่เซ็นเอกสาร ทำเรื่องให้เสร็จ ก็ขับกลับบ้านได้เลย” เซียวหยางพูดพลางยิ้ม
“นี่มันอะไรกัน ยังจะเล่นมุกอีก รถราคาแบบนี้ นายจะเอาเงินมาจากไหน!” เซียวอวี้มองน้องชายด้วยสีหน้ากึ่งหงุดหงิดกึ่งเป็นห่วง เขาจำได้ว่าเซียวหยางไม่ใช่คนที่ชอบโม้เลย แล้วนี่อะไรกัน...เข้าเรียนมหาลัยแล้วกลายเป็นพวกพูดจาเพ้อเจ้อไปซะได้?
แต่ไม่ทันจะพูดจบ พนักงานขายก็ยิ้มกว้างเข้ามาเสริมว่า “คุณเซียวหยางจ่ายเงินค่ารถเรียบร้อยแล้วนะคะ เป็นการชำระเต็มจำนวน และหลังทำเรื่องเสร็จ ก็สามารถขับกลับได้เลยค่ะ!”
พอได้ยินดังนั้น ทุกคนแทบคางค้าง
พวกเขาเพิ่งรู้ว่า เซียวหยางไม่ได้ล้อเล่นตั้งแต่แรก ทุกคำพูดของเขาคือเรื่องจริง!
“เดี๋ยวสิ…”
“เซียวหยาง นายเอาเงินมาจากไหนกันเยอะแยะขนาดนี้!”
“ครอบครัวเราก็ไม่เคยทำอะไรผิดกฎหมายเลยนะ บอกพี่มาดี ๆ นะ บอกความจริงมาเลย!” เซียวอวี้ไม่สนเรื่องรถ แต่ลากเซียวหยางมาพูดกันตรง ๆ อย่างจริงจัง
“พี่อวี้ นี่พี่คิดอะไรอยู่เนี่ย? ผมเป็นคนยังไง พี่ไม่รู้หรือไง จะไปทำเรื่องผิดกฎหมายได้ยังไงกัน!” เซียวหยางหัวเราะเบา ๆ
“ผมกับเพื่อนร่วมกันลงทุนทำธุรกิจมานิดหน่อย เงินที่ได้มาก็ล้วนเป็นเงินสุจริตทั้งนั้น!”
“ธุรกิจเหรอ…” เซียวอวี้ถึงกับตกใจอึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะพูดเสียงเบา “แบบนี้แปลว่าเรียนมหาลัยก็ดีจริง ๆ สุดท้ายก็ดีกว่าพี่อีกแฮะ!”
“ไม่ต้องคิดมากหรอกพี่” เซียวหยางพูดพลางหยิบเอกสารจากพนักงานขายมา “ตอนนี้พี่แค่เซ็นชื่อลงตรงนี้ เดี๋ยวก็เอารถกลับบ้านได้แล้ว!”
“เซ็นชื่อ?” เซียวอวี้ชะงักไปนิด แต่เขาก็ไม่แม้แต่จะมองเอกสารเลย แค่ทำตามที่เซียวหยางบอกแล้วลงชื่อทันที
“เซ็นชื่ออะไรเหรอ?” หลินเยี่ยนถามอย่างสงสัย “ไม่ใช่ว่าเซียวหยางจะซื้อรถเหรอ ทำไมต้องให้พี่เขาเซ็นด้วยล่ะ?”
ใช่เลย!
ทุกคนก็มองหน้ากันอย่างแปลกใจ
หรือว่าในสัญญานี้มีอะไรแอบแฝงอยู่?
หลินเยี่ยนรีบแย่งเอกสารจากมือเซียวอวี้มาเปิดดู พนักงานขายก็รีบอธิบายด้วยรอยยิ้ม “เอกสารนี่คือสัญญาซื้อรถค่ะ คนที่เซ็นชื่อลงไปจะถือว่าเป็นเจ้าของรถคันนี้”
“หมายความว่ายังไงกัน?” หลินเยี่ยนยังคงงง
เซียวหยางหัวเราะแล้วพูดว่า “รถคันนี้ผมตั้งใจซื้อเป็นของขวัญแต่งงานให้พี่อวี้ไงครับ ผมจะโอนรถเข้าชื่อพี่ ดังนั้นต้องให้พี่เขาเซ็นชื่อสิ!”
