ตอนที่ 68 : สิ่งที่เรียกว่า “ไต่เต้าเข้าสังคม”!

  เหิงเตี้ยน.

  เถียนเจิ้นอวี่กำลังกินหมูกับกับ “แฟนใหม่” หานชิวอิ่ง ในร้านปิ้งย่างแห่งหนึ่ง

  นอกจากทั้งคู่แล้ว ยังมีเพื่อนนักแสดงอีก 2 คนที่เถียนเจิ้นอวี่เพิ่งรู้จักหลังมาที่เหิงเตี้ยน

  “ชิวอิ่ง กินเยอะหน่อย อีกสองวันเข้ากองแล้ว อาจจะไม่ได้กินแบบนี้นะ”

  เถียนเจิ้นอวี่คีบเนื้อย่างใส่จานแฟนสาว ดูใส่ใจไม่น้อย จะเห็นได้ว่าเขาแทบไม่ได้รับผลกระทบอะไรจากการที่เลิกกับจางเซิ่งหนานไป

  “พี่อวี่ นี่คือทั้งเรื่องรักทั้งเรื่องงานไปได้สวยเลยนะ”

  “ได้เล่นหนังของผู้กำกับคง แบบนี้สัญญาต่อ ๆ ไปต้องไหลมาแน่นอน!”

  เพื่อน A รีบประจบ

  “ไม่ใช่แค่สัญญาต่อหรอก อาจจะได้ทะยานฟ้าเลยก็ได้!”

  “พี่อวี่ รวยแล้วอย่าลืมพวกเรานะ!”

  เพื่อน B ก็รีบเสริม

  เถียนเจิ้นอวี่ทำเป็นถ่อมตัว “ก็แค่บทเล็ก ๆ เอง พอหนังออกอาจจะไม่ดังอะไร แต่ยังไงก็ได้ติดตามผู้กำกับคง ถือว่ามีประสบการณ์เพิ่ม”

  พูดยังไม่ทันจบ มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น

  เป็นสายจากหว่านกุ้ยเซียง ผู้ช่วยผู้กำกับของเรื่อง 《แผ่นดินงาม》เขานี่แหละที่เถียนเจิ้นอวี่ไปฝากเส้นจนได้เล่นบทเล็ก ๆ มา 2 บท

  แน่นอนว่าบทสำคัญ ๆ หว่านกุ้ยเซียงตัดสินใจไม่ได้ เพราะหนังใหญ่แบบนี้ บทพระเอกนางเอก พระรองนางรอง ถูกตัดสินใจไว้ที่ปักกิ่งหมดแล้ว ฝั่งเหิงเตี้ยนได้แค่บทประกอบเล็ก ๆ

  “พี่หว่าน มีอะไรครับ?”

  “คือเวลาเข้ากองเปลี่ยนหรือเปล่า?”

  สำหรับนักแสดงเล็ก ๆ แบบเขา เรื่องตารางเข้ากองถ่ายเปลี่ยนถือว่าธรรมดามาก พออีกฝ่ายโทรมา เขาเลยคิดว่าเรื่องนี้เอง

  “ช่วงนี้ไปทำใครไม่พอใจมาหรือเปล่า?”

  หว่านกุ้ยเซียงถามตรง ๆ

  “เอ่อ…ไม่เลยนะครับ”

  “พี่หว่าน เกิดอะไรขึ้นครับ?”

  เถียนเจิ้นอวี่หน้าเหวอ เริ่มรู้สึกกังวล

  “เมื่อกี้ผู้กำกับคงโทรมาสั่งเอง ให้ตัดเธอกับหานชิวอิ่งออกจากเรื่อง”

  “ลองคิดดี ๆ สิ ว่าล่าสุดไปขัดใจใครใหญ่ ๆ เข้า ไม่งั้นตัวประกอบจิ๋ว ๆ แบบพวกเธอสองคน ไม่มีทางให้ผู้กำกับคงลงมาสั่งเองหรอก”

  น้ำเสียงของหว่านกุ้ยเซียงยังสุภาพอยู่—เพราะเขาเองก็ได้เงินจากเถียนเจิ้นอวี่มาแล้ว

  “หา? ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้?”

