ตอนที่ 11 เสี่ยวเข่ออ้าย
ฉู่เทียนหลินได้ยินซูหลิงเฟยถาม ก็รีบตอบอย่างภาคภูมิใจ “มันฟังภาษาคนรู้เรื่องนะ! ไม่ต้องกลัวหรอก ลองโบกมือเรียกพี่สาวสิ”
สิ้นคำ เจ้าแมวน้อยทำท่าลังเล แต่ก็ยกอุ้งเท้าขึ้นโบกไปมาทางซูหลิงเฟย ใบหน้าที่เหมือนจะน้อยใจปนกับท่าทางน่าเอ็นดูทำให้เธอยิ่งถูกใจเข้าไปใหญ่ เธอถามด้วยรอยยิ้ม “มันชื่ออะไรล่ะ? บอกฉันได้ไหม?”
ฉู่เทียนหลินหัวเราะ “ฉันกำลังคิดหาชื่อให้อยู่พอดีเลย เธอฉลาดนี่นา มีอะไรแนะนำหน่อยไหม?”
ซูหลิงเฟยตาเป็นประกาย “งั้นฉันต้องคิดให้ดีเลย ตอนนี้ก็ใกล้เที่ยงแล้ว กินข้าวด้วยกันไหม?”
ได้ยินแบบนั้น ฉู่เทียนหลินแทบกระโดดตัวลอย “จริงเหรอ! ได้สิ!”
การได้กินข้าวกับดาวโรงเรียนคือความฝันที่เขาไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นจริง ถึงจะเพราะเจ้าแมวก็เถอะ แต่เขาก็ไม่สนหรอก
ซูหลิงเฟยยิ้ม “งั้นฉันขออุ้มมันได้ไหม?”
“แน่นอนสิ ฟังนะ ให้พี่สาวคนสวยอุ้มหน่อยนะ” เขาพูดพลางส่งแมวไปให้
ตอนส่งแมว มือของเขาบังเอิญสัมผัสความนุ่มนวลบริเวณอกของเธอ ทำเอาหัวใจเต้นแรงไม่หยุด ส่วนซูหลิงเฟยกลับเอาใจจดจ่อกับแมว ไม่ทันสังเกตอะไร ทั้งสองเดินเคียงกันออกจากอาคารเรียน มุ่งหน้าไปโรงอาหาร
ระหว่างทาง ซูหลิงเฟยยังพยายามสื่อสารกับแมว และมันก็ตอบสนองอย่างเข้าใจ ทำเอาเธอยิ่งชอบหนักกว่าเดิม
ไม่นาน ทั้งคู่ก็ถึงโรงอาหาร วันนี้นักเรียนปีสามสอบจำลองยึดห้องเรียนทั้งหมด เด็กปีหนึ่งปีสองได้หยุด ทำให้คนในโรงอาหารน้อยกว่าปกติ ทั้งสองเลือกอาหารกันคนละชุด
ซูหลิงเฟยยังสั่งน่องไก่พิเศษมาให้แมวหนึ่งชิ้น เจ้าเหมียวยัดลงท้องทันที แถมอารมณ์ดีขึ้นจนยอมให้เธอกอดเล่นตลอด ซูหลิงเฟยครุ่นคิดหาชื่อ ก่อนยิ้ม “เรียกมันว่า เสี่ยวเข่ออ้าย ดีไหม? ทั้งน่ารัก ทั้งน่าเอ็นดูเลย”
แมวน้อยร้อง “เหมียว!” เหมือนเห็นด้วยทันที ซูหลิงเฟยยิ่งยิ้มกว้าง “เห็นไหม มันชอบชื่อนี้ด้วย!”
ฉู่เทียนหลินหัวเราะ “งั้นก็ตกลง ตั้งชื่อว่าเสี่ยวเข่ออ้าย! …เสี่ยวเข่ออ้าย ยิ้มให้พี่หน่อยสิ!”
