ตอนที่ 35: งานแต่ง

  เซียวหยางถูกพ่อแม่ปลุกให้ตื่นแต่เช้า กินอะไรนิดหน่อยก็โทรหาลู่ซิง ปรากฏว่าอีกฝ่ายอยู่ระหว่างทางมาพอดี

  ยังไม่ถึงสองนาที รถก็จอดอยู่หน้าบ้าน

  “พ่อแม่ ลู่ซิงมารับเราแล้ว!”

  “นั่นมันรถของแกไม่ใช่เหรอ ทำไมให้ลู่ซิงขับมาได้ล่ะ!”

  “เขาไม่มีรถไง ก็เลยให้ยืมขับสองวัน” เซียวหยางยิ้มแฉ่งตอบ

  ในเมื่อวันนี้เป็นวันแต่งงานของคนตระกูลเซียว คุณพ่อคุณแม่เซียวจึงแต่งตัวกันอย่างเป็นทางการ ส่วนเซียวหยางแต่งตัวค่อนข้างชิล แต่ก็เป็นเสื้อผ้าที่เจียงเหยียนเลือกให้ เลยดูดีมีสไตล์ขึ้นมาหน่อย

  “เออใช่ เซียวหยาง แกเตรียมซองแดงหรือยัง”

  เซียวหยางชะงัก

  เขายังไม่ได้เตรียมเลย…

  “ผมให้เขาเป็นรถไปแล้วคันหนึ่ง”

  คุณแม่เซียวได้ยินก็พยักหน้าเหมือนเข้าใจ “ของขวัญก็นับว่าดีใช้ได้ พวกเขา—บ้านลุงสามของแกน่ะ ช่วงก่อนก็ช่วยเราไว้ไม่น้อย เซียวอวี้ก็ยุ่งทั้งงานทั้งดูแลพ่อแกที่โรงพยาบาลหลายครั้งอยู่”

  คุณพ่อเซียวก็พยักหน้ารัว ๆ “เซียวอวี้เป็นเด็กดีจริง ๆ ไม่นึกเลยว่าจะได้แต่งงานเร็วขนาดนี้”

  “ว่าแต่ เซียวหยาง แกเคยเจอพ่อแม่ของเจียงเหยียนหรือยัง?”

  ???

  ทำไมเรื่องถึงวกไปหาเจียงเหยียนได้อีกล่ะ

  เซียวหยางเอามือกุมหน้าผาก ถอนใจ “นี่พวกคุณจะรีบไปถึงไหนกันเนี่ย ผมยังเรียนมหาลัยอยู่เลยนะ!”

  “ไม่ได้เร่งหรอก แต่อย่างน้อยก็ควรจะกำหนดสถานะกันไว้บ้างน่า อีกอย่าง เจียงเหยียนเป็นเด็กดีจะตาย แกจะไปหาจากไหนได้อีก!”

  “สุภาษิตยังบอกว่า คางคกสามขาหายาก แต่ผู้ชายสองขาน่ะมีเกลื่อน!”

  “สุดท้ายแล้วก็ต้องประทับตราเสียก่อน หัวใจถึงจะสงบนิ่งลงได้”

  ประทับตราเหรอ…

  เซียวหยางยกมือแตะริมฝีปากเบา ๆ

  แม่ง เจ้าแม่มารเจียงเหยียน ไปแล้วยังขโมยจูบแรกของฉันอีก!

  เซียวแม่เห็นลูกชายไม่พูดอะไร ก็เลยยุติหัวข้อนี้แล้วหันไปยิงคำถามใส่ลู่ซิงแทน

  “ลู่ซิง ลูกมีคนที่ชอบอยู่บ้างไหม?”

  ลู่ซิง: “……”

  …

  ครึ่งชั่วโมงถัดมา รถก็มาถึงงานแต่ง

  ตอนนี้คนเริ่มมารวมตัวกันเยอะแล้ว พอเห็นพวกเซียวหยางลงมาจากรถ หลายคนก็เดินเข้ามาทักทายทันที

  “พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ มาแล้วเหรอ!”

  คนพวกนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นญาติฝั่งตระกูลเซียว และเพราะพ่อเซียวเป็นพี่คนโตของบ้าน ทุกคนเลยเรียกว่าพี่ใหญ่

  “อ้าว พี่ใหญ่ ท่าทางดีขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยนะ!”

  “ใช่เลย โรคเก่าของพี่ หายดีแล้วเหรอ?”

