ตอนที่ 33 คู่รักหนึ่งวัน (ตอนจบ)
เจียงเหยียนเหลียวมองรอบตัว แล้วจู่ ๆ ดวงตาก็เป็นประกาย รีบเดินเข้าไปข้างในทันที
เซียวหยางตามเข้าไปติด ๆ
“ชุดนี้น่ารักจังเลย!”
“นี่มันเหมือนจะเป็น…ชุดคู่แม่ลูกใช่ไหม?” เซียวหยางนิ่งงันไปชั่วครู่
“ใช่ค่ะ สองท่านเดาถูกแล้ว นี่เป็นชุดคู่แม่ลูกจริง ๆ” พนักงานขายสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาอธิบาย แล้วยื่นเสื้อผ้าชุดเล็ก ๆ อีกชิ้นหนึ่งมาให้ “นี่เป็นของน้องหนูค่ะ เนื้อผ้านุ่มมาก ไม่ระคายเคืองต่อผิวเด็กทารกแน่นอน”
เจียงเหยียนถึงกับตาโต “น่ารักมากเลยอ่ะ! เล็ก ๆ จิ๋ว ๆ ดูแล้วอยากหยิกแก้มเด็กขึ้นมาเลย!”
“……” เซียวหยางพูดไม่ออก ถูกเล่นงานจนหายใจไม่ทั่วท้อง
“แต่ก็น่ารักดีนะ…”
“ใช่ไหมล่ะคะ ถ้าสองท่านชอบล่ะก็ สนใจจะซื้อเลยไหมคะ? ตอนนี้ที่ร้านลดทั้งร้านยี่สิบเปอร์เซ็นต์นะคะ ซื้อหนึ่งชุดแถมถุงเท้าคู่แม่ลูกอีกสามคู่เลยค่ะ…”
พนักงานหยิบของแถมออกมาให้ดู
ถุงเท้าสีน้ำเงินคู่น้อย ๆ นั่นคือของเด็กทารก
อีกสองคู่สีขาวและสีชมพู คือของพ่อแม่ เป็นแนวน่ารักสุด ๆ
เซียวหยางยืนอึ้งอยู่ข้าง ๆ
เขารู้สึกมาตลอดว่าเจียงเหยียนเป็นเหมือนนางมารตัวน้อย
แต่จู่ ๆ ก็เปลี่ยนโหมดเป็นแนวสาวหวานแบบนี้
...บุคลิกเธอมีปัญหาอะไรรึเปล่าเนี่ย…
“ไปดูร้านอื่นกันเถอะ!” เจียงเหยียนวางเสื้อลงด้วยท่าทีเสียดายนิด ๆ
พนักงานยังไม่ยอมแพ้ รีบพูดต่อ “ชุดแม่ลูกของร้านเราคุณภาพดีมากเลยนะคะ รับรองว่าทั้งเมืองนี้ไม่มีที่ไหนเทียบได้แน่นอน!”
“ไม่เป็นไรค่ะ ถึงจะซื้อมาก็ไม่ได้ใช้หรอก!” เจียงเหยียนตอบพร้อมรอยยิ้ม
“อ้อ...คือว่ายังไม่มีลูกสินะคะ ไม่เป็นไรค่ะ พวกคุณยังหนุ่มสาวอยู่ ซื้อเก็บไว้ก่อนก็ได้ค่ะ!”
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก…” เจียงเหยียนเหลือบมองเซียวหยางแล้วยิ้ม
“เราเป็นแค่แฟนกันแค่วันเดียวเท่านั้นเอง…”
ไม่สิ แค่ครึ่งวันด้วยซ้ำ—เธอพูดในใจ สีหน้าปรากฏแววปลงตก
เธอจับมือเซียวหยางอีกครั้ง “ไปกันเถอะ ไปร้านอื่นต่อ!”
พนักงานยืนเหวอไปเลย หน้าตางงสุด ๆ
แฟนกันแค่วันเดียว?
แบบนี้ก็มีด้วยเหรอ…
ทางด้านเซียวหยาง แอบหันไปพูดเบา ๆ กับพนักงาน “ช่วยห่อชุดนั้นไว้ให้ด้วย เดี๋ยวจะมีคนชื่อว่าลู่ซิงมารับแล้วจ่ายเงิน”
พนักงานที่กำลังคิดว่าขายไม่ออกแล้วถึงกับชะงัก แล้วก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างทันที
อ๋อ ที่แท้ฝ่ายชายมีใจ แต่ฝ่ายหญิงยังไม่เล่นด้วยสินะ
แต่ยังไม่ได้จีบติดเลยก็ซื้อชุดแม่ลูกแล้ว แบบนี้มันก็มั่นใจเกินไปแล้วไหม!
