ตอนที่ 15 ของดี

  เวลานั้น เว่ยเฉิงยังไม่รู้สึกสิ่งใดผิดปกติ การที่เข้าป่าเก็บยาสมุนไพรแล้วหายหน้าไปสิบวันครึ่งเดือนนั้น นับว่าเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว

  ตัวเขาเองก็เป็นเช่นนั้น นี่ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่คู่หมั้นทนเขาไม่ได้ หากแต่เจ้าตัวกลับไม่เคยตระหนักรู้

  ยามบ่าย เฉิงโถวพาคนกว่าสิบชีวิตลงจากเขาไป ไม่นานนักราวหนึ่งชั่วยามก็กลับมา คราวนี้ทำเอาทั้งหมู่บ้านตื่นตระหนก เพราะพวกเขาล่าสัตว์ใหญ่มหึมามาได้

  เว่ยเฉิงเคยเจอหมูป่ามาก่อน ครั้งหนึ่งเคยเก็บยาในป่าแล้วถูกหมูป่าไล่ตามมาช่วงหนึ่ง ครานั้นเกือบเอาชีวิตไม่รอด จึงฝังใจกลัวหมูป่าอยู่บ้าง

  หมูป่าที่แท้มักหัวโตตัวเล็ก คราวนี้ที่เฉิงโถวกับพวกจับมาได้ก็ใช่เช่นนั้น

  งายาวโค้งแหลมคมทั้งคู่ทำให้ผู้คนอกสั่นขวัญผวา ขนแข็งรอบจมูกแข็งราวเข็มทิ่มแทง เวลามันดิ้นบนพื้น แค่ดันหัวขึ้นทีเดียวก็ทิ้งรอยครูดไว้ยาวประหนึ่งหวีขูดผ่าน

  เฉิงโถวกำลังคุยอวดกับห่าวต้าต้าเตา พอเห็นเว่ยเฉิงมาถึงก็หัวเราะร่า “คุณชายดูสิ เจ้าหมูดำตัวนี้ใหญ่ไม่เบา พวกข้าไปถึงเนินหัววัวพอดีเจอมันแยกฝูง ข้าพุ่งธนูทีเดียวทะลุขาหลังมันเลย”

  เว่ยเฉิงเพิ่งสังเกตเห็นว่าขาหลังขวาของมันยังคงไหลเลือด กล้ามเนื้อแข็งแรงยังหดกระตุกเป็นระยะ

  “เอ๊ะ แปลกนัก เหตุใดเจ้าหมูดำตัวนี้ดูซูบไป?” ห่าวต้าต้าเตาพึมพำขึ้น “ตอนแรกเห็นท้องป่องโต น่าจะไม่ต่ำกว่าห้าร้อยชั่ง ไฉนพริบตาเดียวกลับผอมลงนัก”

  เฉิงโถวหน้าแดง “คงเพราะออกลูกไปแล้วเลยผอมลงกระมัง”

  ชาวบ้านวัยชราหลายคนก็ขมวดคิ้ว “ไม่ใช่ ไม่ใช่ ตัวเท่านี้กลับซูบเช่นนี้ผิดธรรมชาติ กระนั้นเองจึงถูกเจ้าจับได้”

  เฉิงโถวรีบเถียง หน้าตึงขึ้นมา สหายพรานที่มาด้วยต่างปิดปากหัวเราะ คนหนึ่งอธิบายว่า “เจ้าตัวนี้คงป่วย พวกเราพบมันกำลังกลิ้งเกลือกอยู่ริมลำธาร ร้องครวญครางด้วยความเจ็บ ไม่อย่างนั้นคงหาไม่เจอหรอก”

  ห่าวต้าต้าเตาหันมามองเฉิงโถวแววตาคม “ว่าละมิผิด พวกเจ้ากลับเร็วนักก็เพราะเหตุนี้”

