ถูกตัดเสบียง
เช้าวันต่อมา ณ หอทรัพยากรของสำนักชิงหยุน
สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนธนาคารและโรงทานของเหล่าศิษย์สายนอก ทุกต้นเดือน เหล่าศิษย์นับ 1,000 คน จะมายืนต่อแถวรอกันยาวเหยียดเพื่อรับเบี้ยเลี้ยงประจำเดือน ซึ่งประกอบด้วย หินวิญญาณ 3 ก้อน และยารวบรวมลมปราณ 1 เม็ด
สำหรับศิษย์ทั่วไป นี่คือทรัพยากรสำคัญที่ขาดไม่ได้ดั่งน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต แต่สำหรับหลินอี้ในตอนนี้... มันคือเศษเงินที่เอาไว้ซื้อขนมกินเล่น
"ฮ้าววว... แถวยาวชะมัด"
หลินอี้ยืนหาวหวอดๆ อยู่ท้ายแถว เขาไม่ได้มาเพราะอยากได้ของ เพราะเขามีแต้มระบบที่รวยกว่าทั้งหอทรัพยากรแล้ว แต่เขามาเพื่อยืนยันสิทธิ์และมาดูหน้าคนที่สั่งตัดเสบียงเขาให้ชัดๆ
เสียงซุบซิบดังขึ้นทันทีที่เขาปรากฏตัว
"เฮ้ย! นั่นหลินอี้! เทพเจ้าปากแจ๋ว!"
"เขามาทำไม? ไม่รู้เหรอว่าโดนศิษย์พี่จางสั่งแบน?"
"ชู่ว! อย่าเสียงดัง เดี๋ยวโดนหางเลขไปด้วย"
ศิษย์สายนอกที่เคยดูถูกหลินอี้ บัดนี้ต่างแหวกทางให้เขาเดินผ่านราวกับแหวกทางให้เชื้อโรค ไม่ใช่เพราะรังเกียจ แต่เพราะกลัว
กลัวว่าจะโดนฝีปากกล้าของเขาเล่นงาน และกลัวอำนาจมืดของจางเหว่ยที่กำลังเพ่งเล็งเขาอยู่
หลินอี้เดินผ่านฝูงชนไปจนถึงหน้าโต๊ะจ่ายของ คนคุมโต๊ะเป็นชายหน้าเสี้ยมที่มีป้ายห้อยเอวระบุว่าเป็นผู้ช่วยหอทรัพยากร
"ชื่อ?"
ชายหน้าเสี้ยมถามโดยไม่เงยหน้า ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าใครมา
"หลินอี้"
ชายหน้าเสี้ยมแสร้งทำเป็นเปิดสมุดบัญชี พลิกไปพลิกมาอยู่นาน 2 นาน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแสยะยิ้ม
"เสียใจด้วยนะศิษย์น้องหลิน... ชื่อของเจ้าถูกขีดฆ่าด้วยหมึกแดง"
"อ้อเหรอ?"
หลินอี้เลิกคิ้ว
"หมึกแดง? ข้าตายแล้วเหรอ? หรือว่าสมุดบัญชีเจ้าประจำเดือนมาเลอะ?"
"สามหาว!"
ชายหน้าเสี้ยมตบโต๊ะดังปัง
"นี่คือคำสั่งจากเบื้องบน! เนื่องจากเจ้ามีความประพฤติเสื่อมเสีย บังคับข่มขู่เพื่อนร่วมสำนักให้ทำอนาจาร จึงมีคำสั่งให้ระงับทรัพยากรเป็นเวลา 3 เดือน!"
"ข่มขู่?"
หลินอี้หัวเราะในลำคอ
"ข้าจำได้ว่าข้าชนะการประลองอย่างใสสะอาดนะ... แล้วการรักษาสัญญาลูกผู้ชาย มันกลายเป็นเรื่องเสื่อมเสียตั้งแต่เมื่อไหร่? หรือสำนักเราเปลี่ยนคติพจน์เป็น ด้านได้ อายอด ตอแหลรอด แล้ว?"
[ติ๊ง! วิจารณ์นโยบายสำนัก!]
[ได้รับแต้มความเกรียน 20 แต้ม]
"เจ้า!!"
