หุบเหวมรณะ
ป่าหมอกอสูร เขตหุบเหวมรณะ
หมอกสีขาวขุ่นหนาทึบปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว ทัศนวิสัยต่ำจนมองเห็นได้ไม่เกิน 3 ก้าว บรรยากาศเงียบสงัดจนน่าขนลุก มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวและเสียงกิ่งไม้เสียดสีกันที่ดังแว่วมาเป็นระยะ
หลิวเหมยเดินนำหน้าด้วยความระมัดระวัง มือเรียวงามกำด้ามกระบี่แน่น ประสาทสัมผัสระดับรวบรวมลมปราณ ขั้น 7 ตื่นตัวเต็มที่
"หลินอี้... อย่าห่างจากข้า"
นางกระซิบเสียงเครียด
"เขตนี้คือเขตรอยต่อเข้าสู่หุบเหวมรณะ สัตว์อสูรแถวนี้ซุ่มโจมตีเก่งมาก"
"รับทราบครับคุณหัวหน้า"
หลินอี้เดินตามหลังมาอย่างสบายอารมณ์ในสายตาคนอื่น แต่ความจริงแล้วดวงตาของเขากำลังทำงานหนัก เนตรแห่งความจริงสแกนผ่านม่านหมอก เห็นจุดสีแดงของสัตว์อสูรซ่อนอยู่ตามพุ่มไม้และบนต้นไม้เต็มไปหมด
"ข้างหน้ามีแมงมุมพิษใยเหล็กดักอยู่ 3 ตัว"
หลินอี้พูดขึ้นลอยๆ
"ถ้าไม่อยากเสียเวลาล้างพิษ แนะนำให้เลี้ยวซ้ายตรงโขดหินข้างหน้า"
หลิวเหมยชะงัก
"เจ้ารู้ได้ยังไง? ข้ายังสัมผัสไม่ได้เลย"
"ข้าจมูกไว... ได้กลิ่นขี้แมงมุมน่ะ"
หลินอี้แถสีข้างถลอก
หลิวเหมยทำหน้าไม่เชื่อ แต่ก็ยอมเลี้ยวซ้ายตามที่เขาบอก... และเมื่อผ่านจุดนั้นไป นางสังเกตเห็นใยแมงมุมขนาดมหึมาขึงดักอยู่ทางขวาจริงๆ
"เจ้าหมอนี่..."
หลิวเหมยเริ่มมองหลินอี้ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป บางทีเขาอาจจะไม่ได้มีดีแค่ปากจริงๆ
แต่ความลับจริงๆ ของหลินอี้ไม่ใช่แค่เนตร...
เขาแอบหยิบวุ้นแปลภาษาสัตว์อสูร รสทุเรียนหมักที่เพิ่งกดซื้อมาใหม่ยัดเข้าปาก แล้วเงี่ยหูฟังเสียงรอบข้าง
ภาษาหมา "เฮ้ยๆ ขามนุษย์ผู้หญิงคนนั้นสวยน่ากินชะมัด"
เสียงหมาจากพุ่มไม้
ภาษาหมา "อย่าไปยุ่งกับนาง นางถือกระบี่... กินไอ้กุ้งแห้งข้างหลังดีกว่า ดูเคี้ยวง่าย"
หลินอี้คิ้วกระตุก หันขวับไปมองพุ่มไม้แล้วตะโกนสวนเป็นภาษาคน แต่สัตว์เข้าใจด้วยผลของวุ้น
"ไอ้หมาบ้า! ข้าไม่ได้เคี้ยวง่ายนะเว้ย! ข้าเหนียวยิ่งกว่าหนังยางรถสิบล้ออีก! ไปหากระดูกขัดฟันไป๊!"
เอ๋ง!
เสียงสุนัขจิ้งจอกร้องเสียงหลงด้วยความตกใจก่อนจะวิ่งหนีหายไป
"เจ้าคุยกับใคร?"
