ลาก่อนเมืองท่า
แสงอรุณรุ่งสาดส่องลงมากระทบผิวน้ำระยิบระยับ แม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลผ่านเมืองชิงสุ่ยดูสงบเงียบ ราวกับไม่เคยมีเรื่องนองเลือดเกิดขึ้นเมื่อคืน
บนเรือเหาะรับจ้างขนาดกลางที่กำลังลอยละล่องอยู่เหนือหมู่เมฆ มุ่งหน้ากลับสู่ทิศตะวันตก
หลินอี้นั่งเอกเขนกอยู่บนดาดฟ้าเรือ สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ ในมือถือแก้วน้ำผลไม้คั้นสด ที่สั่งมาจากบริการรูมเซอร์วิสของเรือเหาะด้วยเงินที่ปล้นมา
"อา... กลิ่นของเสรีภาพ... และกลิ่นของเงินคนอื่น มันช่างหอมหวานจริงๆ"
ข้างกายเขาคือหลิวเหมยที่ยืนเกาะราวเรือมองดูทิวทัศน์เบื้องล่าง เส้นผมสีดำขลับปลิวไสวไปตามลม ใบหน้าของนางดูผ่อนคลายขึ้นมากหลังจากหนีรอดจากเงื้อมมือมัจจุราชมาได้
แต่แววตาของนางยังคงเต็มไปด้วยคำถาม
"ศิษย์น้องหลิน... สรุปแล้ว... เจ้าเป็นใครกันแน่?"
หลิวเหมยเอ่ยขึ้นเบาๆ โดยไม่หันมามอง
หลินอี้ชะงักแก้วน้ำในมือเล็กน้อย
"ข้า? ก็หลินอี้ศิษย์สายนอกผู้หล่อเหลาและยากจนแห่งยอดเขาชิงหยุนไง"
"อย่ามาตลก" หลิวเหมยหันมาจ้องหน้าเขาจริงจัง "ศิษย์สายนอกที่ไหนจะมีปัญญาซื้อของในงานประมูลด้วยเงิน 200 หินวิญญาณ? ศิษย์สายนอกที่ไหนจะสั่งการให้ข้าฆ่านักฆ่ามืออาชีพได้? และ... ศิษย์สายนอกที่ไหนจะตบหน้ายอดฝีมือขั้น 8 จนปลิวตกแม่น้ำได้?"
นางเดินเข้ามาใกล้ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา
"ความรู้พวกนั้น... ความลับของจ้าวเถี่ย... เจ้าไปรู้มาได้ยังไง?"
หลินอี้ยิ้มบางๆ เขาคาดไว้แล้วว่าจะต้องเจอคำถามนี้
"ศิษย์พี่หญิง... คนเราทุกคนต่างก็มีความลับ... เหมือนที่ท่านแอบซ่อนปิ่นปักผมหักๆ อันเก่าไว้ในอกเสื้อตลอดเวลา เพราะมันเป็นของดูต่างหน้าแม่ท่าน... ใช่ไหม?"
หลินอี้ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับนาง
หลิวเหมยสะดุ้งเฮือก ยกมือขึ้นกุมอกเสื้อโดยอัตโนมัติ
"จะ... เจ้ารู้!?"
"เห็นไหม? ข้าเป็นคนช่างสังเกต... และบางครั้ง สวรรค์ก็กระซิบความลับของคนอื่นให้ข้าฟัง เพื่อให้ข้าเอาตัวรอดในโลกที่โหดร้ายนี้"
หลินอี้ยักไหล่ ความจริงคือเนตรแห่งความจริงมันสแกนเจอคำอธิบายของไอเทมในตัวนางต่างหาก
หลินอี้ขยับเข้าไปใกล้ จนหลิวเหมยต้องถอยหลังไปชนราวเรือ เขาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูนาง
"ไม่ต้องห่วง... ความลับของท่านปลอดภัยเมื่ออยู่กับข้า และในทางกลับกัน... ข้าก็หวังว่าความลับของข้า จะปลอดภัยเมื่ออยู่กับท่าน"
ลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอทำให้หลิวเหมยหน้าแดงซ่าน หัวใจเต้นรัวจนแทบระเบิด
"ข... ข้าเข้าใจแล้ว ข้า... ข้าจะไม่ถามอีก และข้าจะไม่บอกใครเรื่องฝีมือของเจ้า"
นางตอบเสียงตะกุกตะกัก
"เด็กดี"
หลินอี้ยิ้มกว้าง เอามือลูบหัวนางเบาๆ เหมือนลูบหัวแมว
[ติ๊ง! ค่าความประทับใจของหลิวเหมยเพิ่มขึ้น 10 แต้ม]
[ความสัมพันธ์ปัจจุบัน: เพื่อนร่วมตาย และ คนรู้ใจที่น่าหมั่นไส้]
...
ตัดภาพกลับไปที่เมืองชิงสุ่ย
ณ ลานจอดรถม้าที่พังยับเยิน
หวังเทียนนั่งคุกเข่าอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง เสื้อผ้าไหมสีทองขาดวิ่น เนื้อตัวมอมแมมเหมือนขอทาน ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง
ในมือของเขากำแผนที่แดนเซียนที่เขาประมูลมาด้วยเงิน 6,000 หินวิญญาณ... ซึ่งตอนนี้ถูกนักฆ่าฉีกขาดเป็น 2 ท่อนระหว่างแย่งชิง
และเมื่อแสงแดดส่องกระทบ รอยหมึกบนแผนที่ก็เริ่มละลาย
"นี่มัน... หมึกราคาถูก? กลิ่นเหมือน... ซีอิ๊ว?"
