ตอนที่ 16 การจัดซื้อ
“โอ้โห เริ่มดื่มกันแล้วรึ ข้ารู้ว่าพวกเจ้าจะตั้งวงคืนนี้ เลยเอาของดีมาส่งให้ถึงที่”
ห่าวต้าต้าเตายกของในมือขึ้นโชว์ ด้านหลังยังมีห่าวเจี๋ยถือของตามมาด้วย เขาก้มคำนับเว่ยเฉิงอย่างนอบน้อม
“ในเมื่อตั้งวงดื่มแล้ว ก็รีบกินของพวกนี้ด้วยเถิด” ห่าวต้าต้าเตากล่าวพลางก้าวเข้ามาใกล้
เว่ยเฉิงมองสิ่งของในมือเขา พลันรู้สึกคอแห้งผาก
โอ้พระเจ้า! เขากำลังถือเขากวางแห้งตั้งเจ็ดแปดกิ่ง แต่ละกิ่งล้วนเป็นกวางโตที่มีสี่ห้ากิ่งแยก
เฉิงโถวกับพวกเห็นดังนั้นก็ไม่ใส่ใจนัก เอ่ยขึ้นว่า “เขากวางแห้งนั่นมีอะไรน่ากินล่ะ เจ้าดูสิ เนื้อหมูก้อนเบ้อเริ่มนี่ มันเยิ้มๆ หอมชวนลิ้มลองเพียงใด กัดไปคำเดียวกลิ่นก็หอมคลุ้งไปทั่วปาก เขากวางแข็งๆเทียบไม่ติดหรอก”
ห่าวต้าต้าเตาได้ยินก็ถลึงตาใส่ “เจ้านี่กินสิ้นเปลือง! เนื้อสัตว์มิใช่ของให้กินฟุ่มเฟือยเช่นนั้น รู้หรือไม่ คำเดียวก็อยู่ท้องได้สามวัน”
ห่าวเจี๋ยจึงรีบอธิบาย “พี่เฉิงโถว ท่านอาจารย์จ้งจิ่งบอกไว้ว่า เขากวางต้องอาศัยสุรากระตุ้นฤทธิ์ยา คืนนี้พวกท่านได้ตั้งวง สุรามีครบ ข้าพ่อจึงให้ข้าเอามาส่ง พวกท่านอย่างน้อยก็ควรกินบ้าง เขากวางนี้บำรุงร่างกายยิ่งนัก”
เฉิงโถวหันมองหมูสามชั้นย่างมันฉ่ำในมือ ก่อนเหลือบไปมองเขากวางแห้ง สุดท้ายส่ายหัวหัวเราะ “ไม่กินหรอกนะ จะบำรุงแค่ไหนก็ให้เจ้ากินเองเถิด ข้ากินเนื้ออิ่มกว่า ฮ่า ๆ ๆ”
เหล่าพรานรอบวงต่างพากันบอกว่าไม่กิน พวกเขาหันไปเลือกหมูย่างที่มันหยดติ๋ง ๆ น่ากินกว่ามาก
ห่าวต้าต้าเตาได้แต่ถอนใจ มองเขากวางในมือ แล้วเหลือบไปที่เนื้อหมูในมือเฉิงโถว แม้แต่เขาเองก็อดคิดไม่ได้ว่าเขากวางนั้นไม่น่ากินเท่าเนื้อจริง ๆ
แท้จริง หากไม่ใช่เพราะจางจ้งจิ่งกำชับไม่ให้ทิ้งเขากวาง เขาเองก็ไม่สนใจนัก ที่ผ่านมาเขามักเอาไปทำเป็นมีดหรือหัวลูกศรเสียมากกว่า
เว่ยเฉิงที่นั่งฟังอยู่พลันเอ่ยขึ้น “ในเมื่อพวกเจ้าไม่กิน เช่นนั้นก็ยกให้ข้าเถิด เดี๋ยวข้าจะเอาไปหมักสุรา ทำเป็นยา ทุกคนจะได้ดื่มคนละชาม รับรองว่าได้แล้วจะอยากดื่มอีก”
“เขากวางเอาไปทำสุราได้ด้วยหรือ?” ห่าวต้าต้าเตาถามขึ้นอย่างแปลกใจ
เว่ยเฉิงส่ายหน้า “มิใช่ทำสุรา แต่คือการนำไปแช่ในสุรา สุราที่แช่เขากวางแล้วนั้น มีสรรพคุณมาก เป็นยาอันล้ำค่า” เขาพูดไปก็หันไปเห็นห่าวเหนียงกับเสี่ยวเอ๋อมองมาด้วยความสนใจ จึงรีบเสริมว่า “มีสรรพคุณบำรุงร่างกายนัก”
เฉิงโถวรีบเสริม “เช่นนี้ก็ดีสิ ดื่มสุราย่อมง่ายกว่ากัดเขากวาง”
