เศรษฐีสมองนิ่ม

ภายในหอประมูลจันทรานั้นหรูหรายิ่งกว่าภายนอกหลายเท่าตัว พื้นปูด้วยพรมขนสัตว์หนานุ่มที่ทำให้ทุกย่างก้าวเงียบกริบ โคมระย้าคริสตัลห้อยระย้าลงมาจากเพดานสูงส่องแสงระยิบระยับราวกับดวงดาว

"เชิญทางนี้ขอรับคุณชาย ห้องรับรองหมายเลข 1 เป็นห้องที่ดีที่สุดของเรา สามารถมองเห็นเวทีประมูลได้ชัดเจนที่สุด"

ผู้จัดการหวังเดินนำทางด้วยความนอบน้อมประหนึ่งหลินอี้เป็นบรรพบุรุษกลับชาติมาเกิด

หลินอี้เดินตามไปพลางผิวปากอย่างสบายอารมณ์ ผิดกับหลิวเหมยที่เดินตัวลีบ ความหรูหราอลังการนี้ทำให้ศิษย์สายนอกอย่างนางรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในความฝันที่จับต้องไม่ได้

"เดี๋ยว..."

เสียงทุ้มต่ำเจือแววหยิ่งยโสฟังดูขัดหูดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ขบวนของพวกหลินอี้ต้องชะงักฝีเท้า

เมื่อหันกลับไป ก็พบกับขบวนของชายหนุ่มในชุดคลุมผ้าไหมสีทองปักลายพยัคฆ์เหยียบเมฆ ใบหน้าขาวเนียนราวกับไม่เคยโดนแดด แต่ดวงตาเรียวรีกลับฉายแวววางก้าม ข้างกายเขามีสาวงามแต่งตัววาบหวิวนัวเนียอยู่ซ้ายขวา และด้านหลังมีผู้คุ้มกันหน้าตาเหี้ยมเกรียมเดินตามอีก 4 คน

"ผู้จัดการหวัง... เจ้ากำลังจะพาขอทานพวกนี้ไปที่ไหน?"

ชายหนุ่มชุดทองเอ่ยขึ้น พลางสะบัดพัดจีบในมือเบาๆ

ผู้จัดการหวังสะดุ้งเฮือก รีบก้มหัวคำนับ

"คะ... คุณชายหวังเทียน! ยินดีต้อนรับขอรับ! เอ้อ... คุณชายท่านนี้คือแขกวีไอพีของเรา..."

"วีไอพี?"

หวังเทียนเลิกคิ้วมองหลินอี้ด้วยสายตาเหยียดหยาม

"สมัยนี้มาตรฐานของหอประมูลจันทราตกต่ำลงขนาดนี้เชียวหรือ? ให้คนสวมชุดศิษย์สายนอกราคาถูกๆ ขึ้นมาเดินปะปนกับชนชั้นสูงอย่างข้าเนี่ยนะ?"

หลินอี้หรี่ตามอง ข้อมูลความทรงจำไหลเข้ามาในหัวทันที

หวังเทียน คุณชายรองตระกูลหวัง ตระกูลมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของเมืองหลวง นิสัยอวดรวย ใช้เงินแก้ปัญหา และที่สำคัญคือสมองกลวงยิ่งกว่ากระบอกไม้ไผ่

"โอ๊ะ..."

สายตาของหวังเทียนเลื่อนผ่านหลินอี้ไปหยุดอยู่ที่หลิวเหมย แววตาของเขาเป็นประกายวาวโรจน์ขึ้นมาทันที

"แม่นางผู้นี้... ช่างงดงามราวกับดอกบัวขาวกลางบ่อโคลน"

หวังเทียนเดินฝ่าวงล้อมเข้ามาหาหลิวเหมย เมินเฉยหลินอี้ไปอย่างสิ้นเชิง

"แม่นาง ข้าหวังเทียนแห่งตระกูลหวัง เห็นเจ้าต้องมาเดินกับคนชั้นต่ำเช่นนี้แล้วรู้สึกเวทนายิ่งนัก สนใจมานั่งที่ห้องหมายเลข 2 กับข้าไหม? ข้าสัญญาว่าวันนี้เจ้าอยากได้อะไรในงานประมูล ข้าจะเหมาให้หมด!"

หลิวเหมยขยับตัวไปหลบหลังหลินอี้ด้วยความหวาดกลัว

"ข...ขอบคุณคุณชายหวัง แต่ข้ามากับศิษย์น้องหลิน"

"ศิษย์น้องหลิน?"

หวังเทียนทำเสียงขึ้นจมูก หันมามองหลินอี้เป็นครั้งแรก

"ไอ้หนู ข้าให้เวลาเจ้า 3 ลมหายใจ ไสหัวไปซะ แล้วทิ้งแม่นางไว้ที่นี่ ค่าเสียเวลาของเจ้า..."

หวังเทียนโยนถุงใส่หินวิญญาณลงพื้นแทบเท้าหลินอี้ เสียงดังตุบ

"...ในนั้นมี 50 หินวิญญาณ มากกว่าที่คนอย่างเจ้าจะหาได้ทั้งชีวิต เอาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ใส่ซะ!"

บรรยากาศตึงเครียดขึ้นทันที ผู้จัดการหวังเหงื่อแตกพลั่ก ไม่รู้จะห้ามทัพยังไงระหว่างเศรษฐีขาใหญ่กับลูกค้าปริศนา

หลินอี้ก้มลงมองถุงเงินที่พื้น แล้วเงยหน้าขึ้นมองหวังเทียน มุมปากค่อยๆ ยกยิ้มขึ้น

[ติ๊ง! ตรวจพบเป้าหมายเกรดเอพลัส: วาฬเกยตื้น หรือ เศรษฐีสมองน้อย]

[ภารกิจ: ยั่วยุเป้าหมายให้โกรธจนขาดสติ เพื่อเตรียมรีดไถในงานประมูล]

"50 หินวิญญาณ?"