ชายหน้าเสี้ยมหน้าแดงก่ำ เถียงไม่ออก
"เกิดอะไรขึ้น?"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังโต๊ะลงทะเบียน ประตูไม้สักบานใหญ่เปิดออก ร่างของชายหนุ่มในชุดศิษย์สายในสีครามเดินออกมา
เขามีรูปร่างสูงสง่า ใบหน้าหล่อเหลาแต่แฝงความหยิ่งยโส รัศมีพลังที่แผ่ออกมาทำให้ศิษย์สายนอกรอบๆ รู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออก
จางเหว่ย ศิษย์สายในระดับรวบรวมลมปราณ ขั้น 9 อีกก้าวเดียวจะทะลวงสู่ระดับก่อกำเนิด
"ศิษย์พี่จาง!"
ชายหน้าเสี้ยมรีบก้มหัวประจบสอพลอ
"ไอ้ขยะนี่มันมาก่อกวนครับ มันไม่ยอมรับคำตัดสินของท่าน!"
จางเหว่ยปรายตามองหลินอี้ด้วยหางตา ราวกับมองมดปลวกที่บังอาจมาขวางทางเดิน
"หลินอี้สินะ... ได้ยินชื่อเสียมานาน นึกว่าจะมี 3 หัว 6 แขน ที่แท้ก็แค่ศิษย์สายนอกปากดีคนหนึ่ง"
แรงกดดันวิญญาณถูกปล่อยออกมาทับถมใส่หลินอี้โดยตรง!
ครืนนน...
ศิษย์รอบข้างเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น แต่หลินอี้กัดฟันเกร็งกล้ามเนื้อขาแน่น กระดูกส่งเสียงลั่นกรอบแกรบ แต่เขายังคงยืนหลังตรง เชิดหน้ามองสบตากับจางเหว่ยอย่างไม่เกรงกลัว
"ศิษย์พี่จางเหว่ย..."
หลินอี้เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้เหงื่อจะซึมแผ่นหลัง
"ยินดีที่ได้พบ... ได้ข่าวว่าท่านเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับหลี่เฟิง? มิน่าล่ะ... รสนิยมการเลือกคบคนถึงได้ต่ำตมเหมือนกัน"
[ติ๊ง! ยั่วยุระดับข้ามรุ่น!]
[ได้รับแต้มความเกรียน 50 แต้ม]
จางเหว่ยคิ้วกระตุกเล็กน้อย แรงกดดันเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว
"ปากเก่งดีนี่... ข้าสั่งตัดทรัพยากรเจ้า เพื่อสั่งสอนให้เจ้ารู้จักที่ต่ำที่สูง เจ้าควรจะคุกเข่าสำนึกผิด ไม่ใช่มายืนพล่ามอยู่ตรงนี้"
"สำนึกผิด?"
หลินอี้แค่นหัวเราะ
"ข้าต้องขอบคุณท่านต่างหาก!"
"ขอบคุณ?"
จางเหว่ยชะงัก
"ใช่... ขอบคุณ!"
หลินอี้ประกาศเสียงดังให้ทุกคนได้ยิน
"ปกติข้าต้องตื่นแต่เช้า มายืนต่อแถวเป็นชั่วโมง เพื่อรอรับเศษหินวิญญาณคุณภาพต่ำกับยาหมดอายุพวกนี้... แต่ท่านช่วยตัดสิทธิ์ข้า ทำให้ข้ามีเวลาไปนอนต่อ แถมไม่ต้องกินยาคุณภาพต่ำให้ท้องเสียอีก... ช่างเมตตาจริงๆ!"
[ติ๊ง! ประชดประชันระดับสูง!]
[ทำลายความภาคภูมิใจของฝ่ายตรงข้าม ได้รับแต้มความเกรียน 80 แต้ม]
ศิษย์สายนอกที่ยืนฟังอยู่แทบจะกลั้นขำไม่อยู่ จริงอยู่ที่ทรัพยากรศิษย์สายนอกคุณภาพห่วยแตก แต่ใครจะกล้าพูดออกมาตรงๆ ต่อหน้าศิษย์สายในแบบนี้!
