ตอนที่ 43 คำสารภาพรักสามครั้งของหลินฉีเยว่

  แม้หลินฉีเยว่จะอยากตามเซียวหยางไปด้วยมากแค่ไหน แต่เธอก็ไม่ใช่เจียงเหยียน จะตามเขาไปถึงบ้านเหมือนอย่างนั้นก็คงไม่ได้จริง ๆ

  ตอนกลับถึงบ้านก็ค่ำแล้ว รถก็ให้คนขับแทนพาไปคืน

  ทันทีที่แม่เซียวเห็นรอยฟกช้ำเขียวช้ำบนหน้าลูกชาย ก็ไม่วายซักไซ้ไล่เลียงอย่างละเอียด

  เซียวหยางเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นคร่าว ๆ พอแม่ฟังจบก็ถึงกับอึ้งไป

  “เจ้าเฉินเป่ยนี่นะ! แม่เคยไปงานประชุมผู้ปกครองแล้วเห็นเสี่ยวอวี้คุยกับหมอนี่อยู่เลยนะ ต้องบอกเสี่ยวอวี้ให้ห่าง ๆ ไว้ซะแล้วล่ะ คนแบบนี้อย่าไปยุ่งด้วย!”

  เซียวหยางพยักหน้า เห็นด้วยเต็มที่

  “จริงสิ แม่ถามอะไรหน่อย ตอบมาตามตรงนะ!”

  “แม่อยากรู้เรื่องอะไรครับ?”

  “เรื่องที่ลูกทำธุรกิจน่ะ สรุปลูกหาเงินได้เท่าไหร่กันแน่? บอกความจริงกับแม่นะ อย่าหลอกแม่เด็ดขาด!” แม่ถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

  เซียวหยางไม่คิดว่าแม่จะถามเรื่องนี้ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบว่า “ก็ราว ๆ สิบแปดล้านครับ…”

  “หา! ตั้งเยอะเชียว!” แม่ถึงกับอ้าปากค้าง

  แต่เดิมคิดว่าลูกชายแค่หาเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ พอส่งมาให้บ้านได้บ้างก็เพราะเขาประหยัดอดออมอย่างหนัก แต่ไม่คิดว่าเงินที่เขาหาได้จะเกินสิบล้านไปแล้ว!

  “งั้น…รถแต่งงานของเสี่ยวอวี้ ที่แท้ลูกเป็นคนซื้อให้จริง ๆ เหรอ?”

  แต่ก่อนแม่ก็แค่สงสัย แต่พอฟังแบบนี้ก็แทบจะมั่นใจแล้ว ว่ารถคันนั้นลูกชายเป็นคนซื้อจริง

  คุณพระ! รถหรูราคาหลายล้านเลยนะ แพงขนาดนั้นเชียว!

  พอเซียวหยางพยักหน้ารับ แม่ก็แทบจะเป็นลม

  “ให้ของขวัญทีเดียว เอาเงินไปเป็นสิบเปอร์เซ็นต์ของทรัพย์สินเลยนะ เจ้าเด็กฟุ่มเฟือยเอ๊ย!” แม่ดุไปสองสามคำ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรต่อ

  คิดไปคิดมา ก็พอเข้าใจได้ เงินนี่ลูกชายหาเอง จะเอาไปใช้อะไรก็เรื่องของเขา ถึงอย่างไรแม่ก็บ่นระบายแล้วก็ปล่อยผ่านไป

  ทีแรกเซียวหยางกะจะอยู่ช่วยจัดการเรื่องร้านของครอบครัวอีกสักสองสามวัน แต่พ่อแม่กลับไม่เห็นด้วย บอกว่าไม่ได้แก่จนตามัวซะหน่อย เรื่องแค่นี้พวกเขาจัดการเองได้ ให้เขากลับไปที่เจียงตูเถอะ ธุรกิจที่โน่นสำคัญกว่า

  ความจริงที่เจียงตูเขาก็ไม่มีธุระอะไร แต่พอพ่อแม่ยืนกรานแบบนี้ เขาก็ตัดสินใจจะกลับมหาลัยในวันรุ่งขึ้น