ห่าวต้าต้าเตายังครุ่นคิด แต่ท้ายที่สุดก็พยักหน้า “เช่นนั้นก็ยกให้คุณชายเถิด”
เว่ยเฉิงได้ยินก็พลันยิ้มกว้าง รีบรับเขากวางมา “ท่านอาต้าเตา เจ้าหนุ่มเจี๋ย เอาเถิด มาถึงแล้วก็มานั่งร่วมวงกันหน่อย …เสี่ยวเอ๋อ รีบไปรินสุราให้อาต้าเตา”
ห่าวต้าต้าเตายิ้มแหยพลางนั่งลงข้างเฉิงโถว แม้ปากบ่นเกรงใจ แต่ร่างกลับนั่งลงเสียเรียบร้อย ส่วนห่าวเจี๋ยนั้นเพียงยืนอยู่ด้านหลัง เหลือบมองเนื้อหมูบนก้อนหินแล้วกลืนน้ำลาย
ห่าวเหนียงเห็นพ่อและน้องชายมาก็รีบหยิบหมั่วโถวร้อน ๆ สองก้อนยื่นให้ ส่วนเสี่ยวเอ๋อก็ตักสุราสองชามส่งไป ทั้งคู่รับไว้โดยมิได้เกรงใจนัก ก่อนยกซดรวดเดียวหมดเกลี้ยง
“อาา…สุดยอด!” ห่าวต้าต้าเตาเป่าลมออกมาด้วยความสะใจ
ห่าวเจี๋ยก็มีสีหน้าอิ่มเอม แก้มแดงระเรื่อ ริมฝีปากซีดเซียวกลับเปล่งสีเลือด เหลือบตาไปยังถังสุราที่เสี่ยวเอ๋อกำลังตักด้วยแววกระหาย
สุราหมุนวนอยู่หลายรอบแล้ว ห่าวเจี๋ยพลันลุกขึ้นขับร้องบทกวีโบราณ เสียงสดใสกังวาน
เมื่อมีคนเริ่ม คนอื่น ๆ ก็พากันร้องคลอตาม บ้างยังลุกขึ้นร่ายรำ ท่าทางโกลาหลประหนึ่งปีศาจเริงระบำ แต่บนใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขใสบริสุทธิ์
เว่ยเฉิงเองก็พลอยฮึกเหิม ร้องตามไปหลายท่อน ห่าวเหนียงกับเสี่ยวเอ๋อหัวเราะยิ้ม พากันหยิบหมั่วโถวฉีกใส่เนื้อหมูย่างแล้วกินอย่างเอร็ดอร่อย
ขณะนั้น อาหนิงแอบย่องไปที่ไหสุรา ใช้กระบวยไม้ไผ่ตักดื่มเองหนึ่งชาม ซดรวดเดียวหมด แล้วยังจะตักต่ออีก แต่กลับถูกเว่ยเฉิงคว้าหูไว้ บิดเบา ๆ ก่อนเคาะหน้าผากนางหนึ่งทีเป็นการลงโทษ
หญิงน้อยหน้ามุ่ยทันควัน เพราะมัวแต่ดื่มสุรา จนลืมกินซุปแป้งก้อนที่ต้มไว้เสียสิ้น
ยามนั้น เหล่าพรานทั้งหลายร้องรำสนุกสนานกันเต็มที่ รอยยิ้มสดใสฉายบนทุกใบหน้า
แต่ความสุขย่อมผ่านไปไว จันทร์เต็มดวงโผล่กลางฟ้า ห่าวต้าต้าเตาจึงไล่ทุกคนกลับบ้านพักผ่อน
เว่ยเฉิงเองเพียงดื่มไม่มากนัก สุรานี้รสเปรี้ยวฝาดคล้ายเหล้าผลไม้หมักยังไม่สุก ดื่มแล้วมิได้ชวนลิ้ม จึงได้แต่หาวยาว ๆ
เมื่อส่งแขกเสร็จ เขาก็สั่งกำชับห่าวเหนียงดูแลอาหนิงให้ดี ก่อนตนจะหอบก้อนจูเป่ากับเขากวาง กลับเข้ากระท่อม
เพียงพริบตาเดียว ร่างเขาก็หายวับ
ลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขากลับมายังบ้านในยุคปัจจุบันแล้ว
เฟอร์นิเจอร์ในบ้านยังคงเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย
บนหน้าจอมือถือที่เสียบชาร์จไว้ แสดงเวลาผ่านไปห้าวัน เท่ากับที่เขาอยู่ในโลกสามก๊กพอดี แสดงว่าเวลาสองโลกไหลไปพร้อมๆกัน