จางเหว่ยหน้าตึงเปรี๊ยะ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ความนิ่งสงบแบบผู้ดีเริ่มแตกกระเจิง
"ดี... ดีมากหลินอี้! ในเมื่อเจ้าไม่ต้องการทรัพยากรสำนัก ข้าก็หวังว่าเจ้าจะเอาตัวรอดได้ในการทดสอบครั้งต่อไป"
เขาเดินเข้ามาใกล้หลินอี้ กระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่ 2 คน
"อีกไม่กี่วันจะมีภารกิจบังคับสำหรับศิษย์ที่เลื่อนขั้น... ป่าหมอกอสูรมันอันตรายนะ ระวังจะไม่ได้กลับออกมา... หรือถ้ากลับมา อาจจะกลับมาแค่หัว"
นี่คือคำขู่ฆ่าที่ชัดเจนที่สุด!
หลินอี้ไม่หลบสายตา รอยยิ้มกวนประสาทปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง
"ขอบคุณที่เป็นห่วงครับศิษย์พี่... แต่ท่านก็ระวังตัวไว้ด้วยนะ เดินเหินในสำนักระวังจะสะดุดขาตัวเองล้ม หัวฟาดพื้นตาย... อุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้เสมอนี่เนอะ?"
"เจ้า!!"
จางเหว่ยเงื้อมมือขึ้น พลังปราณสีครามหมุนวนที่ฝ่ามือ เตรียมจะตบสั่งสอนเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม
"เอาสิ!"
หลินอี้ยื่นหน้าเข้าไปหา
"ตบเลย! ตบศิษย์สายนอกกลางหอทรัพยากร! ให้ทุกคนเห็นว่าศิษย์สายในผู้สูงส่ง รังแกศิษย์ใหม่เพราะเถียงสู้ไม่ได้! ชื่อเสียงตระกูลจางคงจะโด่งดังน่าดู!"
มือของจางเหว่ยชะงักค้างกลางอากาศ
เขามองไปรอบๆ เห็นสายตาศิษย์นับ 100 คู่กำลังจ้องมองมา แม้พวกเขาจะกลัว แต่สายตานั้นเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ถ้าเขาลงมือตอนนี้ ข่าวลือจะแพร่สะพัดไปทั่ว แล้วภาพลักษณ์สุภาพบุรุษที่เขาสร้างมาจะพังทลาย
"ฝากไว้ก่อนเถอะ..."
จางเหว่ยลดมือลง สะบัดแขนเสื้ออย่างแรง
"พวกเรา... ไป!"
เขาเดินกระแทกไหล่หลินอี้ออกไปจากหอทรัพยากรอย่างหัวเสีย โดยมีลูกน้องวิ่งตามก้นไปติดๆ
"เชิญครับ! เดินดีๆ ระวังเหยียบขี้หมา!"
หลินอี้ตะโกนไล่หลัง
[ติ๊ง! ขับไล่ศัตรูระดับสูงสำเร็จ! ด้วยพลังปาก]
[ได้รับแต้มความเกรียน 100 แต้ม]
[แต้มรวมปัจจุบัน: 2,180 แต้ม]
เมื่อแผ่นหลังของจางเหว่ยลับตาไป หลินอี้ก็ถอนหายใจยาว แข้งขาอ่อนแรงจนเกือบทรุดลงกับโต๊ะ
"โหดชะมัด... แรงกดดันขั้น 9 นี่ของจริงแฮะ แค่ยืนเฉยๆ กระดูกข้าก็แทบร้าวแล้ว"
เขาปาดเหงื่อที่ชุ่มโชก การเผชิญหน้าครั้งนี้เสี่ยงตายมาก แต่ผลตอบแทนก็คุ้มค่า
"ทีนี้ก็ชัดเจนแล้ว... มันกะจะเล่นงานข้าในภารกิจหน้าจริงๆ"
หลินอี้กำหมัดแน่น แววตาเปลี่ยนเป็นมุ่งมั่น
"ต้องรีบเตรียมตัว... แต้ม 2,000 นี้ ต้องเปลี่ยนเป็นความแข็งแกร่งให้มากที่สุด!"
เขาหันหลังเดินออกจากหอทรัพยากร มุ่งหน้ากลับสู่กระท่อมส่วนตัว โดยไม่สนใจสายตาหวาดผวาของคนรอบข้างอีกต่อไป
เป้าหมายต่อไปคือร้านค้าปากแจ๋ว... ได้เวลาช็อปปิ้งล้างผลาญแล้ว!