โรงอาหารเดือด

จ๊อกกก~

เสียงท้องร้องดังลั่นราวกับฟ้าร้องในฤดูร้อน ทำลายความเงียบสงบของป่าไผ่จนหมดสิ้น

หลังจากชำระล้างร่างกายและฝึกฝนทักษะใหม่ พลังงานที่สะสมไว้ในร่างของหลินอี้ก็ถูกเผาผลาญไปจนเกลี้ยง ผลข้างเคียงของการอัปเกรดร่างกายคือความหิวโหยระดับที่กินวัวได้ทั้งตัว

"หิว... หิวจนตาลายแล้วเนี่ย"

หลินอี้ลูบท้องที่แบนราบแต่แข็งแกร่งของตัวเอง ก่อนจะรีบสาวเท้าเดินมุ่งหน้าไปยัง โรงอาหารศิษย์สายนอก ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ ยิ่งกว่าหอคัมภีร์เสียอีก

...

โรงอาหารศิษย์สายนอก เป็นอาคารไม้ขนาดใหญ่ชั้นเดียวที่สามารถจุคนได้นับ 1,000 คน กลิ่นหอมของหมั่นโถวนึ่งและแกงเนื้อลอยฟุ้งออกมาแตะจมูก ทำให้หลินอี้น้ำลายสอ

แต่ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไป บรรยากาศภายในกลับเต็มไปด้วยความวุ่นวายโกลาหล

เสียงพูดคุยจอแจดังอื้ออึง แต่จุดที่น่าสนใจที่สุดคือบริเวณมุมหนึ่งของโรงอาหาร ที่มีกลุ่มศิษย์ชายจำนวนมากยืนมุงกันอยู่อย่างหนาแน่น ราวกับแมลงวันตอมก้อนน้ำตาล

"ศิษย์พี่หญิงหลิว! วันนี้ข้าเก็บผลท้อวิเศษมาให้ท่านด้วย!"

"หลีกไป! ข้าเตรียมซุปไก่ตุ๋นยาจีนมาบำรุงท่านต่างหาก!"

"แม่นางหลิว มองทางนี้หน่อยเถอะ! ข้ายอมสละคิวซื้อข้าวขาหมูเพื่อท่านเลยนะ!"

หลินอี้ขมวดคิ้ว มองฝ่าฝูงชนเข้าไป เห็นหญิงสาวนางหนึ่งนั่งทานอาหารอยู่อย่างสงบ หรือพยายามจะสงบ

นางมีใบหน้างดงามหมดจดดั่งภาพวาด ผิวขาวดุจหิมะ ตัดกับผมสีดำขลับที่รวบไว้ครึ่งศีรษะ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนฉายแววเย็นชาและรำคาญใจอย่างปิดไม่มิด นางสวมชุดศิษย์สายนอกที่ดูสะอาดสะอ้าน รัศมีรอบตัวดูสูงส่งจนดูไม่เข้ากับโรงอาหารซอมซ่อแห่งนี้

นั่นคือ หลิวเหมย บุปผางามแห่งศิษย์สายนอก ผู้เป็นที่หมายปองของชายหนุ่มทั้งสำนัก

"อ้อ... พวกโอตาคุยุทธภพนี่เอง"

หลินอี้ส่ายหัวเบาๆ ด้วยความระอา

"ตามตื๊อขนาดนี้ ถ้าเป็นโลกเก่าคงโดนแจ้งข้อหาคุกคามไปแล้ว"

เขาเลิกสนใจไทยมุง แล้วเดินไปต่อแถวซื้ออาหารที่ยาวเหยียด เป้าหมายคือชุดอาหารราคาประหยัดที่ประกอบด้วย ข้าว ผัดผักวิญญาณ และเศษเนื้อ ในราคา 2 หินวิญญาณ

ระหว่างที่ยืนรออย่างอดทน ทันใดนั้น...

ปึก!

แรงกระแทกจากด้านข้างทำให้หลินอี้เซเล็กน้อย ชายร่างท้วมหน้าตาบูดบึ้งเบียดแทรกเข้ามาข้างหน้าเขาอย่างหน้าตาเฉย ไม่พูดขอโทษสักคำ

หลินอี้มองแผ่นหลังกว้างๆ นั้นแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก

'เอาล่ะ... เหยื่อรายแรกของวันมาเสิร์ฟถึงที่'

เขาสะกิดไหล่ชายร่างท้วมเบาๆ

"พี่ชาย... ท่านรีบไปงานศพบิดาหรือ? ถึงได้แซงคิวคนอื่นแบบนี้"

ชายร่างท้วมหันขวับกลับมา ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ

"เจ้าว่าไงนะ!? ไอ้ขยะหลินอี้? นี่เจ้ากล้าปากดีกับข้า อู๋ตง ศิษย์สายนอกขั้น 4 เชียวรึ!"