เจ้าเหมียวอ้าปากแยกเขี้ยวคล้ายยิ้ม แม้ดูตลกนิด ๆ แต่ก็ทำเอาทุกคนรอบข้างที่เห็นถึงกับอมยิ้ม
บางคนในโรงอาหารลอบถ่ายรูปไว้ทันที เพราะดาวโรงเรียนระดับซูหลิงเฟย ไม่เคยมีข่าวควงหนุ่มคนไหน แต่กลับมานั่งกินข้าวกับฉู่เทียนหลิน งานนี้ในฟอรั่มโรงเรียนได้แตกแน่!
หลังมื้ออาหาร ซูหลิงเฟยยังเล่นกับเสี่ยวเข่ออ้ายอีกพักใหญ่ ก่อนจะแยกย้าย ส่วนฉู่เทียนหลินก็อุ้มเจ้าเหมียวกลับห้องพัก
พอเปิดประตูเข้าห้อง จางเฟิงก็โพล่งเสียงดัง “โห เทียนหลิน นายนี่สุดยอดไปเลย!”
เพื่อนร่วมห้องอีกหลายคนก็ส่งเสียงแซว เขางงเล็กน้อย “อะไรอีกล่ะคราวนี้?”
จางเฟิงยื่นมือถือมาโชว์รูปที่มีคนโพสต์ในฟอรั่ม “นี่ไง หลักฐานชัดเจน นายแอบไปกินข้าวกับซูหลิงเฟย แล้วยังไม่บอกพวกเราอีก แบบนี้ยังเรียกเพื่อนกันอยู่ไหมเนี่ย?”
ฉู่เทียนหลินถึงกับหัวเราะแห้ง ๆ “ข่าวไปเร็วเกินไปแล้วมั้ง …จริง ๆ ก็แค่บังเอิญน่ะ เธอเห็นเสี่ยวเข่ออ้ายแล้วถูกใจ เลยชวนไปกินด้วยกันต่างหาก ฉันเองยังงงอยู่เลย”
เพื่อน ๆ ฟังแล้วก็พยักหน้าหนักแน่น คำอธิบายฟังขึ้น เพราะถ้าไม่ใช่เพราะแมว จะมีเหตุผลอะไรที่ทำให้ดาวโรงเรียนกับเด็กสอบตกมาเจอกันได้?
จางเฟิงถอนหายใจเสียดาย “เฮ้อ นึกว่าจะได้เห็นตำนานหนุ่มท้ายห้องโค่นดาวโรงเรียนเสียอีก สุดท้ายดันเป็นฝีมือแมวน้อยซะงั้น เทียนหลิน นายต้องพยายามให้มากกว่านี้แล้วล่ะ!”
ฉู่เทียนหลินแสร้งทำหน้าขึงขัง “โอเค เดี๋ยวพยายามก็ได้ …ว่าแต่ช่วยดูเสี่ยวเข่ออ้ายให้หน่อย ฉันออกไปข้างนอกแป๊บ”
“เออ ๆ ไปเหอะ ปล่อยให้พวกเราช่วยเลี้ยงเอง!”
เขาจึงเดินออกจากห้อง ตอนนั้นยังไม่ถึงเที่ยง เขามุ่งหน้าไปที่ร้านบุฟเฟต์ใกล้โรงเรียนอีกครั้ง หลังจากสองวันก่อนสะสมค่าร่างกายไปมหาศาล คราวนี้เขากะมาต่อยอดเพิ่มอีก แม้จริง ๆ แล้วควรไปกินร้านไกล ๆ จะปลอดภัยกว่า แต่ช่วงบ่ายยังมีสอบ กลัวกลับมาไม่ทันรถติด จึงเลือกใกล้ ๆ แทน
ความจริงการมาบ่อย ๆ ก็ไม่ค่อยเสี่ยงอย่างที่คิด เพราะร้านบุฟเฟต์ไม่ได้ติดกล้อง แถมลูกค้าแน่นทุกวัน พนักงานคอยเก็บจานจนไม่มีใครรู้ว่าเขากินไปกี่รอบ ต่อให้กินเท่าคนยี่สิบคนก็ยังกลืนหายไปกับฝูงชนได้อยู่ดี
(จบตอน)