ตอนที่ 38 พรสวรรค์ยกระดับอีกครั้ง

  【ชื่อ】: ซ่งเสี่ยวเหม่ย
  【พรสวรรค์】: ระดับเลิศ
  【สายโลหิต】: เผ่าแมวโลหิต
  【ชะตา】: ตัวประกอบแห่งชะตาฟ้า หนึ่งในห้าผู้พิทักษ์แห่งอนาคต
  【คำชี้แนะ】: สอดคล้องกับมาตรฐานการรับศิษย์

  “ตัวประกอบแห่งชะตาฟ้า หนึ่งในห้าผู้พิทักษ์แห่งอนาคต…พูดเช่นนี้ก็หมายความว่า อย่างน้อยยังมีอีกสี่คนที่ข้าสามารถรับเป็นศิษย์ได้”

  หลี่เซวียนพึมพำอยู่ในใจ สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเบิกบาน ปรากฏความยินดีอย่างยิ่ง ราวกับอนาคตพลันส่องสว่างสดใส

  ต้องรู้ว่า—
  แต่ก่อนเขาเพียงรับศิษย์มาแล้วสองคน ก็ได้รับผลประโยชน์มากมายมหาศาล

  หากรับครบทั้งห้าคน ถึงจะเป็นเพียง “ตัวประกอบแห่งชะตา” ก็ย่อมมอบผลประโยชน์แก่เขาไม่อาจประมาณได้

  คิดถึงตรงนี้แล้ว หลี่เซวียนแทบอดรนทนไม่ไหว รีบหันสายตาไปยังซ่งเสี่ยวเหม่ย

  เวลานั้น ซ่งเสี่ยวเหม่ยกำลังยืนเหม่อ มองไปยังหุบเขาที่ด้านบนเต็มไปด้วยเงาคนหนาแน่นดุจมดปลวก

  คนเหล่านั้นล้วนถือธนูไว้ในมือ ราวกับทหารที่มีวินัยเคร่งครัด

  สำคัญที่สุดคือ—ทั้งหมดล้วนเชื่อฟังคำสั่งของ “ผู้มีพระคุณ” ของนาง! เรื่องนี้ทำให้นางตะลึงประหลาดใจยิ่งนัก นางจึงหันคอเล็ก ๆ มองไปยังหลี่เซวียน เอ่ยอย่างซาบซึ้ง

  “ขอบคุณท่านผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิต ข้าไม่รู้จักท่านว่าจะเรียกขานว่าอย่างไรดี ข้าจะได้จดจำไว้ตอบแทนบุญคุณ…อ้อ ข้าชื่อซ่งเสี่ยวเหม่ย”

  “ข้าชื่อหลี่เซวียน คำว่าผู้มีพระคุณฟังแล้วชวนประดักประเดิด หากเจ้าต้องการ ก็เรียกข้าว่า ‘อาจารย์’ เถิด” หลี่เซวียนเอ่ยพลางยิ้ม

  “เอ๊ะ? …อาจารย์?”

  ซ่งเสี่ยวเหม่ยอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะเข้าใจได้ทันที—แท้จริงเขาหมายจะรับนางเป็นศิษย์!

  นางมิได้รู้สึกต่อต้านเลย เพราะเขามีบุญคุณชีวิตติดตัวอยู่แล้ว

  แต่ยามเห็นโฉมหน้างามสง่างามของบุรุษตรงหน้า พลันนึกถึงภาพที่เขาปรากฏตัวกลางยามอันตราย ราวกับเทพเจ้าลงมาจุติช่วยเหลือ นางกลับรู้สึกประหลาดใจในใจ…นางไม่อยากเรียกเขาว่า “อาจารย์” เท่าใดนัก หากแต่…อยากเป็นสหายกับเขามากกว่า

  “อย่างไรหรือ…เจ้าไม่อยากเป็นศิษย์ของข้า?” หลี่เซวียนเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ

  “ไม่ใช่เช่นนั้น เพียงแต่ข้า…”

  ซ่งเสี่ยวเหม่ยเอ่ยไม่ออก ยามเห็นแววตาคาดหวังของเขา พลันนึกถึงว่าตนเป็นหนี้ชีวิตของอีกฝ่าย สุดท้ายจึงเงียบไปพักใหญ่ ก่อนเอ่ยเสียงหนักแน่น

  “ซ่งเสี่ยวเหม่ย คารวะอาจารย์!”