เสียงตะคอกของอู๋ตงดังพอที่จะเรียกความสนใจจากคนรอบข้าง รวมถึงกลุ่มคนที่มุงหลิวเหมยอยู่ด้วย

"อ๋อ... ศิษย์พี่อู๋ตง"

หลินอี้พยักหน้าช้าๆ ทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกออก

"ข้าก็นึกว่าหมูป่าหลุดมาจากป่าหมอกอสูรเสียอีก ขออภัยที่จำผิด"

"เจ้า!!"

อู๋ตงกัดฟันกรอด

"อยากตายรึไง!"

"ไม่อยากตายหรอก"

หลินอี้ตอบหน้าตาย

"แต่ข้าแค่อยากจะบอกว่า การแซงคิวมันเป็นพฤติกรรมของสัตว์เดรัจฉานที่ไม่ได้รับการอบรม... หรือท่านจะบอกว่าท่านได้รับการอบรมมา แต่สมองส่วนจิตสำนึกมันฝ่อไปหมดแล้ว?"

[ติ๊ง! โจมตีด้วยตรรกะเจ็บแสบ!]

[ได้รับแต้มความเกรียน 15 แต้ม]

เสียงหัวเราะคิกคักเริ่มดังมาจากคนรอบข้างที่เห็นเหตุการณ์ อู๋ตงหน้าเสีย เขาไม่เคยคิดว่าไอ้ขยะหลินอี้จะกล้าตอกหน้าเขาต่อหน้าธารกำนัลขนาดนี้

"ไอ้สวะ! วันนี้ข้าจะสั่งสอนแก!"

อู๋ตงง้างหมัดเตรียมจะชก

"ช้าก่อน!"

หลินอี้ยกมือห้าม

"หึ! กลัวแล้วล่ะสิ"

อู๋ตงแสยะยิ้ม

"เปล่า... ข้าแค่จะบอกว่า ถ้าท่านต่อยข้า ท่านจะโดนกฎสำนักข้อที่ 14 ลงโทษ ห้ามวิวาทในโรงอาหาร"

หลินอี้ชี้ไปที่ป้ายกฎระเบียบเก่าๆ บนผนัง

"และถ้าท่านโดนลงโทษ ท่านจะถูกตัดสิทธิ์สอบประจำเดือน... คิดดีๆ นะพี่หมูป่า เอ้ย พี่อู๋ตง ท่านจะเอาอนาคตมาทิ้งเพราะอารมณ์ชั่ววูบกับคนอย่างข้าเชียวรึ?"

อู๋ตงชะงักค้าง หมัดที่ง้างไว้สั่นระริก จะชกก็ไม่ได้ จะถอยก็เสียหน้า

หลินอี้ไม่รอช้า หันไปพูดกับป้าคนตักอาหาร

"ป้าครับ ขอชุดประหยัด 1 ที่... แล้วก็ฝากตักน้ำแกงราดหัวพี่ชายท่านนี้หน่อยนะครับ เผื่อเขาจะใจเย็นลงบ้าง"

"อุ๊บ..."

ป้าคนตักอาหารถึงกับหลุดขำ ก่อนจะตักข้าวให้หลินอี้อย่างรวดเร็ว แถมตักเนื้อเพิ่มให้เป็นพิเศษด้วยความเอ็นดู

หลินอี้รับถาดอาหารมา แล้วเดินผ่านหน้าอู๋ตงที่ยืนตัวแข็งทื่อเป็นหินไปอย่างผู้ชนะ

[ติ๊ง! ชัยชนะโดยไม่ต้องลงดาบ!]

[ได้รับแต้มความเกรียน 20 แต้ม]

แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น...

เมื่อหลินอี้หันกลับมา เขาพบว่าไม่มีโต๊ะว่างเหลือเลย ยกเว้นโต๊ะตัวเดียวที่อยู่ใจกลางวงล้อมของเหล่าแฟนคลับ ซึ่งมีหลิวเหมยนั่งอยู่คนเดียว

"เอาวะ... ด้านได้อายอด"

หลินอี้เดินดุ่มๆ ฝ่าวงล้อมเข้าไป ท่ามกลางสายตาอาฆาตของชายหนุ่มนับ 10 คน

"หลีกทางหน่อยครับมิตรรักแฟนเพลง... ทางเดินมีไว้เดิน ไม่ใช่มีไว้ยืนน้ำลายยืดใส่ผู้หญิง"

หลินอี้พูดเสียงดังฟังชัดขณะแหวกทาง

[ติ๊ง! โจมตีหมู่!]

[ได้รับแต้มความเกรียนรวม 50 แต้ม]

"เจ้าบ้านี่เป็นใคร!?"

"กล้าดียังไงมาว่าพวกข้า!"