หลิวเหมยหันมาถาม
"คุยกับธรรมชาติ"
หลินอี้ยักไหล่
"บอกให้พวกมันหลีกทางให้คนสวยเดิน"
[ติ๊ง! หยอดคำหวานใส่สาวงามสำเร็จแบบเนียนๆ]
[ได้รับแต้มความเกรียน 10 แต้ม]
[สาเหตุ: จากความหมั่นไส้ของระบบ]
ทั้ง 2 คนเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงลานหินตะไคร่ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่งกลางหุบเขา
ทันใดนั้น!
ฟู่วววว!
ลมหายใจเหม็นเน่าพุ่งออกมาจากซอกหิน พร้อมกับเงาทะมึนขนาดมหึมาที่พุ่งเข้าใส่หลิวเหมยด้วยความเร็วสูง!
งูยักษ์เกล็ดนิล! ระดับ 7!
หลิวเหมยไหวตัวทัน นางสะบัดกระบี่สร้างม่านพลังป้องกัน เสียงเขี้ยวปะทะกระบี่ดังสนั่น แรงกระแทกส่งร่างบางกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว
"แข็งแกร่งมาก!"
หลิวเหมยกัดฟัน งูตัวนี้ผิวหนังแข็งดั่งเหล็กไหล การโจมตีธรรมดาแทบไม่ระคายผิว
เจ้างูยักษ์ชูคอขึ้นสูง แผ่แม่เบี้ยเตรียมฉกซ้ำ
ภาษางู "นังมนุษย์! บังอาจมารบกวนเวลานอนของข้า! จะกลืนลงท้องให้หมดเลย!"
หลิวเหมยตั้งท่าเตรียมใช้ท่าไม้ตายแลกชีวิต แต่จู่ๆ ร่างหนึ่งก็กระโดดเข้ามาขวางหน้า
"ช้าก่อนพี่ชาย!"
หลินอี้ยืนจังก้า ยกมือห้ามงูยักษ์
"หลินอี้! ถอยไป! มันอันตราย!"
หลิวเหมยตะโกน
หลินอี้ไม่ฟัง เขาจ้องตางูยักษ์เขม็ง แล้วเริ่มส่งเสียง...
ภาษางู "ซี่... ซี่ซี่... ซู่ววว!"
แปลว่า เดี๋ยวก่อนท่านพญางู! ท่านดูดีมีสง่าราศีมาก แต่ท่านรู้ตัวไหมว่าเกล็ดตรงหางท่านมันตกร่องนะ!
งูยักษ์ชะงักกึกกลางอากาศ
ภาษางู "ห๊ะ? ตกร่อง? ตรงไหน?"
มันเผลอหันไปมองหางตัวเองด้วยความสับสน
หลินอี้ไม่รอช้า ใช้จังหวะนี้ตะโกนใส่หลิวเหมย
"ตอนนี้แหละ! จิ้มตามัน!"
แต่หลิวเหมยยังงงอยู่ หลินอี้จึงต้องลงมือเอง เขาพุ่งตัวด้วยย่างก้าวแมลงสาบไต่ขึ้นไปบนตัวงูที่กำลังมึนงง แล้วใช้นิ้วชี้จิ้มเข้าที่ดวงตาขวาของมันเต็มแรง!
"ดัชนีจิ้มตา!"
ทักษะที่เล็งไว้แต่ไม่ได้ซื้อ ใช้มือสดๆ นี่แหละ!
ฉึก!
ภาษางู "โอ๊ยยยย! ตาข้า! ไอ้มนุษย์ขี้โกง! ไหนบอกจะคุยเรื่องเกล็ด!"
งูยักษ์ดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวด สะบัดหัวไปมาอย่างบ้าคลั่ง หลินอี้กระโดดลงมาที่พื้น แล้วตะโกนด่าซ้ำ
"ใครใช้ให้เจ้าเชื่อคนแปลกหน้าง่ายๆ เล่า! แม่ไม่สอนเหรอว่าอย่าคุยกับอาหาร!"
[ติ๊ง! หลอกลวงสัตว์อสูรชั้นสูงสำเร็จ!]
[ได้รับแต้มความเกรียน 60 แต้ม]
"หลิวเหมย! แทงที่เกล็ดสีขาวใต้คอหอย! นั่นคือจุดอ่อน!"
