วาจาคมกว่ากระบี่

บรรยากาศภายในกระท่อมไม้ผุพังเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจที่ติดขัดของใครบางคน

มือผอมแห้งที่เคยดูไร้เรี่ยวแรงของหลินอี้ บัดนี้กลับแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กกล้าที่บีบกำปั้นของจ้าวกังเอาไว้แน่น จ้าวกังพยายามกระชากมือกลับสุดแรงเกิด ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความตกใจผสมปนเปกับความเจ็บปวด ทว่ามือของหลินอี้กลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่นิลเดียว ราวกับรากไม้โบราณที่หยั่งลึกมั่นคง

"จะ... เจ้า! ปล่อยข้านะเว้ย!"

จ้าวกังตะโกนลั่น เหงื่อเม็ดโป้งเริ่มผุดขึ้นตามไรผม

หลินอี้เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากยกยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์

"ปล่อย? เมื่อกี้ท่านยังบอกจะหักขาข้าอยู่เลยไม่ใช่หรือ ศิษย์พี่จ้าวกังผู้ยิ่งใหญ่... ไหงตอนนี้กลับทำเสียงเหมือนลูกสุนัขโดนเหยียบหางไปได้ล่ะ?"

[ติ๊ง! ได้รับแต้มความเกรียน 20 แต้ม จากจ้าวกัง]

"ไอ้ขยะ! พวกแกมัวยืนบื้ออะไรอยู่! เข้ามาจัดการมันสิวะ!"

จ้าวกังหันไปตวาดใส่ลูกสมุน 2 คนที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ด้านหลัง

ลูกสมุนทั้งสองสะดุ้งเฮือก ก่อนจะตั้งสติได้ พวกเขาชักมีดสั้นราคาถูกออกมาจากเอว แววตาเปลี่ยนเป็นดุร้าย

"อย่าได้ใจไปนักนะไอ้หลินอี้! ปล่อยลูกพี่จ้าวเดี๋ยวนี้!"

หนึ่งในนั้นพุ่งตัวเข้ามาพร้อมง้างมีดแทงเข้าที่สีข้างของหลินอี้ อีกคนอ้อมไปด้านหลังหมายจะล็อกคอ เป็นยุทธวิธีรุมกินโต๊ะที่พวกมันใช้รังแกศิษย์ใหม่มานักต่อนัก

ถ้าเป็นหลินอี้คนเก่า คงเข่าอ่อนทรุดลงไปร้องขอชีวิตแล้ว แต่หลินอี้คนนี้... กำลังมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่เหมือนกำลังดูละครลิง

ผลจากยาชำระไขกระดูกไม่ได้เพียงแค่เพิ่มพละกำลัง แต่มันยังขยายประสาทสัมผัสของเขาให้เฉียบคมขึ้น การเคลื่อนไหวที่ดูรวดเร็วของลูกสมุน ในสายตาของหลินอี้ตอนนี้ มันเชื่องช้าราวกับภาพสโลว์โมชั่น

"เฮ้อ... น่าเบื่อจริงๆ"

หลินอี้ถอนหายใจ สะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว เหวี่ยงร่างของจ้าวกังที่ยังติดอยู่ในมือไปกระแทกใส่ลูกสมุนคนที่กำลังจะเข้ามาล็อกคอ

โครม!

"โอ๊ย!"

เสียงร้องโอดโอยดังประสานกัน ร่างของจ้าวกังและลูกสมุนกระเด็นไปกองรวมกันที่มุมห้อง แต่ลูกสมุนอีกคนที่ถือมีดพุ่งเข้ามาถึงตัวแล้ว

"ตายซะ!"

คมมีดพุ่งตรงมาที่เอว หลินอี้เพียงแค่เอี้ยวตัวหลบเล็กน้อยด้วยสัญชาตญาณ มีดเฉียดเสื้อผ้าเนื้อหยาบของเขาไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด

"ท่านี่มันอะไรเนี่ย?"

หลินอี้พูดขึ้นขณะหลบหลีก

"ง้างมีดกว้างขนาดนั้น กลัวแมลงวันแถวนี้ไม่รู้เหรอว่าจะแทง? ช่องโหว่เยอะขนาดที่เอาช้างทั้งตัวยัดเข้าไปได้เลยนะนั่น"

[ติ๊ง! วิจารณ์ตรงจุด! ได้รับแต้มความเกรียน 15 แต้ม]

ลูกสมุนคนนั้นหน้าแดงด้วยความอับอายและโกรธจัด ตวาดลั่น

"หุบปาก!"

