ตอนที่ 69 : เพลงใหม่ออนไลน์ จางเซียนได้สกิลใหม่
หลังจากทุกคนแยกย้ายกันไปแล้ว
ผู้ช่วยก็รีบไปหา คงซานหมิน “ผู้กำกับคง อาจารย์สวีถามมาว่าสัญญาจะเซ็นเมื่อไหร่ครับ?”
“เอาเถอะ ฉันโทรไปบอกเขาเองแล้วกัน”
อาจารย์สวีที่ผู้ช่วยพูดถึงก็คือ สวีปิน นักดนตรีชื่อดัง ก่อนหน้านี้คงซานหมินตกลงให้เขาแต่งเพลงธีม แต่กว่าสวีปินจะส่งมาก็ช้า แถมคุณภาพยังไม่ถึง เลยทำให้คงซานหมินต้องเริ่มกระจายหาคนอื่นแทน
เพราะหากไม่มีเพลงที่ใช่ เขาก็ตั้งใจจะใช้เพลงที่สวีปินแต่งไว้ชื่อ 《หนึ่งปีแล้วอีกหนึ่งปี》 แต่สถานการณ์ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
“เฮ้ สวี ช่วงนี้ยุ่งอยู่รึเปล่า”
พอผู้ช่วยออกไป คงซานหมินก็หยิบมือถือโทรหาสวีปิน “เพลงที่นายเขียน ก็ดีนะ แต่ไม่ค่อยเข้ากับโทนละครของฉัน เข้าใจใช่ไหมว่าฉันมันพวกหัวดื้อ…”
เขาพูดอ้อม ๆ ว่าจะไม่ใช้เพลงนั้นแล้ว
สวีปินที่คลุกคลีในวงการมาครึ่งชีวิตก็เข้าใจได้ทันที ไม่ได้ว่าอะไร พูดกันตามมารยาทไม่กี่คำแล้วก็วางสายไป แต่ในใจเขาก็ยังคาใจไม่น้อย—รอให้ซีรีส์ 《ปีทองแห่งชีวิต》 ออกอากาศก่อน แล้วจะคอยดูว่าเพลงไหนกล้ามาแทนเพลงของเขา
…
สองวันต่อมา
เพลง 《มีความเสียใจชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เรา》 ออนไลน์แล้ว!
นี่เป็นงานแรกหลังจาก เถาหลินหลิน เข้ามาประจำการ เธอเลยทุ่มเต็มที่กับการโปรโมตและการตลาด
ทั้ง #ภาคต่อเพลง《สมศักดิศรี》#, #บทเพลงเลิกกันของฉู่โหย่วหรง# และอีกสารพัดแฮชแท็กผลัดกันพุ่งขึ้นเทรนด์เว่ยป๋อ
ตอนนี้กระแสเพลง 《สมศักดิศรี》 ยังไม่จาง แถมความนิยมของ ฉู่โหย่วหรง กำลังพุ่งสูง พอบวกเข้ากับการตลาดเข้มข้น ทำให้เพลง 《มีความเสียใจชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เรา》 เพิ่งอัปโหลดแค่ 2 ชั่วโมงก็ทะยานขึ้นที่ 1 ชาร์ตเพลงใหม่ทันที และแนวโน้มก็ยังแรงต่อเนื่อง
“ถึงไม่เท่า 《สมศักดิศรี》 แต่ก็เพราะมากนะ!”
“ฟังแล้วรู้เลยว่านางฟ้าโหย่วหรงเจ็บหนัก…ไอ้ผู้ชายเลวเอ๊ย!”
“ตั้งแต่เลิกกันมา นางฟ้าโหย่วหรงก็เดินสายเพลงเศร้าเลยสินะ!”
“ร้องว่า ‘เสียดายเธอ แต่ก็แต่งไม่ได้’ …อย่าบอกนะว่าไปเป็นมือที่สามใครเข้าแล้ว!”
“ทั้งคำร้องและทำนองเป็นฝีมือ Sixth Sense เหมือนเพลง 《สมศักดิศรี》 นี่มันตัวตนเทพที่โผล่มาจากไหนเนี่ย!”