หวังเทียนตาถลน ใช้นิ้วปาดคราบหมึกขึ้นมาดม
เขาพลิกดูด้านหลังแผนที่ พบตัวอักษรเล็กๆ เขียนไว้ที่มุมกระดาษว่า:
ผลิตโดยสำนักพิมพ์ต้มตุ๋น นิทานก่อนนอนสำหรับเด็กอายุ 3 ขวบ
"อ๊ากกกกกกกกก!!!!"
หวังเทียนกรีดร้องโหยหวน เลือดลมตีกลับจนกระอักเลือดออกมาคำโต
"ของปลอม! มันเป็นของปลอม! เงินข้า! เงิน 6,000 หินวิญญาณของข้า!"
เขาทุบพื้นอย่างบ้าคลั่ง นึกย้อนไปถึงคำพูดของหลินอี้ที่บอกว่าข้ายอมแพ้... ยินดีด้วยคุณชาย ท่านชนะแล้ว
"ไอ้หลินอี้!!! ไอ้สารเลว!!! เจ้าหลอกข้า!!!"
หวังเทียนคำรามทั้งน้ำตา ความแค้นนี้ฝังลึกถึงกระดูกดำ
"ข้าจะฆ่าเจ้า! ข้าจะตามล่าเจ้าไปจนสุดขอบโลก! ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา ข้าก็จะลากคอเจ้ามาสับเป็นชิ้นๆ!"
แต่ก่อนที่จะได้แก้แค้น... หวังเทียนต้องหาทางกลับบ้านให้ได้ก่อน เพราะตอนนี้ รถพัง ม้าหนี องครักษ์ตายเกลี้ยง และเงินในกระเป๋า... เกลี้ยงบ่อ
สภาพของคุณชายอันดับ 1 แห่งเมืองหลวง ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับขอทานที่หลินอี้เคยดูถูกไว้จริงๆ
...
กลับมาที่บนเรือเหาะ
"ฮัดชิ่ว! ...สงสัยจะมีคนคิดถึง" หลินอี้จามออกมาเสียงดัง
"คงเป็นคนทั้งเมืองชิงสุ่ยกระมังที่สาปแช่งเจ้า" หลิวเหมยแซว
"ฮ่าๆ เป็นเกียรติจริงๆ"
หลินอี้เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาตรวจสอบผลประกอบการ
ระดับ: รวบรวมลมปราณ ขั้น 6
ทักษะใหม่: เนตรแห่งความจริง ระดับ 1, ฝ่ามือตบเกรียน ระดับ 2, ยั่วยุขั้นสูง (ทักษะติดตัว)
ไอเทมสำคัญ: ชิ้นส่วนแกนกลางระบบ (ผสานแล้ว), ป้ายคำสั่งหน่วยพยัคฆ์ดำ
แต้มความเกรียนคงเหลือ: 3,500 แต้ม
"ไม่เลว... สำหรับการออกนอกสถานที่ครั้งแรก" หลินอี้พยักหน้าพอใจ
เรือเหาะเริ่มลดระดับลง เบื้องหน้าคือทิวเขาเขียวขจีที่คุ้นตา... เทือกเขาชิงหยุน
ยอดเขาสูงเสียดฟ้าตั้งตระหง่านเสียดแทงก้อนเมฆ สำนักชิงหยุนดูสงบและศักดิ์สิทธิ์จากภายนอก แต่หลินอี้รู้ดีว่าภายในนั้นเน่าเฟะแค่ไหน
"เราใกล้ถึงแล้ว เจ้าพร้อมไหม? จางเหว่ยคงไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่ถ้ารู้ว่าเจ้ารอดกลับมา"
หลิวเหมยพูดเสียงเครียด
หลินอี้มองไปยังยอดเขา ประกายตาคมกริบวาบผ่าน
"ข้าก็หวังว่ามันจะเตรียมตัวต้อนรับข้าอย่างดี..."
เขาหยิบป้ายคำสั่งหน่วยพยัคฆ์ดำที่ได้จากจ้าวเถี่ยขึ้นมาหมุนเล่น
"เพราะครั้งนี้... ข้าไม่ได้กลับมาในฐานะเหยื่อแต่กลับมาในฐานะผู้พิพากษา"
เรือเหาะร่อนลงจอดที่ลานเทียบเรือหน้าสำนัก ทันทีที่เท้าของหลินอี้แตะพื้นดิน เขาก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป
ศิษย์สายนอกที่เดินผ่านไปมาต่างมองมาที่เขาแล้วรีบหลบตา ซุบซิบกันด้วยท่าทีหวาดกลัว
และที่ประตูทางเข้าสำนัก... กลุ่มคนในชุดเครื่องแบบหน่วยคุมกฎยืนเรียงหน้ากระดานรออยู่ โดยมีชายหนุ่มหน้าตาคุ้นเคยยืนยิ้มเยาะอยู่ตรงกลาง
จางเหว่ย!
"ยินดีต้อนรับกลับ... ศิษย์น้องหลิน"
จางเหว่ยแสยะยิ้ม โบกมือให้สัญญาณ
"จับกุมมัน! ข้อหาสมคบคิดกับมารและขโมยสมบัติสำนัก!"
หลินอี้ไม่ได้ตกใจ เขากลับยิ้มตอบ... รอยยิ้มที่ทำให้จางเหว่ยรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
"ละครฉากใหม่เริ่มแล้วสินะ... หวังว่าจะสนุกกว่าฉากที่แล้วนะ ศิษย์พี่"