ตอนที่ 32 กลับมาแล้ว

  รุ่งเช้าอีกวันหนึ่งเริ่มต้นขึ้น

  เว่ยเฉิงตื่นขึ้นมา ก็ได้ยินเสียงอาหนิงยืนพูดคุยเจื้อยแจ้วอยู่หน้าประตู

  พักนี้ เด็กหญิงถูกไซ่เหยียนดึงไปสอนหนังสือทุกวัน ต้องท่องกลอนสั้น ๆ อย่างบท “สามอักษร” ที่พูดถึงการหว่านไถในฤดูใบไม้ผลิ เก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งแพร่หลายในหมู่บ้าน

  ไซ่เหยียนเป็นบุตรีตระกูลนักปราชญ์ ตั้งแต่เล็กอ่านบทความมานับหมื่นบท ความจำเลิศยิ่งจนเว่ยเฉิงล้อว่านางคือ “หอสมุดมีชีวิต”

  ก่อนออกจากเรือน เว่ยเฉิงยังใช้มีดกรีดฝากระดานไว้หนึ่งรอย เพื่อเตือนตน—คืนวันเสาร์ต้องไปงานเลี้ยงวันเกิดท่านปู่สกุลฟางให้ได้ สกุลฟางช่วยงานศพพ่อแม่เขามาไม่น้อย เขาจึงตั้งใจทำยาสูตรพิเศษมอบเป็นของขวัญอวยพร

  โชคดีที่ ยาที่ขาดมีอยู่ในหุบเขา ขาดเพียงเวลาลงมือปรุงให้เสร็จทันพอดี

  …

  อาหนิงพุ่งเข้ามาโวยวาย “พี่เว่ย วันนี้ข้าอยากไปเล่นกับเพื่อนๆหมู่บ้าน จะไปจับลูกกบไฟ เอามาย่างกินอร่อยนัก!”

  เว่ยเฉิงเหลือบมองไซ่เหยียน เห็นนางถอนหายใจ หนักใจนัก ไม่รู้จะสอนอย่างไรดี

  เขาจึงยิ้มบอก “จะไปก็ได้ แต่ต้องท่องจำอักษรที่พี่สาวสอนไว้ให้หมดเสียก่อน ข้าถึงจะให้รางวัล”

  พูดพลางแกว่งห่อผ้าในมือ อาหนิงรีบกระโจนมากอด ดมกลิ่นแล้วตาโต “หอมจัง! นี่มันดอกไม้… ดอกน่ายใช่ไหม?”

  เว่ยเฉิงตอบ “ไม่ใช่ดอกน่าย—นั่นเป็นเพียงชื่อเรียกโบราณ นี่คือ ‘ดอกมะลิ’ จำไว้ให้ดี อย่าเรียกผิดอีก”

  แท้จริง เขาเพิ่งหยิบ “ชามะลิ” จากบ้านตัวเองมาเมื่อคืน เห็นว่าไม่มีแขกจะมาอยู่แล้วจึงขนติดมาด้วย เทใส่ผ้าขาวแทนกล่องบรรจุหรูหรา เพื่อไม่ให้สะดุดตา

  ไซ่เหยียนเองก็ยื่นหน้ามาดมอย่างตื่นเต้น “นี่คือดอก…มะลิแห้งหรือ?”

  เว่ยเฉิงหัวเราะ “ใช่—ชามะลิ ราดน้ำร้อนก็ชงดื่มได้ หอมหวานสดชื่น ดื่มมาก ๆ เหงื่อยังหอมกลิ่นดอกไม้ด้วย สาว ๆ ต้องชอบแน่”

  อาหนิงตาลุกวาว ส่วนไซ่เหยียนยิ่งยินดี เว่ยเฉิงจึงต้มให้ชิมทันที แม้ไม่มีน้ำผึ้ง แต่ใส่น้ำตาลกรวดแทนก็พอขับรสให้ละมุนจนทั้งสองสาวชื่นชม

  “หอมอร่อย!” อาหนิงดื่มอึกใหญ่ จนท้องพองโตเหมือนกลอง

  ไซ่เหยียนก็รื่นรมย์ นางเองมีชุดชาโบราณ ทั้งหม้อดิน กาน้ำชา จึงลองชงเองด้วย กลับติดใจรสชาติ เว่ยเฉิงจึงสั่งไว้ “อย่าเติมน้ำมันงาเด็ดขาด!”

  ตั้งแต่นั้น นางก็รักชามะลิรสนี้เข้าเต็มหัวใจ

  …

  ช่วงสาย เว่ยเฉิงไปดูงานที่เนินเขา ตรงลานขุดดินเหลือง

  เขาจัดให้สตรีปั้นก้อนดิน เพิ่มเส้นใยหญ้าเพื่อให้เหนียวทนทาน ราวกับเคล็ดลับจาก “ชาวออสซี่ในคลิป” ที่เขาเคยดู

  กว่าครึ่งวัน ก็ได้ก้อนดินดิบกว่าสองพันก้อน วางเรียงรอแห้งเพื่อเผาเป็นอิฐแดง ชั่วคราวยังไม่ถึงขั้นอิฐฟ้าทนทาน—ไว้คราวหลังจึงค่อยทำ

  พอเย็นใกล้ตะวันตก เสียงโห่ร้องก็ดังจากแท่นยก—เฉิงโถวกับห่าวเจี๋ยกลับมาแล้ว!

  ทั้งคู่มาพร้อมคนตระกูลเว่ยยี่สิบกว่าชีวิต ลากเกวียนเต็มด้วยเสบียงและเสื้อผ้า

  เฉิงโถวส่งจดหมายให้เขาฉบับหนึ่ง “คุณชาย นี่คือจดหมายจากพ่อท่าน เขาสั่งให้บอกว่า ที่เรือนสบายดี มิต้องกังวล”

  เว่ยเฉิงรับมาซ่อนไว้ อบอุ่นใจนัก

  เฉิงโถวเล่าต่อ “รอบนี้โชคดีได้ท่านสามช่วยคุย แลกถ้วยหยกผลึกสิบใบจนได้ข้าวสารผ้าแพรล้นเกวียน เจ้าพวกตระกูลใหญ่ถูกปั่นหัวกันหมด ฮ่า ๆ ๆ”

  เว่ยเฉิงเหลือบมองเกวียน—เสบียงผ้าพัสตราแน่นเอี้ยด ลมหนาวครั้งนี้ ชาวบ้านไม่ต้องหิวไม่ต้องหนาวอีกแล้ว

  ห่าวเจี๋ยเองก็มองเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา


  ทันใดนั้น คนคุมเสบียงตระกูลเว่ยก็นำกล่องไม้มอบต่อหน้า ก้มคำนับ “ท่านรอง นี่คือของที่ท่านกำชับไว้ ท่านสามเลือกของพิเศษที่คัดมาอย่างดี ส่วนที่เหลือบรรจุไว้เต็มหีบแล้ว”

  เว่ยเฉิงเปิดออก เห็นของภายใน—ใบหน้าเขาพลันเปลี่ยนสี สูดลมหายใจหนาววาบในอก

  (จบตอน)

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 32 กลับมาแล้ว

ตอนถัดไป