หลินอี้ไม่สนเสียงนกเสียงกา เขาเดินตรงไปวางถาดอาหารลงตรงข้ามหลิวเหมย แล้วนั่งลงหน้าตาเฉย

หลิวเหมยเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาประหลาดใจวูบหนึ่ง ปกติไม่มีใครกล้านั่งร่วมโต๊ะกับนาง เพราะกลัวโดนแฟนคลับรุมทึ้ง หรือไม่ก็กลัวรัศมีความเย็นชาของนาง

"ที่ตรงนี้มีคนจองหรือเปล่า?"

หลินอี้ถามหลังจากนั่งลงไปแล้ว

"ไม่มี"

หลิวเหมยตอบสั้นๆ น้ำเสียงไพเราะแต่เย็นเยียบ

"ดี งั้นข้าขอนั่งด้วย"

หลินอี้ตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ

"แล้วก็... บอกพวกแมลงวันรอบๆ ตัวเจ้าให้เงียบหน่อยได้ไหม? ข้าจะกินข้าว มันเสียบรรยากาศ"

"เจ้าว่าใครเป็นแมลงวัน!"

ชายหนุ่มคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา

"ข้าคือศิษย์พี่..."

"หยุดพล่ามเถอะ"

หลินอี้พูดแทรกโดยไม่เงยหน้า

"พวกเจ้านี่มันว่างงานกันนักหรือไง? วันๆ เอาแต่เดินตามผู้หญิง ตื๊อเขาอยู่นั่นแหละ ถ้าเอาเวลาที่พวกเจ้ามายืนเฝ้าแม่นางหลิวไปฝึกเดินลมปราณ ป่านนี้พวกเจ้าคงเหาะข้ามทะเลไปทวีปมังกรได้แล้วมั้ง!"

ทั้งโรงอาหารเงียบกริบ...

คำพูดของหลินอี้แทงใจดำเข้าอย่างจัง มันคือความจริงที่ทุกคนรู้แต่ไม่มีใครกล้าพูด

หลินอี้เงยหน้าขึ้นมองกราดไปรอบๆ ด้วยแววตาท้าทาย

"รักเขาก็ดี... แต่รักตัวเองให้เป็นก่อนเถอะ พ่อแม่ส่งมาเรียนยุทธ์ ไม่ได้ส่งมาเป็นพวกโรคจิตตามติดชีวิตคนอื่น เข้าใจไหม?"

[ติ๊ง! คริติคอลทางศีลธรรม! ดาเมจวงกว้างรุนแรงมาก!]

[ได้รับแต้มความเกรียน 100 แต้ม]

เหล่าแฟนคลับหน้าแดงก่ำ บางคนก้มหน้าด้วยความละอาย บางคนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ แต่ไม่มีใครกล้าเถียง เพราะสิ่งที่หลินอี้พูดมันถูกต้องทุกอย่าง

หลิวเหมยที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งกว่าฝนตกตอนหน้าแล้งปรากฏขึ้นจางๆ

"เจ้าชื่ออะไร?"

นางถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ

"หลินอี้"

เขาตอบสั้นๆ

"ศิษย์สายนอกที่กำลังจะโดนไล่ออก... มั้งนะ"

"หลินอี้..."

หลิวเหมยทวนคำ

"ปากคอเราะร้ายนักนะ... แต่ข้าชอบ"

พรึ่บ!

เสียงหัวใจของชายหนุ่มทั้งโรงอาหารแตกสลายพร้อมกัน

หลินอี้ยักไหล่

"อย่ามาชอบข้าเลย ข้ามันจน แถมยังมีศัตรูเยอะ... อ้อ แล้วก็ ข้ากินจุมากด้วย เลี้ยงไม่ไหวหรอก"

หลิวเหมยหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงที่สดใสราวกับกระดิ่งเงิน

"น่าสนใจ... ข้าจะรอดูเจ้าในการสอบประจำเดือน หวังว่าฝีมือจะเก่งเหมือนปากนะ"

พูดจบนางก็ลุกขึ้น เก็บถาดอาหาร แล้วเดินจากไป ทิ้งให้หลินอี้นั่งกินข้าวท่ามกลางสายตาอาฆาตแค้นนับ 100 คู่ที่จ้องมองมา

หลินอี้มองดูแต้มในระบบที่พุ่งขึ้นมาเป็น 450 แต้ม แล้วยิ้มกริ่ม

"คุ้มค่าจริงๆ... มื้อนี้อร่อยเป็นบ้าเลย"

ที่มุมมืดของโรงอาหาร ชายชราหลังค่อมคนหนึ่งซึ่งกำลังกวาดพื้นอยู่ หยุดมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยแววตาเป็นประกาย

"โฮ่... เด็กคนนี้ รากฐานธรรมดา แต่จิตใจและไหวพริบไม่เลว... น่าสนุกๆ"

ตอนก่อน

จบบทที่ โรงอาหารเดือด

ตอนถัดไป