  “ใช่แล้ว สวรรค์เมตตา ตอนนี้ก็หายไปเกือบหมดแล้ว!” พ่อเซียวทักทายทุกคนอย่างกระตือรือร้น

  “นี่เซียวหยางใช่ไหม โตเป็นหนุ่มแล้วนะ!”

  “สี่ป้าสวัสดีครับ!” เซียวหยางก็ทักทายกลับตามมารยาท

  แต่ในสายตาญาติ ๆ ดูเหมือนจะสนใจพ่อเซียวมากกว่า พากันรุมซักว่าโรคต่าง ๆ หายได้ยังไง

  โชคดีที่เซียวหยางเคยกำชับไว้ว่าอย่าพูดเรื่องยาฟื้นพลัง พ่อเซียวจึงตอบแบบอ้อม ๆ ไป

  ฝ่ายผู้ใหญ่คุยกันอย่างมีลำดับ เซียวหยางเลยไม่ได้ร่วมวง เขากับลู่ซิงเดินไปทักทายกลุ่มเพื่อนรุ่นเดียวกันแทน

  “เซียวหยาง ขับรถมาด้วยเหรอ รถของนายเองเหรอ?”

  “ใช่” คนทักชื่อเฉินเป่ย เป็นเพื่อนสมัยมัธยม ไม่ได้เรียนห้องเดียวกันแต่เคยเป็นเพื่อนบ้านกันมาก่อน

  “รถโฟล์กเหรอ ไม่เลว ๆ ฉันเองเพิ่งซื้อรถมาเหมือนกัน BMW ซีรีส์ 3 เดือน ๆ นึงต้องจ่ายค่างวดหนักเลยล่ะ!” เฉินเป่ยหัวเราะร่า

  “งั้นก็ลำบากหน่อยนะ!”

  “ช่วยไม่ได้ สมัยนี้ถ้าไม่มี BMW ขั้นต้นสักคัน เดินเข้าไปในกลุ่มเพื่อนยังไม่มีฟอร์มเลย ฉันขับรถคันนี้ไปวนแถววิทยาลัยเทคนิคเมื่อวันก่อน ยังมีสาว ๆ ยืนโบกรถอยู่ตั้งหลายคน!”

  “ดูแลสุขภาพด้วยล่ะ” ลู่ซิงหัวเราะพลางตอบเบา ๆ โดยไม่ได้อธิบายว่าเรื่องรถจริง ๆ แล้วเป็นยังไง

  “ฮ่า ๆ ไม่ต้องห่วง เพื่อนนายไหวอยู่!”

  …

  คุยกันไม่กี่คำ เซียวหยางก็เดินไปหาเซียวอวี้กับหลินเยี่ยนที่กำลังยืนต้อนรับแขกอยู่ด้านหน้า

  เซียวอวี้กับหลินเยี่ยนสวมชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว ดูเป็นคู่ที่เหมาะสมกันดี ทั้งสองกำลังทักทายแขกเหรื่อที่มาทั้งฝั่งเพื่อนเจ้าบ่าวและฝั่งญาติฝ่ายเจ้าสาว

  “เซียวหยาง มาแล้วเหรอ!”

  “พี่อวี้ ยินดีด้วยนะ!”

  “ขอบใจมาก!” หลินเยี่ยนยิ้มพลางยื่นลูกอมแต่งงานมาให้สองคน

  พอดีว่าพ่อแม่ของหลินเยี่ยนเห็นเซียวหยางพอดี จึงเดินเข้ามาบอกว่า “เซียวหยาง มานั่งด้านในกับเรานะ!”

  “ไม่เป็นไรครับ ผมนั่งกับเพื่อน ๆ ข้างนอกก็ได้”

  “ได้ยังไงกัน อย่างไรนายก็เป็นน้องชายของเซียวอวี้นะ!”

  “ไม่เป็นไรจริง ๆ ครับ ผมมีเพื่อนรออยู่ข้างนอก” เซียวหยางพูดจบก็เดินออกไปทันที

  แต่เขาไม่รู้เลยว่า หลังจากเขาเดินจากไปไม่นาน ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งหน้าตาสะดุดตามากเดินตรงไปหาเจ้าบ่าวเจ้าสาว

  “พี่ พี่เขย ยินดีด้วยนะ!”

  “เสี่ยวเย่ว์ ไม่คิดเลยว่าจะมา!”

  “พี่สาวฉันแต่งงาน ฉันก็ต้องมาอยู่แล้ว!” เด็กสาวยิ้มตาหยีตอบ

  “ขอบใจนะ” หลินเยี่ยนยื่นลูกอมมาให้ตามธรรมเนียม แต่ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ทำไมดูเหมือนไม่ค่อยมีสมาธิเลย ไหนจะรอยคล้ำใต้ตาอีก เมื่อคืนไม่ได้หลับหรือไง?”