หน้าจอโทรศัพท์ยังปรากฏสายที่ไม่ได้รับหลายสาย และข้อความวีแชทนับสิบ
เว่ยเฉิงกวาดตาดู ก็ล้วนมาจากอดีตคนรัก มีแต่ถ้อยคำบ่นต่อว่าทำไมไม่รับสาย เขาเพียงเปิดดูสองสามข้อความ ก่อนปิดหน้าจอทิ้ง ไม่คิดที่จะตอบ—ในเมื่อเลิกกันแล้ว ยังจะมาอะไรอีก
เขานำก้อนจูเป่าและเขากวางไปวางไว้ มุ่งหน้าเข้าห้องน้ำ อาบน้ำร้อนจนสบายตัว
กวาดตามองเวลา—สามทุ่มครึ่ง ร้านซูเปอร์ตรงหน้าหมู่บ้านยังไม่ปิดแน่
เว่ยเฉิงจึงเปลี่ยนเป็นชุดลำลอง มวยผมเก็บไว้ใต้หมวกตกปลา ตั้งใจจะออกไปจับจ่ายซื้อของ
ของที่คิดไว้คราวนี้ นอกจากเครื่องปรุงในครัวแล้ว ยังมีของใช้จำเป็น เช่น กระดาษชำระ สบู่ และอีกหลายอย่าง
แต่ที่ห้ามลืมเด็ดขาดก็คือเหล้าที่ขายเป็นถัง
เมื่อมาถึงหน้าร้าน เห็นว่าโชคดี ร้านยังไม่ปิด เจ้าของร้านคือเพื่อนเก่าของพ่อ เว่ยเฉิงต้องเรียกเขาว่าอา
ทว่าวันนี้คนเฝ้าร้านกลับเป็นลูกสาวของเขา เด็กสาวที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย ยังหางานไม่ได้ เว่ยเฉิงเคยเจอไม่กี่ครั้ง
พอเห็นเว่ยเฉิง หญิงสาวยิ้มทักทายตามมารยาท สนทนาสั้น ๆ ก่อนถามว่าเขาต้องการซื้ออะไร
เว่ยเฉิงชี้ไปยังรถสามล้อพ่วงหน้าร้าน “ของที่ซื้อทั้งหมด ฝากช่วยเอาไปส่งที่บ้านให้หน่อยได้ไหม?”
หญิงสาวถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า “ได้สิ ระยะไม่ไกลอยู่แล้ว นายจะซื้อข้าวสารเหรอ?”
เว่ยเฉิงส่ายหน้า พลางชี้ไปที่ถังเหล้าสีแดงที่เรียงราย “เหล้าพวกนี้ ฉันซื้อทั้งหมด เธอช่วยขนกลับบ้านให้ก็พอ แต่ถ้าไม่ลำบาก เดี๋ยวฉันเอาไปเองแล้วจะคืนรถให้ทีหลัง”
“ไม่ลำบากหรอก” หญิงสาวอ้าปากค้างด้วยความตะลึง ก่อนอดถามไม่ได้ “นายซื้อเหล้าตั้งเยอะไปทำไมกัน”
เว่ยเฉิงไม่ปิดบัง “ฉันตั้งใจจะเอาไปหมักยา เหล้าเท่านี้ยังไม่พอด้วยซ้ำ หากเป็นได้ ช่วยบอกพ่อของเธอด้วย ว่าขอให้เก็บเหล้าแรง ๆ อีกสิบถังไว้ให้หน่อย แล้วส่งมาที่บ้าน เดี๋ยวฉันจะจ่ายเงินล่วงหน้าไว้ให้”
เขากล่าวพลางเดินไปกวาดเครื่องปรุงเครื่องเทศบนชั้นเก็บของใส่ตะกร้า จนเต็มถึงสามใบ
หญิงสาวได้แต่ยืนงง ใช้เครื่องยิงบาร์โค้ดค่อย ๆ คำนวณราคา กว่าครึ่งชั่วโมงยอดรวมกว่าแปดพันหยวน เทียบเท่ารายรับหนึ่งวันเต็ม ๆ ของร้าน
เว่ยเฉิงยังหยิบเครื่องดื่มผลไม้มาอีกตะกร้า ทั้งน้ำมะพร้าว น้ำส้ม น้ำแอปเปิล พลางบอกเบา ๆ ว่า “รวมเข้าไปด้วย”
แท้จริงเขาเพียงอยากให้เด็กหญิงอาหนิงเลิกดื่มเหล้า น้ำผลไม้พวกนี้แม้มิใช่ของดีนัก แต่ก็ยังดีกว่าให้เด็กดื่มเหล้า เว่ยเฉิงมั่นใจว่าหล่อนต้องชอบเป็นแน่
(จบตอน)