  เถียนเจิ้นอวี่ลุกพรวดจากเก้าอี้ จนทุกสายตาในร้านหันมามอง หานชิวอิ่งกับเพื่อนอีก 2 คนก็จ้องตาไม่กะพริบ

  “พี่หว่าน ผมไม่ได้ไปทำอะไรใครเลยนะ ช่วงนี้ก็ใช้ชีวิตเหมือนเดิม คุณช่วยพูดกับผู้กำกับคงอีกทีเถอะ ต้องมีอะไรเข้าใจผิดแน่ ๆ!”

  พอบทหายไป เขาก็ร้อนรนขึ้นมาทันที

  นี่มันหนังของคงซานหมิน ถ้าหนังเปรี้ยง บทประกอบยังอัปเกรดได้เลย อย่างน้อยก็เป็นเครดิตเด่นในประวัติการแสดง

  “จะมีเข้าใจผิดหรือไม่ฉันไม่แน่ใจ แต่จากน้ำเสียงผู้กำกับคงโกรธมาก ไม่ฟังอะไรเลย”

  “แถมไม่ได้แค่ครั้งนี้ แต่ยังบอกว่าจะ ‘แบน’ พวกเธอสองคนด้วย!”

  “เอาเถอะ ดูแลตัวเองละกัน เดี๋ยวเงินที่เหลือฉันโอนคืนให้”

  พูดจบ หว่านกุ้ยเซียงก็ตัดสายทันที

  เถียนเจิ้นอวี่ถึงกับยืนอึ้งไปนาน กว่าจะแทบทรุดลงไปนั่ง

  “อวี่ เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”

  “มีเรื่องใหญ่หรือไง?”

  หานชิวอิ่งถามเสียงเครียดเพราะในร้านเสียงดัง ฟังไม่ค่อยชัด

  “บทหายไปแล้ว…”

  เขาพูดเสียงหมดแรง

  “อะไรนะ? ก็จ่ายเงินเรียบร้อยแล้วไม่ใช่เหรอ!”

  หานชิวอิ่งก็ตกใจ เพราะเธอเองก็หวังโอกาสทำงานกับคงซานหมิน ยังคิดว่าอาจมีโอกาส “อ่านบทลับตอนกลางคืน” กับเขา แบบนี้เหมือนฝันพังทลาย

  “เขาบอกว่าผู้กำกับคงโทรสั่งเอง”

  “พี่หว่านยังถามผมว่าไปขัดใจใครใหญ่ ๆ เข้าหรือเปล่า”

  เถียนเจิ้นอวี่พูดเสียงอ่อย แต่ในหัวคิดหาคำตอบแทบแตก ว่าตัวเองไปกระทบใคร แต่คิดทบทวนยังไงก็ไม่มี

—เขาไม่เคยแตะต้องพวกตัวใหญ่ ๆ เลย

  “พี่อวี่ การถูกเปลี่ยนตัวในวงการมันเรื่องปกติอยู่แล้ว ยิ่งเป็นหนังใหญ่แบบนี้”

  “ใช่ ต่อให้นักแสดงแถวหน้า ยังถูกเปลี่ยนได้เลย บทเล็ก ๆ อย่างเรามันเรื่องธรรมดา!”

  เพื่อน A และ B พยายามปลอบ แต่สีหน้ากลับซ่อนความสะใจไม่มิด

  พวกเขาคิดในใจ—ตอนแรกนึกว่ามึงจะได้บินสูง ที่ไหนได้กลับมาตกกระแทกพื้นเร็วขนาดนี้!

  พอดีเพื่อน A หยิบมือถือขึ้นมาเจอข้อความในกลุ่มนักแสดง—บริษัทอี๋ซินอิงซื่อออกประกาศอย่างเป็นทางการว่า “จะไม่ร่วมงานกับเถียนเจิ้นอวี่และหานชิวอิ่งตลอดไป!”

  “พี่อวี่ นายไปทำให้คุณชายบ้านไหนไม่พอใจหรือไง?”