แล้วฟันมั่วซั่วไม่เป็นกระบวนท่า

หลินอี้ขยับเท้าถอยหลังเป็นจังหวะ ราวกับกำลังเต้นรำ ปากก็พ่นคำพูดออกมาไม่หยุด

"ฟันขวา... วู้ว พลาด! ฟันซ้าย... โอ๊ะเกือบไป! นี่เจ้าเรียนวิชาดาบมาจากสำนักไหน? สำนักคนตาบอดคลำช้างหรือไง? หรือว่าอาจารย์สอนเจ้าตอนเมาสุรา?"

"ข้าจะฆ่าแก!"

ลูกสมุนตะโกนสุดเสียง สติหลุดลอยไปแล้ว

[ติ๊ง! ยั่วยุสำเร็จ!]

[เป้าหมายติดสถานะ 'บ้าคลั่ง' ความแม่นยำลดลง 50 เปอร์เซ็นต์]

"จบกันที ข้าหิวข้าวแล้ว"

หลินอี้ตัดสินใจปิดเกม เขาอาศัยจังหวะที่ลูกสมุนฟันพลาดจนตัวถลามมาข้างหน้า ยื่นเท้าออกไปขัดขาเบาๆ

พลั่ก!

ลูกสมุนหน้าทิ่มดินอย่างสวยงาม ฟันกระแทกพื้นจนเลือดกบปาก ดิ้นพราดๆ อยู่บนพื้นฟาง

ความเงียบกลับมาปกคลุมกระท่อมอีกครั้ง... แต่คราวนี้เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

จ้าวกังที่เพิ่งจะลุกขึ้นมาจากกองฟาง มองดูหลินอี้ด้วยสายตาที่เหมือนเห็นผี ร่างกายที่เคยผอมแห้งดูเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันดูอันตราย... และกวนประสาทอย่างบอกไม่ถูก

"จะ... เจ้ากินยาผิดสำแดงมาหรือไง?"

จ้าวกังถามเสียงสั่น ก้าวถอยหลังไปที่ประตูโดยไม่รู้ตัว

หลินอี้ปัดฝุ่นที่เสื้อ ยิ้มแฉ่งจนตาหยี

"เปล่านี่ ข้าก็แค่ตื่นมาแล้วพบสัจธรรมว่า... การเป็นคนดีในโลกนี้มันอยู่ยาก สู้เป็นคนปากดีน่าจะรุ่งกว่า"

เขาเดินย่างสามขุมเข้าไปหาจ้าวกัง

"เอาล่ะ ศิษย์พี่จ้าว... เมื่อกี้พวกท่านพังประตูข้า ทำข้าตกใจตื่น แถมยังพยายามจะเอามีดมาจิ้มพุงข้าอีก ความเสียหายทางจิตใจนี้ท่านจะชดใช้ยังไง?"

"ชดใช้? เจ้าฝันไปเถอะ!"

จ้าวกังกัดฟันกรอด ศักดิ์ศรีของขาใหญ่ค้ำคออยู่

"ข้าเป็นถึงลูกพี่ลูกน้องของ หลี่เฟิง ศิษย์สายนอกอันดับ 10 ถ้าเจ้ากล้าทำอะไรข้าอีก เจ้าไม่มีที่ยืนในสำนักแน่!"

"อ๋อ... หลี่เฟิง"

หลินอี้พยักหน้าทำท่าเหมือนนึกออก

"ไอ้คนที่หน้าตาเหมือนปลาตีนเกยตื้นคนนั้นน่ะเหรอ?"

[ติ๊ง! พาดพิงบุคคลที่สามรุนแรง! ได้รับแต้มความเกรียน 30 แต้ม]

"เจ้า!!"

จ้าวกังแทบกระอักเลือดกับคำเปรียบเทียบ

"ข้าไม่สนว่าญาติท่านจะเป็นปลาตีนหรือปลาทู"

หลินอี้เปลี่ยนสีหน้าเป็นเย็นชาทันที

"ส่งหินวิญญาณมาให้หมด ไม่งั้นข้าจะหักนิ้วท่านทีละนิ้ว... เริ่มจากนิ้วก้อยก่อนเลยเป็นไง?"

พูดจบ หลินอี้ก็คว้ามือขวาของจ้าวกังขึ้นมา แล้วทำท่าจะหักจริงๆ

"อย่านะ! ยอมแล้ว! ข้ายอมแล้ว!"

