ต้อนรับกลับบ้าน

บรรยากาศหน้าซุ้มประตูหินทางเข้าสำนักชิงหยุนตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด

ศิษย์หน่วยคุมกฎในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินเข้มนับ 10 คน ยืนถือพลองยาวล้อมกรอบหลินอี้และหลิวเหมยเอาไว้อย่างแน่นหนา โดยมีจางเหว่ยศิษย์สายในผู้มีใบหน้าเย่อหยิ่งยืนกอดอกบัญชาการอยู่เบื้องหน้า

"หลินอี้! ยอมมอบตัวซะดีๆ อย่าให้พวกข้าต้องลงมือ!"

จางเหว่ยตะคอกเสียงดัง พยายามข่มขวัญศัตรูต่อหน้าศิษย์สายนอกจำนวนมากที่เริ่มมามุงดู

หลิวเหมยกำด้ามกระบี่แน่น ก้าวออกมาขวางหน้าหลินอี้

"ศิษย์พี่จาง! นี่มันเรื่องอะไรกัน? พวกข้าเพิ่งกลับมาจากการทำภารกิจเสี่ยงตาย ท่านควรจะต้อนรับพวกข้า ไม่ใช่มาล้อมจับแบบนี้!"

"ภารกิจเสี่ยงตาย?"

จางเหว่ยหัวเราะเสียงต่ำ แววตาเต็มไปด้วยความดูถูก

"นั่นแหละคือปัญหา... ภารกิจเก็บหญ้าวิญญาณเพลิงในเขตหุบเหวมรณะ เป็นพื้นที่อันตรายระดับที่แม้แต่ศิษย์สายในยังไม่กล้าไปเดินเล่น... แต่ศิษย์ขยะขั้น 1 อย่างหลินอี้ กลับรอดชีวิตกลับมาได้ แถมยังดูสบายดีไม่มีรอยขีดข่วน?"

จางเหว่ยหันไปประกาศก้องกับฝูงชน

"มันผิดปกติ! ข้าสงสัยว่ามันสมคบคิดกับพวกมารฝ่ายอธรรม! หรือไม่... มันก็ใช้วิชาสายมารเพื่อเอาตัวรอด!"

เสียงซุบซิบดังฮือฮาไปทั่ว

"จริงด้วย... ขยะอย่างหลินอี้จะรอดมาได้ยังไง?"

"หรือว่ามันขายวิญญาณให้มารจริงๆ?"

"น่ากลัวจัง ข้าว่าแล้วเชียวทำไมช่วงนี้มันทำตัวแปลกๆ"

หลินอี้ฟังข้อกล่าวหาแล้วก็ต้องกลั้นขำ

สมคบคิดกับมาร? เปล่าเลย... ข้าแค่คุยกับลิงรู้เรื่อง แล้วก็ตบเกรียนคนไปทั่วแค่นั้นเอง

"ศิษย์พี่จาง..."

หลินอี้เดินแหวกหลิวเหมยออกมา เผชิญหน้ากับจางเหว่ยตรงๆ

"สมองท่านนี่ช่างล้ำเลิศจริงๆ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้สินะ?"

"หุบปาก!"

จางเหว่ยชี้หน้า

"นอกจากข้อหาสมคบคิดมารแล้ว ข้ายังได้รับแจ้งว่าเจ้าขโมยสมบัติของสำนักไปขายในตลาดมืด! ไม่อย่างนั้นศิษย์จนๆ อย่างเจ้าจะมีเงินไปเที่ยวเตร่ในเมืองชิงสุ่ยได้ยังไง?"

"หลักฐานล่ะ?" หลินอี้ถามสั้นๆ

"หลักฐานรอเจ้าอยู่ที่หอคุมกฎ!"

จางเหว่ยแสยะยิ้มชั่วร้าย

"จับตัวมันไป! ล่ามโซ่ตรวนลงอาคมด้วย อย่าให้มันใช้วิชามารหนีไปได้!"

ศิษย์คุมกฎ 2 คนพุ่งเข้ามาพร้อมโซ่ตรวนสีดำทมิฬที่สลักอักขระสะกดพลัง

"ข้ามศพข้าไปก่อน!"

หลิวเหมยชักกระบี่ออกจากฝัก ประกายกระบี่วาววับ

"ศิษย์น้องหลิว!"

จางเหว่ยหรี่ตามอง

"เจ้าคิดจะขัดขวางการทำงานของหน่วยคุมกฎงั้นรึ? หรือว่าเจ้าก็สมรู้ร่วมคิดกับมันด้วย? ถ้าเจ้าไม่ถอยไป ข้าจะจับกุมเจ้าในข้อหาเดียวกัน!"

หลิวเหมยเม้มปากแน่น นางไม่กลัวการถูกจับ แต่กลัวว่าถ้าสู้ตรงนี้ หลินอี้จะโดนรุมทำร้าย

หมับ!