  เฉิงโถวเกาหัวพลางแก้ตัว “อย่างไรก็เถอะ แต่ข้าก็เป็นคนยิงธนูทะลุขามัน หากไม่เช่นนั้นมันหนีไปนานแล้ว”

  เว่ยเฉิงฟังการสนทนาพลางเพ่งพินิจหมูป่า ความคิดบังเกิดในใจทันที

  “ท่านลุงต้าต้าเตา เร็วสิ ลองให้คนผ่าเปิดท้องมันดู” เขาเอ่ยขึ้นมา

  ห่าวต้าต้าเตางุนงง คิดว่าเว่ยเฉิงอยากกินเนื้อหมูป่า จึงสั่งให้คนก่อไฟต้มน้ำร้อน ตนเองก็หยิบมีดโค้งคมมือลงไปสั่งการให้ตรึงแขนขาหมูไว้

  เมื่อควักไส้ออกมา เว่ยเฉิงก็แลเห็นก้อนขนก้อนหนึ่งทันที

  ห่าวต้าต้าเตานึกว่าเป็นก้อนอุจจาระ รีบทำท่าจะโยนทิ้ง ทว่าเว่ยเฉิงตาไวคว้ากลับมาไว้ในมือ ใจพลันเต้นระรัว

  สิ่งนี้คือ “จูเป่า” ก้อนนิ่วหายากในหมูป่าหรือสุกร เกิดขึ้นยามแม่หมูผสมไข่ไม่สำเร็จ อุดตันท่อจนรวมตัวกันเป็นก้อนแข็ง

  แม้ดูสกปรก แต่กลับเป็นยาล้ำค่า มีสรรพคุณแก้ร้อน ถอนพิษ บำรุงหัวใจ ทำให้นอนหลับง่าย แก้ใจสั่นได้ดีนัก

  จากการศึกษาสมัยใหม่พบว่า จูเป่ามีสารบิลิรูบินสูงกว่าสิบเปอร์เซ็นต์ คุณค่าทางยาสูงยิ่ง อีกทั้งความหายากยิ่งทำให้ราคาสูงลิบในตลาดโลก ถึงกับเคยแพงกว่าทองคำ

  ชาวบ้านผู้เฒ่าหลายคนบอกว่า หมูที่มีก้อนจูเป่า มักเดินกะเผลก กินอาหารน้อย ผอมโทรม ตาแดง จึงร้องครวญครางอยู่เสมอ

  ตำราโบราณยุคราชวงศ์ถังยังเคยบันทึกไว้ เรียกว่า “หมูป่าเหลือง” ว่าเป็นนิ่วในถุงน้ำดีสุกร ใช้เป็นยาปลอดพิษได้แท้จริง

  ถูกต้องแล้ว สิ่งที่เว่ยเฉิงถืออยู่นั้นคือจูเป่าของแท้แน่นอน

  “คุณชาย ของสิ่งนี้คืออันใด กลิ่นเหม็นคลุ้งเสียจริง” เฉิงโถวเอ่ยถามอย่างอยากรู้อยากเห็น

  เว่ยเฉิงไม่อาจอธิบายลึกได้ จึงเพียงกล่าวว่า “นี่คือสมุนไพรหายากยิ่ง ต่อให้ฆ่าหมูป่าเป็นร้อยตัวก็หาไม่เจอแม้ก้อนเดียว วันนี้โชคเข้าข้างพวกเจ้าแล้ว”

  เฉิงโถวเบิกตากว้าง “เจ้าก้อนเหม็นนี่ก็เป็นยาได้ด้วยหรือ?”