  “เปล่าสักหน่อย!” เสี่ยวเย่ว์ส่ายหัว

  ทั้งสองคุยกันอีกไม่กี่คำ เสี่ยวเย่ว์ก็เดินจากไป

  “ฉันไม่รู้เลยนะว่าน้องสาวเธอสวยขนาดนี้!” เซียวอวี้พูดหลังจากหญิงสาวเดินลับไป

  “อะไรนะ นี่ยังไม่ทันแต่งเลย นายก็เริ่มสนใจน้องสาวฉันแล้วเหรอ?” หลินเยี่ยนเลิกคิ้วมอง

  เซียวอวี้รีบส่ายหัวรัว “เปล๊า! ฉันแค่… แค่สงสัย เธอไม่ใช่ลูกคนเดียวเหรอ…”

  “นั่นน่ะ ลูกพี่ลูกน้องฉัน” หลินเยี่ยนรู้ว่าเซียวอวี้ไม่กล้าจริงจังหรอก เลยพูดติดตลกไป

  “น้องสาวฉันน่ะ ตาถึงมากเลยนะ ตอนนี้เรียนอยู่ที่มหาลัยการเงินเจียงตู ถ้าเซียวหยางยังไม่มีแฟนนะ ฉันคงจับคู่เขากับเสี่ยวเย่ว์ไปแล้ว!”

  “งั้นก็ถือว่าบังเอิญแฮะ เซียวหยางก็เรียนที่นั่นเหมือนกัน เผลอ ๆ เขาอาจจะรู้จักกันอยู่แล้วก็ได้…”

  …

  ใช่แล้ว คนคนนั้นก็คือหลินฉีเย่ว์

  เหมือนที่หลินเยี่ยนว่าไว้ ตอนนี้หลินฉีเย่ว์ดูไม่มีชีวิตชีวาเลย ส่วนสาเหตุเหรอ… แน่นอนว่ามาจากผู้ชายที่สารภาพรัก 99 ครั้งแล้วหายตัวไปคนนั้นแหละ

  หลังจากสารภาพรักกับเซียวหยางครั้งล่าสุด หลินฉีเย่ว์ก็ตั้งใจไว้เลยว่า ถ้าเธอยังพยายามต่อไปเรื่อย ๆ จนครบ 99 ครั้ง เซียวหยางต้องตกลงใจแน่นอน

  แล้วเมื่อถึงตอนนั้น ความรักของพวกเขาก็ต้องยืนยาวชั่วนิรันดร์แน่ ๆ

  ยังไงก็รวมกันเป็น 198 ครั้งแล้วนะ! เรื่องแบบนี้มันโรแมนติกจะตาย ไม่เคยมีใครทำมาก่อนแน่ ๆ

  แต่ใครจะรู้ว่า พอวันรุ่งขึ้น เธอไปหาเซียวหยางเพื่อจะสารภาพอีกรอบ…

  เซียวหยางหายไป!

  ใช่แล้ว

  หลังจากนั้นอีกหลายวัน ก็ไม่เห็นวี่แววเซียวหยางเลย

  อุตส่าห์เตรียมตัวสารภาพอย่างดี แต่เหมือนต่อยลงบนสำลี เล่นเอาหมดแรงหมดกำลังทั้งตัวทั้งใจ

  เพื่อนสนิทของเธอพากันพูดว่า เธอเป็นโรครักแท้เข้าให้แล้ว

  ยัง… ยังจะเป็นรักข้างเดียวอีกต่างหาก

  เธออยากเถียงใจจะขาด ว่าใครว่าข้างเดียว! นี่มันรักสองฝ่ายต่างหาก! เซียวหยางก็ชอบเธอเหมือนกัน!

  แต่ไม่เจอเขามาหลายวัน เธอเองก็เริ่มไม่แน่ใจขึ้นมานิด ๆ แล้วเหมือนกัน

  เมื่อครู่นี้เอง เธอก็เห็นเงาคนคนหนึ่งหน้าตาคล้ายเซียวหยางสุด ๆ

  “บ้าจริง จะเป็นรักข้างเดียวจนเห็นภาพหลอนแล้วเหรอเนี่ย…”

  “อืม ต้องเป็นเพราะเมื่อคืนไม่ได้นอนแน่ ๆ!” หลินฉีเย่ว์ส่ายหัวเบา ๆ เหมือนจะสลัดความคิดนั้นทิ้ง

  (จบตอน)



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 35: งานแต่ง

ตอนถัดไป