…
เซียวหยางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แอบจดชื่อร้านเอาไว้ แล้วส่งข้อความไปหาลู่ซิง
“กระโปรงตัวนี้สวยมากเลย!”
“ซื้อเลย!”
“ฉันอยากกินไอศกรีม!”
“รอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวฉันไปซื้อให้!”
เมื่อเห็นแถวยาวเหยียด เซียวหยางก็หันไปหาชายคนที่ยืนอยู่หน้าสุด
“สวัสดีครับ ช่วยซื้อไอศกรีมเพิ่มให้ผมอีกสองอันได้ไหมครับ ผมจ่ายให้สิบเท่าเลย!”
ใต้แสงไฟนีออนเจ็ดสี สองคนนั่งบนม้านั่งยาว คนละแท่งกับไอศกรีมในมือ
เจียงเหยียนพิงไหล่เซียวหยางด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข คุยกันทีละคำอย่างเอื่อยเฉื่อย
ทันใดนั้น หอระฆังและกลองที่อยู่ไกลออกไปก็ดังขึ้นมา
ดง!
ดง!
ดง!
เที่ยงคืน—หมายถึงวันใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว
ทุกคนบนถนนหยุดยืนมองไปยังตึกที่อยู่ไม่ไกลอย่างสงสัย
ตึกนั้นเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง JM
ปกติตึกนี้จะเปิดไฟตลอดทั้งคืน
แต่คืนนี้ ไฟทุกดวงในตึกกลับดับลงทั้งหมด
“ไฟดับเหรอ?”
“เป็นไปได้ไง ตึกจงฮวาจะไฟดับได้ยังไงกัน!”
“ใช่สิ ถ้าจะดับก็คงไม่ใช่ดับแค่ที่นี่ที่เดียวหรอกนะ…”
ทุกคนต่างพากันงงงวย
ในตอนนั้นเอง เซียวหยางกุมมือเจียงเหยียนไว้ มองไปยังตึกตรงหน้า
แล้วทันใดนั้น ไฟก็เริ่มติดกลับมา
ตึกสูงทะลุฟ้าค่อย ๆ สว่างขึ้นจนปรากฏเป็นตัวอักษรหนึ่งตัว
“หนึ่ง?”
“สอง…”
“สาม…”
ทุกคนยืนงง ไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร
แต่แล้ว ตัวอักษรจากแสงไฟก็ค่อย ๆ เรียงกันเป็นประโยค
“สามวัน คือเวลาที่ฉันได้รู้จักเธอ”
“จากนี้ไป ทุกวันต้องมีแต่ความสุขนะ”
…
“ว้าววว มีคนสารภาพรักผ่านตึกจงฮว่านี่นา!”
“ฉันเคยได้ยินนะ ว่าตึกจงฮวามีบริการแบบนี้ แต่ได้ข่าวว่าแพงมาก คิดค่าบริการเป็นวินาที วินาทีละหลายหมื่นเลยมั้ง…”
“แม่เจ้า! รวยไม่ไว้หน้าใครเลย!”
ตัวอักษรเรียงเป็นประโยคอย่างต่อเนื่อง
แล้วตัวอักษรเหล่านั้นก็หายไป
“เจียงเหยียน…” ชื่อของเธอปรากฏขึ้นตรงหน้าทุกคน
เจียงเหยียนยืนอึ้ง ตาเบิกกว้างไม่อยากเชื่อ
“ฉันชอบเธอ!”
พอเห็นสี่คำนั้น เจียงเหยียนก็ไม่ไหวอีกต่อไป เธอซุกหน้าลงกับอกของเซียวหยางทันที
ในพริบตาเดียว เซียวหยางก็รู้สึกว่าเสื้อของตัวเองเปียกชุ่มไปหมด
“ดูต่อสิ!” เซียวหยางจับหน้าเธอหันกลับไปที่ตึก
“ห๊ะ ยังไม่จบอีกเหรอ?” เจียงเหยียนพูดเสียงสั่น ดวงตาแดงก่ำ
“แน่นอนสิ!” เซียวหยางยิ้ม แต่ในใจก็สาปส่งรัว ๆ
ไอ้หมาลู่ซิงเอ๊ย…
ใครบอกให้แกเติมคำว่า ‘ฉันชอบเธอ’ ลงไปกัน!
ในขณะนั้น เหล่าผู้คนที่ผ่านไปมาบนถนนก็พากันพูดคุยอย่างตื่นเต้น
“ว้าว เจียงเหยียน ใครกันนะเป็นผู้หญิงคนนี้ โรแมนติกชะมัดเลย!”
“ถ้ามีผู้ชายมาสารภาพรักกับฉันแบบนี้ ฉันยอมควักหัวใจให้เลย!”