  เพื่อน A ยื่นมือถือมาให้ดู หานชิวอิ่งก็มองตามแล้วถึงกับช็อก

  อี๋ซินอิงซื่อ—ทุกคนรู้ว่าเป็นบริษัทของคงซานหมิน การถูกแบนแบบนี้ก็แทบปิดประตูในวงการแล้ว!

  “เถียนเจิ้นอวี่ นี่มันเรื่องอะไร? ตอนแรกบอกว่าชัวร์แน่ ๆ สุดท้ายทำไมกลายเป็นแบบนี้!”

  หานชิวอิ่งโมโห ลุกพรวดขึ้นชี้หน้าเขา

  “ฉันจะไปรู้ได้ยังไง!”

  “บางทีอาจเพราะเธอนั่นแหละที่ไปทำอะไรพลาด แล้วลากฉันซวยไปด้วย!”

  เถียนเจิ้นอวี่เองก็อัดอั้นพอดี เลยเถียงกลับทันที

  ทั้งคู่เลยทะเลาะเสียงลั่น เพื่อน A และ B มองหน้ากันแล้วรีบหาเรื่องชิ่งออกจากร้าน—ตอนแรกนึกว่ามาเลียแข้งเลียขาก่อนเพื่อนจะดัง สุดท้ายกลับกลายเป็นหายนะ รีบเผ่นดีกว่า

  “ต้องเป็นเพราะไอ้ผู้หญิงจางเซิ่งหนานแน่ ๆ!”

  “มันต้องเล่นสกปรกแน่!”

  เถียนเจิ้นอวี่นึกไม่ออกว่าไปขัดใจใครใหญ่ ๆ นอกจาก “จางเซิ่งหนาน” ที่คงอาฆาตเขากับแฟนอยู่

  “ถ้ามันมีอำนาจขนาดนั้นจริง นายคงไม่เลิกมันหรอก”

  หานชิวอิ่งประชดกลับ คำพูดแม้จะเจ็บ แต่ก็จริง—ถ้าจางเซิ่งหนานมีเส้นสายจริง เธอคงไม่ต้องมาทำงานตัวเล็ก ๆ ที่เหิงเตี้ยนหรอก

  …

  ปักกิ่ง.

  เมื่อช่วย “ล้างแค้น” ให้พี่สาวสองเสร็จ จางเซียนอารมณ์ดีไม่น้อย และในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ถึงความสำคัญของ “คอนเนกชัน”

  ระบบนอนกินช่วยให้ชีวิตเขาสุขสบายก็จริง แต่เวลา ครอบครัวมีปัญหา ถูกคนรังแก ระบบก็ใช่ว่าจะช่วยได้เสมอไป เพราะฉะนั้นการมีคนรู้จัก การมีเครือข่ายที่ “ใช้ได้จริง” จึงสำคัญ

  แน่นอน การสร้างคอนเนกชันต้องมี “ของ” อยู่กับตัวก่อน—คุณเองต้องมีคุณค่าให้คนอื่นแลกเปลี่ยนด้วย ไม่งั้นต่อให้พยายามแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์

  แก่นแท้ของความสัมพันธ์ระหว่างคนก็คือการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์

  เมื่อมี “ชิป” เท่า ๆ กัน ถึงจะเล่นด้วยกันได้

  คำว่า “คู่ควรพอดี” หรือ “วงสังคมที่ฝืนเข้าไม่ได้ก็อย่าฝืน” ล้วนมีเหตุผลอยู่

  ส่วนคำว่า “ไต่เต้าเข้าสังคม” ที่สาว ๆ บางคนชอบพูด จริง ๆ แล้วสำหรับผู้หญิงธรรมดา ๆ ที่ไม่มีทั้งฐานะและฝีมือ มันไม่มีหรอก มีแค่อย่างเดียวคือ—

  “เข้าสังคมด้วยเรือนร่าง” เท่านั้น!

  แม้จะฟังแรง แต่สิ่งที่พวกเธอสามารถ “แลกเปลี่ยน” ได้ ก็มีเพียงแค่ “คุณค่าทางเพศ” เท่านั้นเอง

(จบตอน)



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 68 : สิ่งที่เรียกว่า “ไต่เต้าเข้าสังคม”!

ตอนถัดไป