  【ติ๊ง! เจ้าได้รับศิษย์พรสวรรค์เลิศหนึ่งคน รางวัล: พรสวรรค์ยกระดับหนึ่งขั้น】
  【ติ๊ง! ศิษย์ใหม่ของเจ้าเป็นตัวประกอบแห่งชะตาฟ้า รางวัลเพิ่มเติม: ฝึกกายยกระดับหนึ่งขั้น】

  【ติ๊ง!】
  【ชื่อ】: หลี่เซวียน
  【กายา】: ฝึกกายชั้นเก้า
  【พรสวรรค์】: ระดับสูงสุด
  【พรสวรรค์เสริม】: สัญชาตญาณต่อสู้, ฟื้นฟูรวดเร็ว, มุมมองพระเจ้า, เซียนกระบี่, ร่างแยกโลหิต, พลังเทพกำเนิด, การหยั่งรู้, ตาเหยี่ยว
  【ความสามารถ】: ปรมาจารย์ผนึกโลหิต, กระบี่ดวงดาว, เทพนักธนู, กระบี่ลมกรด, ก้าวเมฆา, เคล็ดปรุงอาหารเทพ, เคล็ดวาดภาพเทพ
  【ศิษย์】: ฉินเยว่, ลู่ฉางเซิง, ซ่งเสี่ยวเหม่ย

  “พรสวรรค์ของข้าถึงระดับสูงสุดแล้วหรือนี่…ยอดเยี่ยมจริง ๆ”

  หลี่เซวียนมองข้อมูลใหม่ แววตาส่องประกายสดใส ใจพลันรู้สึกว่าความเหน็ดเหนื่อยที่ผ่านมาไม่เสียเปล่า

  ต้องรู้ว่า—
  การยกระดับพรสวรรค์นั้นยากยิ่งยวด แม้ผู้คนมากมายครอบครองสมบัติล้ำค่า นับไม่ถ้วนก็ยังไม่อาจยกระดับได้

  เมื่อพรสวรรค์ไม่เพียงพอ เส้นทางบ่มเพาะก็ติดขัดไม่อาจก้าวไปข้างหน้าได้ บางคนติดค้างอยู่เช่นนี้ยาวนานเป็นสิบ ๆ ปี ยากที่จะฝ่าทะลุ

  แต่ผู้มีพรสวรรค์สูงศักดิ์ ย่อมก้าวกระโดดอย่างหาที่เปรียบมิได้ ไม่เพียงบ่มเพาะได้รวดเร็ว หากแต่ขีดจำกัดของพลังยังสูงล้ำไกลกว่า

  เมื่อครู่หลี่เซวียนยังเพียงพรสวรรค์กลาง แต่บัดนี้กลับก้าวสู่ระดับสูงสุดแล้ว!

  แถมพลังฝึกกายจากชั้นแปดยกระดับขึ้นสู่ชั้นเก้า ส่งผลให้พละกำลังโดยรวมของเขาพุ่งทะยานขึ้นอย่างมหาศาล แม้แต่ร่างแยกโลหิตก็มีกำลังเพิ่มขึ้นตามด้วย

  ความรู้สึกปลื้มปิติเต็มเปี่ยม หัวใจเขาเบิกบานยิ่งนัก

  เขาเงยหน้ามองซ่งเสี่ยวเหม่ย ยิ้มพลางเอ่ยว่า

  “ดีมาก ตั้งแต่นี้ไป เจ้าคือศิษย์คนที่สามของข้า ไปเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปพบพี่สาวศิษย์คนโตของเจ้า”

  “ขอบคุณท่านอาจารย์ เพียงแต่…ข้าเป็นเผ่าแมวโลหิต บัดนี้กำลังถูกเผ่าหนูโลหิตตามล่า ด้วยวิชาติดตามโลหิตของพวกมัน ไม่ช้าก็ต้องตามเจอ ข้าเกรงว่ามีเพียงการหนีเข้าไปในหมื่นภูผาเท่านั้น จึงจะมีทางรอด” ซ่งเสี่ยวเหม่ยกล่าวด้วยความร้อนรน