หลินอี้พูดเสียงเรียบ

"คุณชายหวังช่างใจป้ำจริงๆ"

"หึ รู้จักที่ต่ำที่สูงก็ดี" หวังเทียนยิ้มเยาะ

"แต่ว่านะ..."

หลินอี้เตะถุงเงินนั้นกลับไปหากลุ่มผู้คุ้มกันของหวังเทียนราวกับเตะขยะ

"เงินแค่นี้ เอาไปซื้อยาปลูกผมให้ผู้คุ้มกันของท่านเถอะ ดูสิ หัวล้านเลี่ยนเตียนโล่งขนาดนั้น เดี๋ยวจะหนาวตายซะก่อน"

"พรวด!"

หลิวเหมยหลุดขำออกมา ก่อนจะรีบเอามือปิดปาก

"เจ้า!"

หวังเทียนหน้าแดงก่ำ ไม่ใช่เพราะเรื่องผู้คุ้มกัน แต่เพราะโดนปฏิเสธเงิน

"เจ้ากล้าดูถูกเศษเงินของข้ารึ!?"

"เศษเงิน?"

หลินอี้ทำหน้าตกใจ

"อ้าว นี่ท่านเรียกว่าเศษเงินหรอกหรือ? ข้านึกว่าเป็นค่าไถ่ความฉลาดของท่านซะอีก เห็นท่านเที่ยวแจกเงินคนไปทั่ว นึกว่าสมองท่านไหลออกไปพร้อมกับเงินหมดแล้ว"

[ติ๊ง! ทักษะยั่วยุติดตัวทำงาน!]

[ระดับความโกรธของหวังเทียน: 40 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นเป็น 85 เปอร์เซ็นต์]

"ไอ้... ไอ้ขยะปากดี!"

หวังเทียนตัวสั่นเทิ้ม ชี้หน้าหลินอี้

"เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร! กล้าดียังไงมาปากเก่งต่อหน้าข้า! เจ้าคงไม่รู้สินะว่าตระกูลหวังร่ำรวยแค่ไหน ข้าสามารถเอาเงินฟาดหัวเจ้าจนจมดินได้เลยนะโว้ย!"

"อ๋อ... งั้นหรือ?"

หลินอี้แคะหูทำท่าเบื่อหน่าย

"งั้นเชิญท่านใช้เงินของท่านฟาดฟันในงานประมูลเถอะ ข้าจะรอดูว่าความรวยของท่านจะซื้อสมองได้สักกี่ชั่ง"

หลินอี้หันหลัง คว้ามือหลิวเหมยเดินเข้าห้องหมายเลข 1 ไปหน้าตาเฉย ทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคเดียว

"อ้อ... แล้วก็เก็บเงิน 50 ก้อนนั้นไว้เถอะ เผื่อตอนจบงานท่านต้องใช้มันเป็นค่ารถม้ากลับบ้าน เพราะแพ้ประมูลให้กับขยะอย่างข้า"

ปัง!

ประตูห้องรับรองพิเศษปิดใส่หน้าหวังเทียนดังสนั่น

ความเงียบเข้าปกคลุมโถงทางเดินชั่วขณะ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงคำรามด้วยความคลุ้มคลั่ง

"ไอ้สารเลว!!! ข้าจะฆ่ามัน!"

หวังเทียนตะโกนลั่น เส้นเลือดปูดโปน

"ผู้จัดการหวัง! ในงานประมูลวันนี้ ไม่ว่าไอ้หมอนั่นจะประมูลอะไร... ข้าจะทุ่มไม่อั้นแย่งมันมาให้หมด! ข้าจะทำให้มันรู้ว่านรกของคนจนมันเป็นยังไง!!"

ผู้จัดการหวังได้แต่พยักหน้ารัวๆ เหงื่อท่วมตัว ในใจคิดว่าวันนี้กำไรหอประมูลจันทราบานตะไทแน่ๆ

...

ภายในห้องรับรองพิเศษหมายเลข 1

หลินอี้ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังนุ่มสบาย หยิบองุ่นเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ

"ศิษย์น้องหลิน... เจ้าไปยั่วยุเขาขนาดนั้น จะดีหรือ?" หลิวเหมยถามด้วยความเป็นห่วง "ตระกูลหวังทรงอิทธิพลมากนะ"

"ดีสิ ดีมากๆ ด้วย"

หลินอี้แสยะยิ้มที่ดูชั่วร้ายยิ่งกว่าตัวโกง

[ติ๊ง! ได้รับแต้มความเกรียน 200 แต้ม จากหวังเทียน]

[สถานะเป้าหมาย: คลุ้มคลั่ง พร้อมสู้ราคาตายกันไปข้าง]

"ศิษย์พี่หญิงจำไว้นะ..."

หลินอี้หัวเราะในลำคอ

"การประมูลน่ะ ถ้าไม่มีคนโง่มาร่วมแข่งราคามันก็ไม่สนุกหรอก และตอนนี้... เราเพิ่งได้ตู้กดเงินเคลื่อนที่มาเป็นผู้สนับสนุนส่วนตัวแล้ว!"

สายตาของหลินอี้มองผ่านกระจกใสลงไปยังเวทีประมูลเบื้องล่าง แสงไฟเริ่มหรี่ลง พิธีกรสาวสวยเดินออกมาหน้าเวที

"เอาล่ะ... มาเริ่มเกมผลาญเงินคนรวยกันเถอะ!"

ตอนก่อน

จบบทที่ เศรษฐีสมองนิ่ม

ตอนถัดไป