ตอนที่ 21 : แต่งภรรยาหาเลี้ยงบ้าน

  “เสี่ยวเซียน นายได้นัดฉู่โหย่วหรงไว้หรือยัง?”

  พอเห็นจางเซียนเดินออกมาจากห้อง จางพั้นตี้ที่รออยู่แล้วก็รีบถามทันที

  “เอ่อ…วันนี้เธอค่อนข้างยุ่งเรื่องงานน่ะ”

  เมื่อวานหลังกลับเข้าห้อง เขาก็เอาแต่เล่นเกม ไม่ได้ติดต่อกับฉู่โหย่วหรงเลย โชคดีที่เมื่อวานตอนพั้นตี้ถาม เขาอ้างไว้ล่วงหน้าแล้ว

  ได้ยินดังนั้น พั้นตี้ก็แอบผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็เข้าใจได้—ก็อีกฝ่ายเป็นถึงดาราดัง งานรัดตัวเป็นเรื่องปกติ

  “แล้วพ่อกับเจาจี้ไปไหนล่ะ?”

  จางเซียนลากเก้าอี้มานั่งโต๊ะอาหาร เห็นไม่มีทั้งพ่อกับพี่สาวสาม เลยถามขึ้น

  “พ่อพาเจาจี้ออกไปเดินห้างน่ะ”

  ตอนออกไป พ่อยังถามพั้นตี้ว่าจะไปด้วยหรือเปล่า แต่เธอก็เผื่อใจว่าบางทีวันนี้อาจจะได้เจอฉู่โหย่วหรงเลยไม่ตามไป

  จางเซียนรู้ดีว่าพี่สาวห้าเรียนแพทย์ ชีวิตทั้งน่าเบื่อและวุ่นวาย ปกติอยู่แต่โรงพยาบาลช่วยอาจารย์ งานยุ่งจนแทบไม่มีเวลาหายใจ ถ้าไม่เพราะเรื่องของฉู่โหย่วหรงค้ำคออยู่ เธอคงออกไปกับพ่อแล้ว

  “เฮ้อ…”

  จางเซียนถอนหายใจเบา ๆ แล้วหยิบมือถือส่งข้อความไปหาอีกฝ่าย — “ไปตกปลากันไหม?”

  ให้เขาพาผู้หญิงไปเดินห้างสองคน ยังไงก็ตายแน่ แต่ถ้าชวนไปตกปลา อย่างน้อยเขายังพอทนไหว แบบนี้ทั้งแก้เคล็ด “คำสาปมือเปล่า” ของตัวเองได้ และยังทำให้พี่สาวห้ามีความสุขไปด้วย เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

  ส่งข้อความเสร็จ เขาก็กินข้าวเช้าอย่างอารมณ์ดี ตั้งแต่พ่อมีรายได้พุ่งกระฉูด ระดับอาหารเช้าที่บ้านก็ดีดขึ้นแบบไม่หยุด—เช้า ๆ ได้กินทั้งซุปแกะ หรือเนื้อตุ๋นแท้ ๆ แบบร้านดังเลยทีเดียว

  …ในเวลาเดียวกัน

  ฉู่โหย่วหรงเพิ่งคุยโทรศัพท์กับทนายประจำตัว “เจียงหง” จบ

  เมื่อวานเจียงหงเพิ่งนั่งโต๊ะเจรจากับฝ่ายกฎหมายของบริษัทต้นสังกัด ผลลัพธ์ก็เป็นไปตามคาด—อีกฝ่ายแข็งขืนไม่ยอมถอยแม้แต่น้อย

  จริง ๆ เรื่องแบบนี้มันก็เป็นเกมต่อรองอยู่แล้ว ฝ่ายหนึ่งตั้งเงื่อนไขสูง อีกฝ่ายก็ค่อย ๆ ต่อรองไป แต่สุดท้ายจะไปจบตรงไหน ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครถือไพ่เหนือกว่า

  เจียงหงเลยเสนอทางออกให้เธอ 3 แบบ—
  1. ไปจดทะเบียนสมรสกับแฟน แล้วโยนทะเบียนสมรสใส่หน้าทีมกฎหมายบริษัท แบบนี้ชัดเจนและแรงที่สุด
  2. ถ้ายังไม่อยากจด ก็ลองถ่ายรูปพรีเวดดิ้ง แล้วจัดงานหมั้นเล็ก ๆ ให้เห็นเป็นเรื่องจริงจัง
  3. หรือถ้าไม่อยากทำอะไรเลย ก็ยื้อเวลาไปก่อน แต่ทางนี้จะเสียเปรียบมาก เพราะวงการบันเทิงแข่งกันดุเดือด ดาวดวงใหม่โผล่ทุกวัน ถ้าไม่รีบหางานใหม่ เดี๋ยวความนิยมก็หายไป

  ฉู่โหย่วหรงก็รู้ว่าปล่อยไว้นานไม่ใช่เรื่องดี แต่ยังลังเลอยู่ว่าจะเลือกทางไหน

  พอวางสาย เธอก็เห็นข้อความจากจางเซียนพอดี— “ไปตกปลากันไหม?”

  “อีกแล้ว ตกปลาอีกแล้ว!”

  เธออดบ่นไม่ได้ ใครเขาเป็นแฟนกันแล้วนัดเจอทีไรต้องไปนั่งริมน้ำทุกครั้งกันฟะ!

