งานประมูลเดือด
ไม่มีเสียงดนตรีใดในโลกจะไพเราะไปกว่าเสียงกระทบกันของหินวิญญาณอีกแล้ว
หลินอี้เดินออกมาจากย่านการค้ามืดของเมืองชิงสุ่ยด้วยใบหน้าที่ระบายยิ้มกว้างจนแทบจะฉีกถึงรูหู ในแหวนมิติที่เขาเพิ่งไถมาจากนักฆ่าในป่า ตอนนี้อัดแน่นไปด้วยหินวิญญาณกว่า 500 ก้อน ซึ่งเป็นผลกำไรจากการขูดรีดพ่อค้าหน้าเลือดเมื่อครู่นี้
"ใครบอกว่าทำดีได้ดี? ในโลกนี้ ต้องปากดีถึงจะได้ดีต่างหาก"
หลินอี้ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี พลางโยนหินวิญญาณเล่นในมือ
หลังจากตรากตรำลำบากในป่าหมอกอสูร กินเนื้อย่างแห้งๆ กับผลไม้ป่ามาหลายวัน ร่างกายของเขาก็เริ่มประท้วงต้องการอาหารมนุษย์ดีๆ สักมื้อ เขาจึงมุ่งหน้าไปยังโรงเตี๊ยมเมฆาเคลิ้ม ซึ่งเป็นเหลาอาหารที่ใหญ่และหรูหราที่สุดในเมืองชิงสุ่ย
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไป บรรยากาศอึกทึกครึกโครมก็ปะทะเข้าหน้า กลิ่นสุราหมักชั้นดีลอยคลุ้งผสมกับกลิ่นเครื่องเทศหอมฉุย เหล่าจอมยุทธ์จากทั่วสารทิศต่างจับกลุ่มคุยโวโอ้อวดกันเสียงดัง
"เสี่ยวเอ้อ!"
หลินอี้ตะโกนเรียกพร้อมดีดก้อนหินวิญญาณก้อนเล็กๆ ไปทางพนักงานต้อนรับอย่างแม่นยำ
เสี่ยวเอ้อรับหินวิญญาณไว้ได้ก็ตาโตเท่าไข่ห่าน รีบวิ่งกุลีกุจอเข้ามาหาทันที
"นายท่าน! เชิญทางนี้ขอรับ! ต้องการห้องส่วนตัวหรือโต๊ะริมหน้าต่างดีขอรับ?"
"เอาโต๊ะริมหน้าต่างที่วิวดีที่สุด แล้วก็ยกอาหารขึ้นชื่อของร้านมาให้หมด เหล้าขอไหที่บ่มนานเกิน 20 ปี ถ้าเอาฉี่ม้ามาหลอกขายข้า ร้านเจ้าได้พังราบแน่"
หลินอี้สั่งเสียงเรียบแต่น่าเกรงขาม ในแบบฉบับเศรษฐีใหม่
"รับทราบขอรับ!"
เสี่ยวเอ้อรีบวิ่งไปสั่งครัวทันที
ระหว่างที่รอกับข้าว หลินอี้ก็นั่งจิบชาพลางใช้หูทิพย์ที่อัปเกรดมาจากนิสัยชอบแส่เรื่องชาวบ้าน ฟังบทสนทนาของโต๊ะข้างๆ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นศิษย์จากสำนักดาบวายุ
"นี่ๆ เจ้าได้ข่าวเรื่องหอประมูลจันทราหรือยัง?" ชายชุดเขียวเอ่ยถามเพื่อน
"ข้าได้ยินมาว่าปีนี้มีของดีหลุดมาเพียบ! เห็นว่าตระกูลหวังจากเมืองหลวงก็ส่งคุณชายมาร่วมด้วยนะ"
"เหอะ! พวกตระกูลใหญ่ก็งี้แหละ เอาเงินมาฟาดหัวคน แต่ที่น่าสนใจจริงๆ คือไอ้นั่นต่างหาก... เศษแผนที่แดนเซียนน่ะ!"