หลินอี้ตะโกนบอกสิ่งที่เห็นจากเนตรแห่งความจริง
หลิวเหมยได้สติ นางรวมพลังปราณไว้ที่ปลายกระบี่จนเปล่งแสงสีแดงฉาน
"เพลงกระบี่บุปผาร่วงโรย!"
ฉวบ!
กระบี่แทงทะลุเกล็ดสีขาวอย่างแม่นยำ เลือดสีดำพุ่งกระฉูด งูยักษ์ดิ้นทุรนทุรายก่อนจะล้มฟาดพื้นเสียงดังสนั่นและแน่นิ่งไป
หลิวเหมยหอบหายใจ ยืนมองซากงูด้วยความตกตะลึง ก่อนจะหันมามองหลินอี้ที่กำลังเช็ดเมือกงูออกจากมือ
"เมื่อกี้... เจ้าทำเสียงอะไร? แล้วทำไมมันถึงหยุด?"
"อ๋อ... ภาษางูน่ะ"
หลินอี้ยิ้มกว้าง
"ข้าบอกมันว่าแม่เจ้าเรียกกลับบ้านไปกินข้าว มันเลยหันไปมอง... ข้าล้อเล่นน่ะ จริงๆ แล้วข้าแค่ขู่มันว่าจะจับมันไปดองเหล้า มันเลยกลัว"
หลิวเหมยส่ายหัว ถอนหายใจ
"เจ้านี่มัน... เต็มไปด้วยความลับจริงๆ"
แต่แววตาของนางที่มองเขา ไม่มีความดูถูกเหยียดหยามอีกต่อไป มีเพียงความสงสัยและความประทับใจจางๆ
"ไปกันเถอะ... เป้าหมายอยู่ข้างหน้าแล้ว"
หลินอี้ชี้ไปทางถ้ำหลังลานหิน
ทั้ง 2 คนเดินเข้าไปใกล้ปากถ้ำ กลิ่นหอมร้อนแรงของหญ้าวิญญาณเพลิงลอยออกมาเตะจมูก
"เจอแล้ว!"
หลิวเหมยตาเป็นประกาย เตรียมจะวิ่งเข้าไป
"เดี๋ยว!"
หลินอี้คว้าข้อมือนางไว้แล้วดึงหลบเข้าหลังโขดหินทันที
"อะไรอีก?"
"เงียบก่อน..."
หลินอี้กดเสียงต่ำ ดวงตาของเขาเรืองแสงสีฟ้าจางๆ ขณะใช้เนตรมองทะลุเข้าไปในถ้ำ
ภาพที่เห็นไม่ใช่สัตว์อสูรพิทักษ์... แต่เป็นมนุษย์ 5 คนในชุดดำรัดกุม กำลังซ่อนตัวอยู่อย่างแนบเนียนในมุมมืดของถ้ำ มือถือหน้าไม้เล็งมาที่ปากทางเข้า
และที่สำคัญ... เนตรของเขาระบุข้อมูลที่น่าตกใจ
[เป้าหมาย: หัวหน้ากลุ่มนักฆ่า]
[ระดับ: รวบรวมลมปราณ ขั้น 7]
[สังกัด: รับจ้างอิสระ ผู้จ้างวานคือ จางเหว่ย]
"ข้างในมีแขกไม่ได้รับเชิญมารอเราอยู่"
หลินอี้กระซิบข้างหูหลิวเหมย
"และดูเหมือนพวกเขาจะไม่ได้มาดี... เพราะพวกเขาเตรียมงานศพไว้ให้เราแล้ว"
หลิวเหมยหน้าซีด
"คน? หรือว่า... กับดัก?"
"ไม่ใช่แค่กับดัก..."
หลินอี้แสยะยิ้มอำมหิต
"แต่มันคือลานประหาร... แต่เสียใจด้วยนะที่พวกเขาเลือกเหยื่อผิดคน"
เขาหยิบหน้ากากพันหน้าออกมาจากอกเสื้อ
"แม่นางหลิว... เจ้าเชื่อใจข้าไหม?"
หลิวเหมยมองหน้าเขา นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า
"เชื่อ"
"ดี... งั้นเรามาเล่นละครลิงหลอกเจ้ากันสักฉากเถอะ!"