ตอนที่ 54: แค้นแย่งภรรยาไม่อาจอยู่ร่วมฟ้า

  ทันใดนั้น บรรยากาศในห้องพักก็เงียบกริบ เหลือเพียงเสียงดนตรีแว่วหวานลอยมา

  ต่างจากเสียงกีตาร์ เสียงขลุ่ยนั้นใสกระจ่างและกังวาน

  ราวกับมีชายหญิงคู่หนึ่งยืนอยู่ใกล้กันนัก อารมณ์รักแรกแย้มเอ่อล้นออกมาจากบทเพลง

  ชั่วพริบตาเดียว ทุกคนต่างเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงขลุ่ยแสนไพเราะนั้น

  “เชี่ย นี่มันเสียงขลุ่ยของดาวมหาลัยหลินไม่ใช่เรอะ!”

  “ไอ้เวรนั่นยังมีหน้าล็อกประตูอีก!”

  “แม่งโคตรเลว! หลินดาวมหาลัยทั้งสวยทั้งมีพรสวรรค์ ยังถูกไอ้หมอนั่นคว้าไป ฉันมันช่างน่าสมเพช!”

  “แค้นแย่งภรรยาไม่อาจอยู่ร่วมฟ้า ไอ้เซียวหยาง เราสองคนต้องตายกันไปข้างแล้วล่ะ...!”

  แม้จะไม่ได้เห็นหน้าคนเป่า แต่แค่เสียงขลุ่ย ทุกคนก็จำได้ทันทีว่าเป็นไม้ตายของหลินฉีเยว่

  เสียดายที่ไม่มีใครเคยได้ยินของจริงมาก่อน ได้แต่ฟังจากคำบอกเล่า แต่พอได้ยินเข้าจริง ๆ ก็เข้าใจทันที...

  นี่แหละที่เรียกว่าเสียงแห่งสวรรค์

  ในหัวพลันปรากฏภาพหญิงสาวในชุดกระโปรงยาวสีน้ำเงินสดใส ราวกับนางฟ้า กำลังยืนเป่าขลุ่ยอยู่ตรงหน้า

  น่าเสียดายที่เป็นแค่จินตนาการ เพราะประตูปิดแน่น ไม่มีทางเห็นได้เลย

  เซียวหยางยืนอึ้งอยู่นาน ไม่คิดเลยว่าเพลง ท้องฟ้าสดใส เพลงนี้ พอมาอยู่ในมือหลินฉีเยว่ จะเปลี่ยนรสชาติไปขนาดนี้

  ข้างในข้างนอกห้อง ตอนนี้มีหนุ่ม ๆ ยืนอยู่เต็มไปหมด

  ยิ่งเป็นเช้าแบบนี้ บางคนยังอยู่ในสภาพสะลึมสะลือ ถูกเสียงขลุ่ยปลุกขึ้นมาอย่างมึน ๆ

  “ใครแม่งเป่าขลุ่ยแต่เช้า มาขัดฝันพ่อทำไมวะ?”

  “หุบปากเลย นั่นเมียฉันเป่าอยู่โว้ย!” เพื่อนร่วมห้องข้าง ๆ ด่ากลับ

  “เมียมึง? มึงยังหาผู้หญิงไม่ได้เลยด้วยซ้ำ จะมีเมียได้ยังไง?”

  “นั่นมันหลินฉีเยว่เป่าขลุ่ยเฟ้ย!”

  “หลินฉีเยว่!”

  “โว้ย! เมียฉันกำลังเป่าขลุ่ยอยู่!”

  สายตาของหนุ่ม ๆ ทั้งหมดพากันจับจ้องไปยังห้องต้นเสียงขลุ่ย สีหน้ามีทั้งอิจฉา ทั้งตาร้อน ทั้งเคลิ้มตาม

  แต่ความรู้สึกในใจของพวกเขาทุกคนกลับตรงกันเป๊ะ... “ไอ้หมาเซียวหยาง แค้นแย่งภรรยาไม่อาจอยู่ร่วมฟ้า!”

  เสียงขลุ่ยยาวนานก่อนจะเงียบลงในที่สุด จากทั้งในและนอกห้อง เสียงปรบมือดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง

  เซียวหยางมองเด็กสาวตรงหน้า แววตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนลึกซึ้ง

  ไม่รู้ว่าหลินฉีเยว่ฟังเพลง ท้องฟ้าสดใส มากี่รอบ ถึงได้เป่าออกมาได้ไพเราะขนาดนี้ ตั้งใจเหลือเกินจริง ๆ

  แต่น่าเสียดาย...

  ฉันก็ยังตอบตกลงเธอไม่ได้อยู่ดี...

  เซียวหยางถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะเปิดหน้าต่างภารกิจของระบบขึ้นดู

  【คำสารภาพรักครั้งที่สี่ของหลินฉีเยว่】

  【ตัวเลือกที่หนึ่ง: ตอบรับคำสารภาพ รางวัล: เงินสด 1 ล้านหยวน】

  【ตัวเลือกที่สอง: ปฏิเสธคำสารภาพ รางวัล: ยาเพิ่มคุณภาพ】

  【หมายเหตุ: ยาเพิ่มคุณภาพ – ช่วยเพิ่มสมรรถภาพร่างกาย】

  “อันนี้มันคล้ายกับรางวัลตอนฉันอัดเฉินเป่ยแล้วได้รับยาครั้งก่อนเลยนี่นา...” เซียวหยางถอนใจเบา ๆ

  จะว่าไป ร่างกายเขาอาจจะแข็งแรงกว่าคนทั่วไปเล็กน้อยก็จริง แต่ก็ไม่ได้ต่างกันจนเห็นชัด ที่จริงเป็นเพราะเขาไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า ไม่มีนิสัยเสียต่างหาก

  แต่ต่อให้เป็นแบบนั้น ก็ยังอาจสู้พวกนักกีฬาไม่ได้อยู่ดี

  เพิ่มสมรรถภาพร่างกาย...

  ของดีแบบนี้ หาค่าไม่ได้!

  เซียวหยางไม่ลังเลเลยแม้แต่นิด ตัวเลือกที่สองเท่านั้น!

  มองไปยังหลินฉีเยว่ที่กำลังมองมาอย่างเต็มไปด้วยความคาดหวัง เซียวหยางรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย

  ขอโทษนะ ครั้งนี้ฉันก็ต้องปฏิเสธเธออีกแล้ว...

  เหมือนกับว่าเธอเองก็มองออก หลินฉีเยว่เพียงแค่ยิ้มบาง ๆ ดวงตาคู่งามราวกับจะบอกว่า “ไม่เป็นไรหรอก…”

  หลินฉีเยว่ลดมือลง ยกขลุ่ยไปไว้ข้างหลัง จากนั้นจับชายกระโปรงเบา ๆ ใบหน้าแดงระเรื่อราวกับกำลังเขินอาย

  แม้จะสารภาพรักมาแล้วหลายรอบ แต่คราวนี้ หลินฉีเยว่ก็ยังคงเหมือนสาวน้อยขี้อายอยู่ดี เธอเงยหน้าขึ้นมองตาเขา แบ๊วใส่เต็มที่ “เซียวหยาง ฉันชอบเธอนะ เป็นแฟนกับฉันได้ไหม?”

  เสียงนี้ดังขึ้น

  ไม่ใช่แค่เซียวหยางที่ได้ยิน พวกเพื่อนในห้องก็ค้างกันหมด

  ไอ้เหี้ย... สมแล้วที่เป็นดาวมหาลัย

  หลินฉีเยว่เดินมาถึงหอพักชาย เป่าขลุ่ยให้ แล้วก็สารภาพรัก

  แม่งเอ๊ย แบบนี้มันนับเป็น ‘ผู้หญิงตามจีบผู้ชาย’ ชัด ๆ!

  แถมดาวมหาลัยมาอ่อยตรง ๆ อีกต่างหาก!

  พวกเพื่อน ๆ ไม่มีใครกล้าหายใจเลยตอนนี้ ต่างลุ้นว่าเซียวหยางจะตอบว่ายังไง

  “ตอบรับเธอไปเลยสิวะ ไอ้หยาง!”

  …

  เซียวหยางมองเด็กสาวตรงหน้า ยื่นมือไปลูบหัวเธอเบา ๆ แล้วกล่าวว่า
  “ขอโทษนะ เราสองคนไม่เหมาะกัน ฉันว่า… เรายังเริ่มต้นความสัมพันธ์นี้ไม่ได้หรอก”

  คำพูดนั้นฟังดูอบอุ่นและหนักแน่น มีเสน่ห์บางอย่างในน้ำเสียงของเซียวหยาง ถึงแม้จะเป็นการปฏิเสธ แต่สายตาของเด็กสาวกลับยังเปี่ยมไปด้วยความหลงใหล

  “ไม่เป็นไรเลย!”

  หลินฉีเยว่ยิ้มตาหยี ดูไม่ได้เสียใจมากนัก กลับถอนหายใจยาว ๆ เหมือนคนที่ทำภารกิจสำเร็จไปหนึ่งอย่าง

  พูดกันตรง ๆ พวกเพื่อนในห้องของเซียวหยางก็ไม่ได้รู้สึกว่าเหตุการณ์นี้มันแปลกอะไรเท่าไรนัก

  แต่ประเด็นคือ... ทำไมบทบาทถึงสลับกันไปซะล่ะ!?

  เมื่อก่อนเซียวหยางเป็นฝ่ายสารภาพรัก แล้วถูกหลินฉีเยว่ปฏิเสธ

  ตอนนี้กลับกลายเป็นหลินฉีเยว่สารภาพรัก แล้วเซียวหยางเป็นฝ่ายปฏิเสธ!?