หลินอี้หูผึ่งทันที มือที่กำลังยกจอกชาชะงักค้าง
"แผนที่แดนเซียน?" เขาพึมพำกับตัวเอง
ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม แดนเซียนเป็นเพียงตำนานปรัมปราที่เล่าขานกันว่าอยู่เหนือท้องฟ้าขึ้นไป เป็นที่อยู่ของผู้อมตะ แต่ไม่เคยมีใครยืนยันว่ามันมีอยู่จริง
"ใช่ๆ ข้าก็ได้ยินมา" จอมยุทธ์อีกคนกระซิบเสียงเครียด "เขาว่ากันว่าใครที่รวบรวมแผนที่ครบ จะค้นพบประตูมิติสู่แดนเซียนได้... ราคาประมูลเริ่มต้นน่าจะสูงถึง 5,000 หินวิญญาณ!"
หลินอี้เลิกคิ้ว
"5,000 เชียวหรือ? แพงบรรลัยจักรวาล... แต่ของแบบนี้ถ้าระบบไม่ได้แจ้งเตือนอะไร ก็คงเป็นแค่ขยะราคาแพงไว้หลอกพวกเศรษฐีหน้าโง่"
เขาตั้งใจจะเลิกสนใจและหันมาจัดการกับขาหมูตุ๋นน้ำแดงที่เพิ่งมาเสิร์ฟ แต่ทว่า...
[ติ๊ง!]
[แจ้งเตือน: ตรวจพบคลื่นพลังงานที่คล้ายคลึงกับระบบในระยะ 100 เมตร!]
[ระดับความเข้มข้น: เจือจาง คาดว่าเป็นชิ้นส่วนตกค้าง]
[คำแนะนำ: ผู้ถือครองระบบจำเป็นต้องครอบครองวัตถุชิ้นนี้เพื่อปลดล็อกฟังก์ชันขั้นต่อไป]
หลินอี้ตาเบิกกว้าง
"เอาจริงดิ? ของจริงเหรอเนี่ย?"
ระบบของเขาไม่เคยแจ้งเตือนเรื่องสมบัติมาก่อน แสดงว่าไอ้แผนที่หรือวัตถุอะไรก็ตามที่กำลังถูกพูดถึงนั้น ต้องไม่ใช่ของธรรมดา มันมีกลิ่นของระบบติดอยู่
ทันใดนั้น สายตาของหลินอี้ก็เหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง เบื้องล่างบนถนนสายหลัก ขบวนรถม้าหรูหราที่ประดับด้วยตราสัญลักษณ์ตระกูลหวังกำลังเคลื่อนขบวนผ่านไป ทหารคุ้มกันนับ 10 คนแผ่รังสีฆ่าฟันออกมากันไม่ให้ชาวบ้านเข้าใกล้
แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาหลินอี้ไม่ใช่ความหรูหรา แต่เป็นกล่องไม้สีดำสนิทที่วางอยู่บนตักของชายหนุ่มหน้าตาเย่อหยิ่งบนรถม้านั้น
ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างแผ่ออกมาจากกล่องนั้น... มันเป็นความรู้สึกเหมือนตอนที่เขาได้ยินเสียงระบบครั้งแรก
"น่าสนใจ..."
หลินอี้แสยะยิ้ม มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มการค้าที่น่าขนลุก
"ดูเหมือนเงิน 500 หินวิญญาณที่เพิ่งได้มา จะไม่พอค่าผ่านทางซะแล้วสิ"
เขาคีบขาหมูเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ พลางวางแผนชั่วร้ายในหัว
ถ้าต้องประมูลแข่งกับตระกูลใหญ่ เงินแค่นี้สู้ไม่ได้แน่... แต่ใครบอกล่ะว่าเขาจะสู้ด้วยเงิน? ในเมื่อเขามีปากและระบบกวนประสาทอยู่กับตัว
การประมูลครั้งนี้... เขาไม่ได้จะไปซื้อ แต่จะไปป่วนให้ราคามันพังพินาศจนคนอื่นต้องร้องขอชีวิตต่างหาก!
"เสี่ยวเอ้อ! คิดเงิน! แล้วบอกข้าทีว่าหอประมูลจันทราไปทางไหน!"
หลินอี้วางเงินลงบนโต๊ะแล้วลุกขึ้นเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และก้านกระดูกขาหมูที่ถูกแทะจนเกลี้ยงเกลา
งานนี้... เมืองชิงสุ่ยได้ลุกเป็นไฟแน่!