  แต่เอาเถอะ อย่างน้อยก็ใช้โอกาสนี้คุยเรื่องถ่ายรูปพรีเวดดิ้งได้เหมือนกัน

  เธอเลยตอบกลับไปทันที— “โอเค เดี๋ยวไปหาที่บ้านนะ”

  …

  ทางบ้านจางเซียน

  หลังซัดซุปเครื่องในแกะเต็มถ้วย เขาลูบท้องอย่างสบายใจ ชีวิตแบบ “นอนกิน” มันก็เพลินดีหรอก แต่กินหนักแบบนี้ทุกวัน ไม่นานพุงมาแน่ ซิกซ์แพ็กยิ่งห่างไกลออกไปทุกที

  “ต้องคุมอาหารบ้างแล้วแฮะ”

  เขาคิดในใจ ก่อนมือถือสั่นขึ้น—เป็นข้อความตอบจากฉู่โหย่วหรง

  เขายิ้มออกมา—เมื่อคืนเธอดูเหมือนจะงอน แต่สุดท้ายก็ยังไม่เล่นใหญ่ แถมยอมมาหาเองด้วย แบบนี้สิค่อยนับว่า “แฟนที่ไม่จู้จี้” หน่อย

  “เสี่ยวเซียน ช่วงนี้หางานไปถึงไหนแล้ว?”

  พั้นตี้เริ่มเปิดประเด็น “พี่ใหญ่ช่วยหาตำแหน่งบรรณารักษ์ในมหาลัยไว้ให้แท้ ๆ แต่ได้ข่าวว่านายดันทำพังตอนสัมภาษณ์จริงเหรอ?”

  “ฉันไม่ได้เอาแต่ขังตัวอยู่บ้านนะเฟ้ย”

  เขารีบแก้ “ฉันก็ออกไปทำเรื่องจริงจังทุกวันเหมือนกัน”

  “เรื่องจริงจัง? นายกล้าเรียก ‘ตกปลา’ ว่าเรื่องจริงจัง?”

  พั้นตี้ถึงกับกลอกตา

  “ก็ใช่น่ะสิ! เธอรู้ไหมว่าฉันกับฉู่โหย่วหรงเจอกันยังไง?”

  “อย่าบอกนะ…ว่าเจอกันตอนตกปลา?”

  “บิงโก!”

  เขาดีดนิ้วดังเป๊าะ “ถ้าฉันไม่ออกไปตกทุกวัน ก็คงไม่ได้รู้จักเธอหรอก”

  “แต่ยังไงนายก็ไม่ควรมีแค่ตกปลากับคบผู้หญิงนะ ผู้ชายต้องมีงานมีการ มีหน้าที่การงาน ไม่งั้นจะแต่งเมียยังไง จะเลี้ยงครอบครัวได้ยังไง!”

  พั้นตี้ทำหน้าเข้มจริงจัง

  จางเซียนฟังแล้วกลับหัวเราะ “ได้สิ แต่งเมียที่หาเลี้ยงครอบครัวได้ก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ?”

  “หะ…”

  พั้นตี้ถึงกับอึ้งไป พูดไม่ออกชั่วขณะ

  “นี่นายหมายความว่าจะไปเป็นลูกเขยเข้าบ้านฝ่ายหญิงเหรอ?”

  “เสี่ยวเซียน นายเป็นผู้ชายคนเดียวในรุ่นของบ้านเรานะ พ่อแม่ฝากความหวังไว้หมด นายคิดอะไรเพี้ยน ๆ แบบนี้ได้ไง!”

  เธอตบโต๊ะด้วยความโมโห “ความคิดอันตรายแบบนี้ต้องแก้ให้ได้!”

  “ใครบอกว่าฉันจะไปเป็นลูกเขย!”

  จางเซียนโบกมือ แล้วทำหน้าทะนง “เธอไม่เคยได้ยินเหรอ—‘กินข้าวอ่อนแบบแข็ง’ ยังไงล่ะ!”

  “ข้าวอ่อนแบบแข็ง?”

  พั้นตี้เลิกคิ้ว “ฟังยังไงก็แค่หน้าไม่อายชัด ๆ!”

  “อายไปก็ไม่มีค่าอะไร!”

  เขายักไหล่ “ตอนจน ไม่มีใครเห็นหัว แต่พอมีเงินแล้ว หน้าเธอจะเป็นยังไงก็ไม่มีใครว่าอะไร! ไอ้สิ่งที่เรียกว่าหน้า มันก็แค่โซ่ตรวนที่ขังตัวเองไว้เท่านั้นแหละ!”

  “ไปดูสิ คนที่เขาประสบความสำเร็จจริง ๆ มีใครว่าเขาหน้าไม่อายบ้างไหมล่ะ?”

  พั้นตี้ฟังแล้วกลับอึ้งไปเล็กน้อย เพราะคิด ๆ ดูก็จริงตามที่เขาพูดอยู่เหมือนกัน

  “จริงสิ อีกเดี๋ยวฉันจะออกไปตกปลา เธอจะไปด้วยไหม?”

  จางเซียนลุกไปหยิบอุปกรณ์เตรียมพร้อม

  “ผู้หญิงที่ไหนจะอยากไปตกปลากันเล่า!”

  พั้นตี้เชิดหน้า

  แต่ยังไม่ทันสิ้นเสียง ก็ได้ยินเขาพูดต่อ…

  “ฉู่โหย่วหรงก็ไปด้วยนะ”



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 21 : แต่งภรรยาหาเลี้ยงบ้าน

ตอนถัดไป