  นี่พวกแกมาโชว์อะไรให้ดูฟะ!?

  “เชี่ยเอ๊ย!”

  หลี่จี๋สบถออกมา

  ทันใดนั้น เสียง “เชี่ย!” อีกหลายเสียงก็ดังขึ้นประสานกันในห้องพัก

  แต่หลินฉีเยว่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เธอเพียงยื่นขลุ่ยส่งให้เซียวหยาง “นี่เป็นของขวัญจากฉัน เธอรับไว้นะ!”

  เซียวหยางรับขลุ่ยไม้ไผ่มา ท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วนในห้อง เขายกมันขึ้นแนบริมฝีปาก

  รูขลุ่ยยังอุ่นอยู่เล็กน้อย

  เซียวหยางลองเป่าดู

  ไม่มีเสียงออกมาเลย

  “ดูท่าฉันคงเรียนไม่ไหวแฮะ!” เขาหัวเราะเบา ๆ

  “ไม่เป็นไร… ฉัน… ฉันสอนเธอก็ได้…” หลินฉีเยว่พูดพร้อมใบหน้าแดงระเรื่อ

  ก็ขลุ่ยนี่ เธอเพิ่งเป่าไปเมื่อกี้เองนะ ถ้าจะพูดแบบไม่เกรงใจเลยก็คือ…

  ตรงรูขลุ่ยยังมีรอยริมฝีปากของเธออยู่เลย…

  แล้วเซียวหยางก็เอามาเป่าทันที…

  นี่มัน… ถือเป็นจูบทางอ้อมหรือเปล่านะ…

  ส่วนหลี่จี๋กับพวกเพื่อนอีกสองสามคน ตอนนี้พากันอิจฉาจนร่างแทบแยกสลายแล้ว

  ดาวมหาลัยเพิ่งเป่าขลุ่ยเสร็จสด ๆ ร้อน ๆ แล้วเซียวหยางก็เอามาใช้ต่อเลย!?

  ไอ้เวรรรรร!

  แม่งเอ๊ย อิจฉาแทบขาดใจ!

  ถึงจะเป็นเพื่อนรักกันก็เถอะ ตอนนี้ก็อดคิดไม่ได้จริง ๆ ว่าอยากซัดหมอนี่ให้จมดินไปเลย

  เซียวหยางแค่เอาขลุ่ยวางไว้บนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจนัก แล้วพูดว่า “กินอะไรมาหรือยัง?”

  “ยังเลย” หลินฉีเยว่ส่ายหัวแรง ๆ เหมือนลูกข่าง

  ที่จริงเมื่อคืนเธอแทบไม่ได้นอน เสียงของเซียวหยางยังดังก้องในหูอยู่ตลอด ทำให้รู้สึกทรมานใจสุด ๆ

  พอเช้าแล้ว สิ่งแรกที่คิดได้เลยคือรีบมาหาเซียวหยาง ส่วนอาหารเช้าน่ะเหรอ ลืมไปสนิท

  เซียวหยางหยิบเสื้อคลุมมาสวมลวก ๆ แล้วพูด “ไปเถอะ ไปกินข้าวก่อน ฉันเลี้ยงเอง!”

  หลินฉีเยว่พยักหน้าอย่างว่าง่าย

  เธอสอดมือคล้องแขนเซียวหยางไว้

  แล้วทั้งสองก็เปิดประตูออกจากห้องไปด้วยกัน

  ข้างนอกมีผู้ชายยืนรอเต็มไปหมด มองเซียวหยางที่เพิ่งเดินออกมาด้วยสายตาเหมือนหมาป่าหิวโหย

  “เอ่อ… ขอโทษนะ ขอทางหน่อย ขอบใจจ้า…” เซียวหยางยิ้มแห้ง ๆ

  ถึงหลายคนจะไม่พอใจ แต่ก็จำใจเบี่ยงหลบให้ทาง

  หลินฉีเยว่ซบหน้ากับไหล่ของเซียวหยาง สีหน้าไม่อาจเห็นได้ชัด แต่แค่หูที่แดงถึงต้นคอก็พอจะบอกได้ว่าในใจของเธอหวานหยดย้อยแค่ไหน

  พอทั้งสองคนเดินลับไป พวกที่อยู่ข้างหลังก็เริ่มระเบิดเสียงโห่ร้องกันเต็มที่

  “ไอ้หมาเอ๊ย!”

  “ฉีเยว่ของฉัน! บอกทีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้มันเป็นแค่ฝัน!”

  “ฮือ ๆ ฉันอกหักแล้ว!”

  “น่าสงสารว่ะ แต่ไม่ใช่แค่นายคนเดียว เราทุกคนก็อกหัก!”

  “ไอ้หมาเซียว! แค้นแย่งภรรยาไม่อาจอยู่ร่วมฟ้า!”

  …

  (จบตอน)



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 54: แค้นแย่งภรรยาไม่อาจอยู่ร่วมฟ้า

ตอนถัดไป