“อิจฉาสุด ๆ…”
“จางหนาน ฉันก็อยากได้คำสารภาพแบบนี้บ้าง!” หญิงสาวคนหนึ่งร้องโวยวายใส่แฟนหนุ่มของตน
“อะ…คือว่า ฉันไม่มีเงิน…” หนุ่มชื่อจางหนานตอบเสียงอ่อย
…
ผู้คนต่างพากันอิจฉาเจียงเหยียน
ส่วนเจ้าตัวก็ยังคงมองตึกจงฮวาเขม็ง
จู่ ๆ ก็มีเสียงตูมดังสนั่นกึกก้องขึ้นมา
“เป็นพลุ!”
“ในเมืองเขาห้ามจุดพลุนี่นา?”
ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน แล้วก็เห็นว่าตึกจงฮวากำลังสว่างไสว
เสียงเอฟเฟกต์ระเบิดดังขึ้น ไฟบนตึกกระพริบเป็นลำดับอย่างกับการจุดพลุจริง ๆ
“ตายล่ะ ยังมีพลุไฟด้วย!”
“นี่มันพลุอิเล็กทรอนิกส์ในตำนานเหรอเนี่ย?”
“แม่เจ้า ฉันเพิ่งเคยเห็นกับตานี่แหละ!”
แสงพลุบนตึกดำเนินไปนานถึงสามนาที
สุดท้ายพลุที่ระเบิดกระจายออกมาก็ค่อย ๆ รวมตัวกันกลายเป็นข้อความ
“เจียงเหยียน ขอให้มีความสุขตลอดไป!”
แล้วฉากนั้นก็สิ้นสุดลง
เจียงเหยียนร้องไห้จนพูดไม่ออกแล้ว เธอกุมมือเซียวหยางไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“เซียวหยาง ทำไมเธอต้องทำแบบนี้ด้วย…” เจียงเหยียนสะอื้น พลางทุบอกเซียวหยางเบา ๆ
“……” เซียวหยางไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงใช้มือปาดน้ำตาบนใบหน้าของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา
ไม่กี่วินาทีต่อมา ทั้งคู่ก็กอดกันแน่น
ท่ามกลางฝูงชนหนาแน่น ราวกับไม่มีสิ่งใดสามารถรบกวนโลกของพวกเขาได้
ครู่ใหญ่ ทั้งสองจึงค่อย ๆ คลายอ้อมกอด
“บอกว่าจะทำให้ฉันยิ้ม ทำไมถึงทำให้ฉันร้องไห้ล่ะ!” เธอทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้ ชี้ไปที่ดวงตาบวมแดงของตัวเอง
“ขอโทษนะ”
“ฉันต้องไปแล้ว!”
“อืม…” เซียวหยางไม่พูดอะไร เพียงแต่ยังไม่ยอมปล่อยมือเธอ
ในจังหวะนั้นเอง มีใครบางคนวิ่งกระหืดกระหอบมาทางพวกเขา มือหิ้วถุงพะรุงพะรังเต็มไปหมด
“บ้าเอ๊ย ไม่ส่งโลเคชันให้ ฉันตามหาตั้งนานแน่ะ!” ลู่ซิงสบถทันทีที่เห็นเซียวหยาง
“ฮ่า ๆ ลืมน่ะ!” เซียวหยางตอบพร้อมรอยยิ้ม
“นี่ ของทั้งหมดอยู่ในนี้แล้ว!”
เจียงเหยียนทำหน้าฉงน เซียวหยางก็รับถุงทั้งหมดมาไว้ในมือ
“ของขวัญของเธอไง” เซียวหยางอธิบาย
เจียงเหยียนรับถุงใบหนึ่งมาเปิดดู พบว่าเป็นชุดแม่ลูกที่พวกเขาเห็นกันตั้งแต่แรก
“เธอซื้อมันจริง ๆ ด้วย!” เจียงเหยียนตะลึง
“ฉันต่างหากที่ซื้อ!” ลู่ซิงสบถเบา ๆ
เมื่อเห็นอย่างนั้น เจียงเหยียนก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป
เธอมองดูถุงอื่น ๆ ก็พบว่าทั้งหมดล้วนเป็นของที่เธอเคยเลือกไว้
แปลว่า…
เซียวหยางซื้อไว้หมดแล้ว!
โกหกทั้งเพ บอกว่าไม่อยากถือให้หนัก
ที่แท้แอบให้ลู่ซิงตามซื้อทุกอย่าง!
“ชอบไหม?” เซียวหยางถามด้วยรอยยิ้ม
“อืม!” เจียงเหยียนพยักหน้ารัว แล้วก็เขย่งปลายเท้าขึ้น
ริมฝีปากแตะลงเบา ๆ
เซียวหยางยืนนิ่งเหมือนถูกสตั๊นไป ความอุ่นที่มุมปากยังไม่จางหาย
“ฉัน…”
“ไปจริง ๆ แล้วนะ…”
…
(จบตอน)