จ้าวกังกรีดร้อง รีบล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อด้วยมือซ้าย หยิบถุงผ้าใบเล็กๆ ออกมาโยนให้หลินอี้

หลินอี้รับถุงผ้ามา เปิดออกดูเห็นหินวิญญาณระดับต่ำเปล่งแสงสลัวๆ อยู่ประมาณ 10 ก้อน แม้จะเป็นจำนวนที่ไม่มากสำหรับศิษย์สายใน แต่มันคือทรัพย์สมบัติมหาศาลสำหรับศิษย์สายนอกอย่างเขา!

"อืม... 10 ก้อน พอเป็นค่าซ่อมประตูได้อยู่"

หลินอี้เก็บถุงเข้ากระเป๋าเสื้อ แล้วหันไปมองลูกสมุนอีก 2 คนที่นอนโอดโอยอยู่

"แล้วของพวกเจ้าล่ะ?"

ลูกสมุนทั้งสองรีบควักกระเป๋าตัวเองแทบไม่ทัน ได้หินวิญญาณมาเพิ่มอีก 5 ก้อน และยารักษาแผลระดับต่ำอีก 2 ขวด

"เยี่ยม!"

หลินอี้ยิ้มกว้าง

"ขอบคุณที่มาใช้บริการ โรงเตี๊ยมหลินอี้ หวังว่าคราวหน้าจะเตรียมค่าคุ้มครอง... เอ้ย ค่าเข้าชมมาให้เยอะกว่านี้นะ"

"ฝากไว้ก่อนเถอะ!"

จ้าวกังกัดฟันพยุงร่างตัวเองลุกขึ้น สายตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น

"เรื่องนี้ไม่จบแค่นี้แน่ หลี่เฟิงต้องรู้เรื่องนี้!"

"เชิญเลย... อ้อ! ฝากบอกพี่ปลาตีนของท่านด้วยนะ"

หลินอี้ตะโกนไล่หลัง

"ว่าให้รีบๆ มาล่ะ ข้ารอจนรากจะงอกแล้ว!"

จ้าวกังและลูกสมุนรีบวิ่งโซซัดโซเซหนีออกจากกระท่อมไปราวกับสุนัขหางจุกก้น

เมื่อแน่ใจว่าพวกมันไปไกลแล้ว หลินอี้ก็ทิ้งตัวลงนั่งบนกองฟาง ลมหายใจหอบถี่ขึ้นเล็กน้อย การออกแรงครั้งแรกในร่างนี้เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน

[ภารกิจลับสำเร็จ: ปล้นคนชั่ว]

[รางวัลพิเศษ: เปิดใช้งานฟังก์ชัน 'ร้านค้าปากแจ๋ว']

"ร้านค้า?"

ดวงตาของหลินอี้ลุกวาวขึ้นมาทันที

แต่ก่อนที่เขาจะได้กดเข้าไปดูของในร้าน กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงก็ลอยมาเตะจมูก มันเหม็นเหมือนท่อระบายน้ำที่ตันมา 10 ปีผสมกับไข่เน่า

"อุ๊บ... กลิ่นบ้าอะไรเนี่ย?"

หลินอี้ยกมือปิดจมูก ก่อนจะก้มลงมองแขนตัวเอง แล้วก็ต้องตาโต

ผิวหนังของเขาตอนนี้มีเมือกสีดำข้นคลั่กซึมออกมาจากรูขุมขนทั่วตัว ส่งกลิ่นเหม็นชวนอาเจียน นี่คือผลข้างเคียงของยาชำระไขกระดูกที่ขับของเสียและสิ่งสกปรกที่ตกค้างในร่างกายออกมา

"โอ้โห... นี่ร่างเก่าฉันกินขยะเข้าไปสะสมไว้ขนาดนี้เลยเรอะ?"

หลินอี้บ่นอุบ

"ไม่ไหวแล้ว ต้องรีบไปล้างตัว ขืนอยู่นานกว่านี้จมูกพังแน่"

เขาคว้าเสื้อผ้าชุดใหม่ (ที่เก่าพอๆ กัน) แล้วรีบวิ่งออกจากกระท่อม มุ่งหน้าไปยัง ธารน้ำตกมรกต ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาถูกสั่งให้ไปตักน้ำบ่อยๆ และรู้ดีว่าเวลานี้แทบไม่มีคน

โดยหารู้ไม่ว่า การไปอาบน้ำครั้งนี้... จะนำพาเขาไปพบกับจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งหนึ่ง

และแน่นอนว่า ระบบปากแจ๋วของเขา... คงไม่ยอมให้เขาอาบน้ำอย่างสงบสุขแน่ๆ!

ตอนก่อน

จบบทที่ วาจาคมกว่ากระบี่

ตอนถัดไป