“แรก ๆ คิดว่าไม่มีทางเท่าเพลงฮิตได้ แต่พอฟังจริง ๆ ก็เกินคาดแฮะ!”
เสียงตอบรับชุดแรกจากชาวเน็ต ถึงแม้ส่วนใหญ่จะเห็นตรงกันว่าเพลงใหม่นี้ยังไม่สุดเท่า 《สมศักดิศรี》 แต่ก็จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดีทีเดียว พอฟังแล้วติดหู
ด้วยคุณภาพเพลงที่ไม่เลว บวกกับกระแสของฉู่โหย่วหรง และการทำตลาดของเถาหลินหลิน ทำให้ตั้งแต่ปล่อยมา ตัวเลขสถิติก็พุ่งขึ้นไม่หยุด
…
แต่สำหรับการปล่อยเพลง 《มีความเสียใจชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เรา》 จางเซียนกลับไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะตอนนี้เขากำลัง…นั่งตกปลาอยู่ริมแม่น้ำ
สองวันก่อนเขาไม่ได้ไปแจกปลา สาว ๆ ทั้งรุ่นน้องรุ่นพี่ก็บ่นกันใหญ่ โดยเฉพาะพวกพี่สาวที่เคยแอด WeChat เอาไว้ ยังทักมาถามเลยว่าหายไปไหน
เพราะงั้นวันนี้จางเซียนเลยตั้งใจตกปลาให้เยอะ ๆ หน่อย จะได้เอาไปปลอบใจบรรดาพี่สาวพี่สะใภ้ทั้งหลาย
ไม่ไกลจากจุดของเขาประมาณ 10 เมตร มีคุณลุงผิวคล้ำคนนึงก็ตกปลาอยู่เหมือนกัน แค่เห็นผิวที่เข้มแดดจัดก็รู้แล้วว่าเป็นเซียนตกปลาแน่นอน แถมคล้ำขนาดนี้ คนตกปลาด้วยกันเจอเข้ายังต้องยกคันเบ็ดไหว้เลยทีเดียว
แรก ๆ ต่างคนก็ต่างนั่งตกของใครของมัน แต่ผ่านไปไม่นาน ลุงผิวคล้ำก็เริ่มทนนั่งไม่ได้
เพราะฝั่งตัวเองนั่งจนเมื่อยยังไม่ได้สักตัว แต่ทางจางเซียนกลับเบ็ดติดปลารัว ๆ แถมแต่ละตัวก็ใหญ่สะใจ ตัวที่หนักสุดน่าจะมีเกือบ 7–8 กิโลเลยด้วยซ้ำ
ลุงเลยเก็บคันเบ็ด เดินตรงมาหาจางเซียน
“หนุ่มน้อย ดวงดีไปหน่อยไหม! เห็นแป๊บเดียวตกได้เป็นสิบตัวแล้ว”
พอดีจางเซียนเพิ่งดึงเบ็ดขึ้นมาได้อีกตัว กำลังเปลี่ยนเหยื่อพอดี ก็เลยหันมายิ้มตอบ “ลุงครับ พูดแบบนี้ไม่ถูกหรอก ได้ปลาสัก 1–2 ตัวน่ะเรียกว่าดวง แต่ถ้าเป็นสิบตัวเนี่ย มันคือฝีมือล้วน ๆ แล้วล่ะ!”
“งั้นก็แปลว่ามีเคล็ดลับสินะ?”
ตาลุงผิวคล้ำเป็นประกายทันที แววตามีแต่ความกระหายอยากรู้
“แน่นอนสิครับ อาชีพทุกสายมันก็มี ‘ทางลัด’ ของมัน ตกปลาก็ไม่ต่างกัน”
ว่าแล้วจางเซียนก็เหวี่ยงเบ็ดกลับลงน้ำอีกครั้ง รอจนทุ่นลอยนิ่ง เขาก็พูดต่อ “ลุงดูไว้เลย ไม่เกิน 2 นาที ต้องมีติดเบ็ดแน่ ๆ”
“2 นาที?”
ลุงเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ตั้งใจนับถอยหลังตามเข็มวินาที ผ่านไปเพียง 1 นาที 5 วินาที ทุ่นก็ดิ่งลงน้ำทันที!
ดูจากแรงดึงและความเร็ว แถมกินเหยื่อลึกขนาดนี้ ต้องเป็นปลาตัวใหญ่ที่หลุดยากแน่นอน
จางเซียนรีบงัดคันเบ็ดขึ้นมา ทั้งสองฝ่ายดึงกันไปมาอยู่ 3–4 นาที ในที่สุดก็เอาปากกว้าง ๆ ของเจ้าปลาคาร์พยักษ์ขึ้นมาได้ หนักราว 15–16 กิโล!
“เห็นไหมล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะตัวนี้มันใหญ่เกิน สองนาทีก็ขึ้นฝั่งแล้ว”
จางเซียนยิ้มกวน พลางยัดปลาเข้ากล่องเก็บ
คุณลุงผิวคล้ำถึงกับอึ้ง ก่อนพูดอย่างยอมแพ้ “หนุ่มน้อย ฉันอยากเรียนตกปลา!”
จางเซียนส่ายหัวขำ ๆ “ลุง ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากสอนหรอกนะ แต่ฝีมือนี้มันสืบต่อได้แค่พ่อสู่ลูกเท่านั้น …ไม่ถ่ายทอดให้คนนอกหรอก!”
“เอิ่ม…”
ลุงถึงกับนิ่งไป “นี่มันก็ไม่ใช่วิชาเลี้ยงชีพอะไร ทำไมต้องหวงขนาดนั้น”
“ลุงพูดแบบนี้ไม่ถูกแล้ว ใครบอกว่าตกปลาเลี้ยงชีพไม่ได้ ลองไปดูสิ บรรดาสตรีมเมอร์ตกปลาในเน็ตน่ะ บางคนมีผู้ติดตามเป็นล้าน รายได้เดือน ๆ ไม่ธรรมดาหรอกนะ!”
จางเซียนเชิดหน้าภูมิใจ “ถ้าไม่ใช่ว่าผมรวยอยู่แล้ว ป่านนี้ก็เปิดไลฟ์ตกปลาไปนานแล้ว!”
“ถ้างั้นเอางี้ เรามาแลกเปลี่ยนกัน”
ลุงเสนอทางออกใหม่ “เธอสอนฉันตกปลา ฉันสอนเธอฝังเข็ม”
“ฝังเข็ม?”
“ผมจะเรียนไปทำไมกันล่ะ!”
จางเซียนส่ายหัว “ไหนจะรู้ได้ยังไงว่าลุงเก่งจริง เดี๋ยวสอนมั่ว ๆ มาหลอกกันอีก”
“หลอกงั้นเหรอ!”
ลุงเชิดหน้า “รู้มั้ย มีคนอยากเป็นศิษย์ฉันวันละไม่รู้กี่ร้อยกี่พันคน!”
จางเซียนยักไหล่ “ต่อให้มีหมื่นคนอยากเป็นศิษย์ลุง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม?”
ติ๊ง!
【เช็กอินสำเร็จ!】
รางวัล: R-เงิน 20,000
รางวัลสุ่ม: กล่องสุ่มสกิล 1 ใบ!
ทันใดนั้นเอง เสียงระบบก็ดังขึ้นในหัว
“กล่องสกิล! ในที่สุดก็มาแล้ว!”
จางเซียนแทบจะกระโดดด้วยความตื่นเต้น
【เปิดเดี๋ยวนี้!】
ติ๊ง!
ยินดีด้วย (ผู้ใช้ระบบ) ได้รับสกิลใหม่ — ฝังเข็มผ่านปราณ!
(หมายเหตุ: วิชาฝังเข็มที่สาบสูญ สามารถรักษาโรคได้เกือบทั้งหมด)
“โห! …งั้นก็แปลว่า…จางเจาจี้มีทางรักษาแล้ว!”
จางเซียนน้ำตาคลอด้วยความดีใจสุดขีด
(จบตอน)