“หา?”
เซียวอวี้ถึงกับอึ้ง ปากอ้าตาค้าง มือไม้สั่นจนปากกาในมือร่วงกราว
“เซียวหยาง นายบอกว่าจะมอบรถคันนี้ให้ฉันเหรอ?”
“ก็ใช่น่ะสิ! ก็เราเป็นครอบครัวเดียวกันไม่ใช่เหรอ? น้องให้ของขวัญพี่ชายสักคัน มันแปลกตรงไหนกัน?”
ทุกคนรอบตัวพากันตกตะลึง
รถหรูราคาหนึ่งล้านสี่แสนแปดหมื่นหยวนเชียวนะ! ของฟุ่มเฟือยที่หลายคนทำงานทั้งชีวิตยังเอื้อมไม่ถึง
แต่เซียวหยางกลับพูดเหมือนซื้อขนมแจกฟรี!
คุณพ่อคุณแม่ของหลินเยี่ยนก็เบิกตากว้าง พวกเขาไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม?
เซียวหยางเห็นสีหน้าทั้งสองก็หัวเราะ “ลุง ป้า รถคันนี้ถือเป็นรถสำหรับใช้ในพิธีแต่งงานวันพรุ่งนี้นะครับ ตอนนี้พอใจหรือยัง?”
“พอใจมาก ๆ เลย!” ทั้งสองพากันพยักหน้าแทบไม่หยุด
ในสายตาพวกเขาตอนนี้ เซียวอวี้ดูเป็นลูกเขยที่เหมาะสมขึ้นมากแล้ว
ที่ก่อนหน้านี้พวกเขาคัดค้าน ก็แค่ไม่อยากให้ลูกสาวลำบาก
แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ด้วยน้องชายแบบนี้ ชีวิตในอนาคตก็คงไม่ลำบากเกินไปนัก
เพื่อน ๆ ที่มากันก็มองเซียวหยางด้วยสายตาเปลี่ยนไป ต่างพากันยกนิ้วให้
“พี่อวี้ ถ้าต้องการเรื่องค่าสินสอดล่ะก็...” เซียวหยางเพิ่งพูดได้ครึ่งเดียว เซียวอวี้ก็รีบโบกมือห้ามทันที “ค่าสินสอดฉันจัดการเอง นายช่วยขนาดนี้แล้ว ถ้าจะให้จ่ายค่าสินสอดอีก ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน!”
“โอเค งั้นผมไม่ยุ่งเรื่องนี้แล้ว!”
แต่ดูเหมือนพ่อแม่ของหลินเยี่ยนจะได้ยิน จึงรีบเข้ามาเสริม “แหม เรื่องสินสอดไม่ต้องรีบก็ได้ พวกเราสองคนขอกินข้าวอิ่มก็พอแล้วล่ะ!”
“ลูกสาวเรามีแค่คนเดียว ขอแค่เซียวอวี้อย่าทำลูกสาวเราเสียใจก็พอ!”
ทุกอย่างเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความสุขโอบล้อมบรรยากาศ
ดูเหมือนเรื่องค่าสินสอดสามแสนหยวนจะกลายเป็นแค่เรื่องขำขันไปเสียแล้ว
ขณะที่อีกด้าน ทุกคนก็พากันรุมเซียวหยาง คุยกันสนุกสนาน
ส่วนเจ้าตัวก็ยังคงถ่อมตัวตามเคย
แต่ที่ต่างออกไปในวันนี้...
ก็คือเจียงเหยียนที่ยืนเคียงข้างเขา เธอยืดอกภูมิใจ ดวงตาเปล่งประกาย...จับจ้องมองแค่เซียวหยางเพียงคนเดียว
(จบตอน)