มือหนาของหลินอี้วางลงบนบ่าของนางเบาๆ

"เก็บกระบี่เถอะศิษย์พี่หญิง"

หลินอี้พูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย ราวกับกำลังชวนไปปิกนิก

"อย่าให้กระบี่สวยๆ ของท่านต้องเปื้อนเลือดหมูสกปรกแถวนี้เลย"

"แต่ว่า..."

"เชื่อใจข้า"

หลินอี้ขยิบตาให้

"พวกเขาอยากพาข้าไปเที่ยวหอคุมกฎ ข้าก็ไม่ขัดศรัทธา... ได้ข่าวว่าที่นั่นน้ำชาอร่อย"

หลิวเหมยมองตาเขา แล้วจำคำพูดบนเรือได้ ความลับของท่านปลอดภัยเมื่ออยู่กับข้า นางจึงยอมลดกระบี่ลงอย่างไม่เต็มใจ

หลินอี้ยื่นมือทั้ง 2 ข้างออกไปให้ศิษย์คุมกฎล่ามโซ่

แกร๊ก!

โซ่ตรวนหนักอึ้งรัดข้อมือเขาแน่น อักขระบนโซ่เรืองแสงสีแดง พยายามกดดันพลังปราณในร่าง

[ติ๊ง! ตรวจพบอุปกรณ์พันธนาการระดับต่ำ: โซ่สะกดมาร]

[ผลกระทบ: ลดการไหลเวียนลมปราณ 50 เปอร์เซ็นต์...]

[ระบบทำการป้องกันอัตโนมัติ: ยกเลิกผลกระทบ!]

[สาเหตุ: โซ่นี้กระจอกเกินไป ระบบไม่ให้ราคา]

หลินอี้ยิ้มมุมปาก เขาไม่รู้สึกอึดอัดเลยแม้แต่น้อย แต่แกล้งทำตัวเซเล็กน้อยให้สมบทบาท

"โอ๊ย... หนักจังเลย ศิษย์พี่จาง ท่านนี่ดูแลข้าดีจริงๆ ถึงกับเอาโซ่สำหรับนักโทษประหารมาใช้กับศิษย์สายนอกตัวเล็กๆ"

"หุบปากแล้วเดินไป!"

จางเหว่ยผลักไหล่เขา

"ท่านผู้อาวุโสรอชำระความเจ้าอยู่!"

ขบวนคุมตัวนักโทษเดินผ่านลานฝึกยุทธ์ มุ่งหน้าสู่ยอดเขาที่ตั้งของหอคุมกฎ ตลอดทางมีศิษย์นับ 100 คนมายืนดู บ้างก็สมน้ำหน้า บ้างก็สงสัย

แต่หลินอี้เดินยืดอกอย่างสง่าผ่าเผย ราวกับเป็นแม่ทัพที่เพิ่งชนะศึกกลับมา ไม่ใช่นักโทษ

"ระบบ..." หลินอี้เรียกในใจ

[ว่าไงโฮสต์?]

"เปิดใช้งานเนตรแห่งความจริง ตรวจสอบศิษย์คุมกฎทุกคนในขบวนนี้... หาความลับที่สกปรกที่สุดของพวกมันมาให้ข้าทีละคน"

[รับทราบ! กำลังดำเนินการขุดคุ้ยประวัติอาชญากรรม...]

[เป้าหมายที่ 1: แอบขโมยยาในคลัง...]

[เป้าหมายที่ 2: เป็นชู้กับเมียชาวบ้าน...]

[เป้าหมายที่ 3: ...]

ข้อมูลลับมากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัวหลินอี้ รอยยิ้มของเขากว้างขึ้นเรื่อยๆ จนจางเหว่ยที่เดินนำหน้าเริ่มรู้สึกขนลุกซู่โดยไม่ทราบสาเหตุ

"หัวเราะอะไรของเจ้า?" จางเหว่ยหันมาถามด้วยความระแวง

"เปล่า..."

หลินอี้ส่ายหน้า

"ข้าแค่กำลังคิดบทพูดสำหรับการแสดงในศาลน่ะ... หวังว่าท่านผู้อาวุโสจะชอบความจริงอันโหดร้ายนะ"

เบื้องหน้าของพวกเขา คือประตูไม้สีดำบานยักษ์ของหอคุมกฎที่แกะสลักเป็นรูปกิเลนแยกเขี้ยว บรรยากาศภายในมืดทึบและเย็นเยียบ

ที่นั่น... คือลานประหารชีวิตของศิษย์ผู้ทำผิดกฎ แต่สำหรับหลินอี้... มันคือเวทีแสดงฝีปากที่เขาจะใช้ทักษะวาทศิลป์พลิกนรกให้กลายเป็นสวรรค์!

"เชิญ..."

จางเหว่ยผายมือด้วยท่าทีของผู้ชนะ

"เข้าสู่หลุมศพของเจ้าซะ หลินอี้"

หลินอี้ก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้าไปอย่างมั่นคง

"หลุมศพงั้นหรือ? ...ข้าว่ามันเหมือนเวทีรับรางวัลมากกว่านะ"

ตอนก่อน

จบบทที่ ต้อนรับกลับบ้าน

ตอนถัดไป