  “ไม่ต้องห่วง มีข้าอยู่ เจ้าจะปลอดภัยแน่—นั่งลง หลับตา ตั้งสมาธิ”

  หลี่เซวียนยกยิ้มมั่นใจ ล้วงหยกผนึกจำนวนหนึ่งออกมาวางเรียงรอบกายนาง เกิดเป็นลวดลายค่ายกลแปลกพิสดาร

  จากนั้นเขากรีดฝ่ามือตนเอง เลือดสดไหลหยดลงยังยันต์ตัวแรก

  ทันใดนั้น แสงสีโลหิตวาบวับแผ่ซ่านไปตามเส้นยันต์ แต่ละแผ่นหยกค่อย ๆ สว่างขึ้น จนกลายเป็นค่ายผนึกครอบร่างซ่งเสี่ยวเหม่ยไว้

  กลางอากาศพลันปรากฏอักษรใหญ่สีเลือดคำหนึ่ง— “ผนึก”

  “อย่าได้กลัว เปิดใจให้โล่งเถิด” หลี่เซวียนเอ่ยปลอบโยน

  ซ่งเสี่ยวเหม่ยพยายามสงบใจ ปล่อยให้ค่ายผนึกครอบคลุมกาย จนกระทั่งทุกสิ่งค่อย ๆ สงบลง

  “เรียบร้อยแล้ว…เจ้าลองตรวจสอบดูเถิด ว่าสายโลหิตของเจ้าสงบหรือไม่”

  “เจ้าค่ะ อาจารย์”

  ซ่งเสี่ยวเหม่ยหลับตาสำรวจตนเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเบิกตากลมโตร้องเบา ๆ ด้วยความตกตะลึง

  “พลังสายโลหิตที่รั่วไหล…ถูกกดข่มหมดสิ้นแล้ว! แม้แต่ข้าเองก็ไม่อาจตรวจพบกลิ่นโลหิตของตนเองได้อีก!”

  นางตื่นตะลึง ร่างเล็กวิ่งเข้าหาเขา ดวงตาส่องประกายชื่นชม

  “อาจารย์! ข้าไม่ต้องหวาดกลัวการตามล่าอีกแล้ว ขอบคุณท่านยิ่งนัก!”

  นางเห็นแผลที่ฝ่ามือของเขายังมีโลหิตซึมออก พลันน้ำตาคลอเบ้า รู้ว่าท่านอาจารย์ยอมแลกเลือดเพื่อช่วยตน

  “อาจารย์…โปรดหลับตาลงเถิดเจ้าคะ”

  “หืม? ได้สิ”

  หลี่เซวียนแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ยอมหลับตาตามคำ

  ครู่หนึ่ง เขารู้สึกว่าบริเวณบาดแผลมีสัมผัสนุ่มนวลประหลาดแนบเข้ามา อาการเจ็บปวดค่อย ๆ มลายหายไป จนสิ้นเชิง

  หลี่เซวียนอดไม่ได้ลืมตาขึ้นมอง พลันพบสายตาซื่อบริสุทธิ์ของซ่งเสี่ยวเหม่ยที่แดงระเรื่อราวผลทับทิม

  เขาไอเบา ๆ พลางเบือนหน้าหลีก “เอาล่ะ…กลับกันเถอะ”

  “เจ้าค่ะ”

  ซ่งเสี่ยวเหม่ยตอบเสียงแผ่ว ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ แต่ในใจกลับอบอุ่นเต็มเปี่ยม

  “จริงสิ…หูแมวของเจ้าไม่สามารถเก็บซ่อนได้แล้วหรือ?” หลี่เซวียนเอ่ยถามด้วยความสงสัย

  “ทำได้เจ้าค่ะ”

  ซ่งเสี่ยวเหม่ยยิ้มบาง ใบหูแมวขนฟูบนศีรษะค่อย ๆ หดหาย กลายเป็นหูมนุษย์เล็กขาวนวล กลมกลึงงดงาม

  ปลายนิ้วเรียวของนางก็เปลี่ยนกลับจากเล็บคมเป็นเล็บมนงามประณีต

  ภาพนั้นงดงามราวอัญมณีมีชีวิต

  …

  (จบตอน)



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 38 พรสวรรค์ยกระดับอีกครั้ง

ตอนถัดไป