  คิดแล้วก็รู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน เพราะลากลับบ้านมาหลายวันแล้ว ถ้ายังไม่กลับไปอีก สงสัยจะไม่ทันสอบกลางภาคแน่

  นอนเอกเขนกอยู่บนเตียง ภาพของเจียงเหยียนก็ลอยขึ้นมาในหัวของเซียวหยางอย่างไม่รู้ตัว

  “บางที เราน่าจะไปหายัยนั่นนะ อย่างน้อยก็ต้องถามอะไรให้รู้เรื่อง…” เซียวหยางถอนหายใจยาว

  ถ้าจะให้พูดกันตามตรง เจียงเหยียนคือรักแรกของเขาจริง ๆ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่กี่วันก็ตาม

  กำลังคิดเพลิน ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น

  พอหยิบขึ้นมาดู ก็เห็นว่าเป็นสายของฉิงเสวียนถง

  “ฉิงเสวียนถง เหรอ?” เซียวหยางรับสายแล้วพูดขึ้น

  “อย่าเรียกห่างเหินแบบนั้นสิ เรียกเสวียนถง ก็พอ!” เสียงของฉิงเสวียนถง ทางปลายสายฟังดูอ่อนโยนทีเดียว

  “มีอะไรหรือเปล่า?”

  “ไม่มีเรื่องจะโทรหานายไม่ได้เหรอ!” เสียงฉิงเสวียนถง อ่อนลงอย่างกับกำลังอ้อน

  “ก็ได้ แต่ดึกขนาดนี้มันไม่ใช่เวลาคุยเล่นแล้วนะ ฉันกำลังจะนอนแล้วเนี่ย” เซียวหยางดูนาฬิกา ตอนนี้เกือบเที่ยงคืนแล้ว

  “แหม ถ้าเป็นเจียงเหยียนโทรมา นายคงไม่บ่นหรอก ใช่มะ!”

  เซียวหยางอยากจะตอบว่า “ใช่” เสียจริง ๆ

  แต่ก็พูดว่า “ถ้าไม่มีอะไรล่ะก็ ฉันจะวางละนะ”

  “อย่าเพิ่งสิ ใจร้อนอะไรนักหนา ฉันมีเรื่องจะพูดกับนายจริง ๆ นะ!” ฉิงเสวียนถง รีบพูด

  “พูดมาเลย”

  “อะไรจะเย็นชาได้ขนาดนี้เนี่ย”

  “จะพูดมั้ย ไม่พูดฉันวางจริง ๆ แล้วนะ!”

  “พูดแล้ว ๆ นายจะกลับเจียงตูเหรอ?” ฉิงเสวียนถง รีบถาม

  “อืม พรุ่งนี้กลับ” เซียวหยางพยักหน้า

  “งั้นพรุ่งนี้ฉันจะไปหานายนะ ฉันก็ต้องกลับเจียงตูเหมือนกัน”

  ที่แท้ ฉิงเสวียนถง ก็ลาพักกลับ JM เพื่อมาดูแลแม่เหมือนกัน พอได้เงินจากเซียวหยางไป เรื่องก็คลี่คลาย ครอบครัวฉิงเองก็ไม่ต้องลำบากอีก เธอเลยไม่จำเป็นต้องลางานมาดูแลแม่ต่อแล้ว

  เซียวหยางได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็ตอบตกลงไป

  ยังไงพาไปคนหนึ่งก็เท่ากับพาสองคน

  …

  รุ่งเช้าในวันถัดมา

  เซียวหยางสะลึมสะลือคล้ายได้ยินเสียงของหลินฉีเยว่

  เขาสะดุ้งลุกพรวด

  “ฝันเหรอเนี่ย…” เซียวหยางถอนหายใจยาว

  แต่จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นปัง ๆ

  “เซียวหยาง!”

  พอได้ยินเสียงแม่ เซียวหยางก็รีบลุกขึ้นจากเตียงทันที

  “เปิดประตูสิ!”

  “อ่า…มาแล้วครับ มาแล้ว!”

  เขารีบแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วเปิดประตูออก ก็เห็นแม่ยืนอยู่ด้วยสีหน้าตื่นเต้นปนขมวดคิ้วเล็กน้อย

  “มีอะไรเหรอครับ…”

  “ยังจะถามอีก…” แม่ส่ายหน้า

  “ยัยเด็กเมื่อวานคนนั้น ตามมาถึงบ้านแล้วนะ!”

  “หา…ใครนะ?” เซียวหยางยังงง ๆ

  พอดีนาทีนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังมาอีกครั้ง “เซียวหยาง ฉันชอบนาย…”

  “เวรละ ไม่ได้ฝันจริง ๆ ด้วย! หลินฉีเยว่โผล่มาจริง ๆ!”

  เซียวหยางกวาดสายตาไปที่ระบบในหัวตัวเองทันที ปรากฏว่ามีภารกิจใหม่ลอยขึ้นมา 【คำสารภาพรักสามครั้งของหลินฉีเยว่】

  “เฮ้อ มีแต่เรื่องแบบนี้ ก็เหมือนพ่อไม่มีผิด!” แม่ยกนิ้วจิ้มหน้าผากเซียวหยางเบา ๆ

  พ่อที่ยืนอยู่อีกฝั่งบ่นเบา ๆ ว่า “ฉันไปเจ้าชู้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน…”

  เซียวหยางได้แต่ยักไหล่ยอมรับชะตากรรม แต่เห็นได้ชัดว่าแม่ไม่ได้โกรธจริงจังอะไร เพราะในฐานะแม่คนหนึ่ง การที่มีสาว ๆ มาชอบลูกชายก็ถือเป็นเรื่องน่ายินดีอยู่ไม่น้อย

  “จัดการให้ดีล่ะ แต่แม่บอกไว้ก่อนนะ คบหาได้ แต่ห้ามไปทำลายชื่อเสียงเด็กเขาล่ะ ถ้ากะล่อนหลายใจเมื่อไหร่ แม่ไม่รับเป็นลูกเลยนะ!” แม่เตือนเสียงแข็ง

  ในหัวของแม่ตอนนี้คงกำลังชั่งใจอยู่แน่ว่า ระหว่างเจียงเหยียนกับหลินฉีเยว่ ใครจะเหมาะเป็นลูกสะใภ้มากกว่ากัน

  ถ้าเป็นหลินฉีเยว่ก็ถือว่าแต่งเข้าญาติ อยู่ใกล้ชิด แถมเด็กผู้หญิงก็น่ารักสดใส แต่...นี่ยัยนี่ไม่มีความเขินอายบ้างเลยเหรอ ถึงได้มาสารภาพรักกันถึงหน้าบ้านแต่เช้าขนาดนี้…

  ส่วนเจียงเหยียน แม่เองก็ชื่นชอบเหมือนกัน หุ่นดี ขายาว เอวคอดสะโพกผาย ดูแล้วคลอดลูกเก่งแน่ ๆ!

  เซียวหยางล้างหน้าเสร็จก็เดินออกมานอกบ้าน

  ก็เห็นหลินฉีเย่วยืนอยู่ข้างนอกจริง ๆ

  แก้มแดงระเรื่อดูน่ารักน่าเอ็นดู

  พวกอา ๆ ลุง ๆ ที่เดินผ่านไปมาก็พากันหันมามอง พร้อมกระซิบกระซาบกันเล็กน้อย

  “เซียวหยางแกนี่มันไม่เบาเลยนะ เยี่ยม!”

  ลุงยามถึงกับมาตบไหล่เขาเบา ๆ ด้วยความชื่นชม

  “ลูกชายบ้านเซียวไม่ธรรมดา สาวนี่หน้าตาดีจริง ๆ!”

  ทั้งละแวกบ้านไม่ว่าจะลุงป้าน้าอา ต่างก็พากันส่งสายตาชื่นชม บางคนก็พึมพำเบา ๆ

  แม้แต่เด็กข้างบ้านก็ยังมองด้วยสายตาอิจฉา

  —พี่สาวคนนี้สวยจังเลย…

(จบตอน)



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 43 คำสารภาพรักสามครั้งของหลินฉีเยว่

ตอนถัดไป