  เว่ยเฉิงยิ้มพลางอธิบายสรรพคุณคร่าว ๆ จากนั้นก็เก็บจูเป่าไว้ด้วยตนเอง ตั้งใจจะเอาไปฝังเก็บในเถ้าหญ้าเพื่อรักษาไว้ เพราะวิธีที่ดีที่สุดคือใช้ปูนขาว แต่ในยามนี้มีเพียงเท่านี้

  เขาตัดสินใจแน่วแน่ คืนนี้จะกลับสู่ยุคปัจจุบันสักครั้ง ทั้งเพื่อเก็บสมุนไพรที่ตากแห้งไว้แล้ว และยังต้องทำโอสถบำรุงตับกับครีมบำรุงที่สัญญากับลุงโจวไว้ ส่งไปให้โดยด่วน

  ยิ่งไปกว่านั้น วันนี้ยังได้จูเป่ามาอีกชิ้น จึงต้องหาทางเก็บรักษาให้ดี สภาพบ้านป่าที่นี่มิอาจเทียบได้

  ถึงมื้อค่ำ เว่ยเฉิงได้รับแบ่งเนื้อหมูป่าขาหน้าใหญ่โต เขาให้ห่าวเหนียงนึ่งหมั่วโถวหม้อโต พร้อมต้มซุปเกี๊ยวแป้งก้อนใหญ่สองอ่าง เติมผักป่าและต้นหอมป่า กลิ่นหอมฉุยทั่วลาน

  เว่ยเฉิงนั่งสอนห่าวเหนียงย่างหมูบนแผ่นเหล็ก เฉิงโถวก็พาพวกพรานแวะมา แต่ละคนถือถ้วยใหญ่ถ้วยเล็ก ถ้วยใหญ่ไว้กินข้าว ถ้วยเล็กไว้ดื่มเหล้า

  เว่ยเฉิงยกไหสุราออกมาตั้ง ละให้เสี่ยวเอ๋อตักรินแจก ส่วนห่าวเหนียงก็ช่วยแจกซุปให้ชายฉกรรจ์ทั้งหลาย

  พลันเสียงหัวเราะดังแทรกขึ้นมา เว่ยเฉิงเงยตามอง เห็นอาหนิงถือถ้วยเล็กแอบยืนต่อคิว มืออีกข้างยังแอบหยิบหมั่วโถวชิ้นร้อนยัดปากแก้มตุ่ยไม่กลัวลวก

  เสี่ยวเอ๋อถึงกับหัวเราะขื่น มองเว่ยเฉิงราวขอคำอนุญาต—จะให้เด็กดื่มสุราด้วยหรือไม่?

  เว่ยเฉิงเองก็จนใจนัก ช่วงนี้เขาเห็นฤทธิ์สุราของอาหนิงแล้ว จึงได้แต่ถอนใจยอมให้ตักให้หนึ่งถ้วย

  “แต่ดื่มได้เพียงถ้วยเดียว พอดื่มเสร็จเจ้าต้องรีบมากินซุปเกี๊ยวก้อนต่อ” เว่ยเฉิงกำชับเสียงเข้ม

  อาหนิงพยักหน้ารับ แต่ในหัวเล็ก ๆ นั้นกลับครุ่นคิดหาหนทางจะได้ถ้วยที่สองอยู่แล้ว

  เว่ยเฉิงเห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ปลง เขาหยิบใบผักกาดหอม วางหมูย่างชิ้นหนึ่งลงไป ราดด้วยกระเทียมบด แล้วงับเข้าปากรสหวานมันปนหอมพอดี

  ชายฉกรรจ์ที่ยืนรอต่างกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ ลังเลอยู่ว่าจะกินข้าวหรือจะรีบมาชิมหมูก่อนดี

  ขณะนั้นเอง จากเชิงเขา ห่าวต้าต้าเตาเดินขึ้นมาพร้อมลูกชายที่เพิ่งหายป่วย ทั้งสองหิ้วของกำนัลขึ้นมา เว่ยเฉิงเพียงเหลือบตาไปเห็นเท่านั้น ก็รู้สึกว่าหมูคำโตในปากชืดจืดลงทันที

  “ของดีอีกอย่างแล้วกระมัง…”

  (จบตอน)



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 15 ของดี

ตอนถัดไป