ทนายปากปีศาจ
บรรยากาศภายในลานพิพากษาแห่งหอคุมกฎนั้นเงียบกริบและกดดัน
เบื้องหน้าของหลินอี้ คือแท่นพิจารณาคดีที่ยกสูงขึ้นไป มีผู้อาวุโส 3 ท่านนั่งเรียงกันด้วยสีหน้าเคร่งขรึม โดยมีผู้อาวุโสหลิวผู้มีใบหน้าดุร้ายราวกับยักษ์มารนั่งอยู่ตรงกลาง
ด้านข้างคือจางเหว่ยที่ยืนยิ้มกริ่มอย่างมั่นใจ ข้างหลังเขามีศิษย์สายนอกหน้าตาตื่นกลัว 2 คนยืนก้มหน้าอยู่ พยานเท็จที่ถูกเตี๊ยมมาอย่างดี
"นักโทษหลินอี้! เจ้าถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดกับพรรคมาร และขโมยสมบัติของสำนักไปขาย เจ้าจะยอมรับสารภาพแต่โดยดีหรือไม่!?"
ผู้อาวุโสหลิวตวาดเสียงดังจนผนังหอสั่นสะเทือน
หลินอี้ที่ถูกโซ่ตรวนล่ามไว้ยืนหาวหวอดใหญ่
"ฮ้าว... ผู้อาวุโส ท่านเสียงดังจัง เมื่อคืนไม่ได้นอนหรือขอรับ? หรือว่าปวดฟันคุด?"
"บังอาจ! ที่นี่คือศาลศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่ที่ให้เจ้ามาเล่นลิ้น! จางเหว่ย! นำพยานเข้ามา!"
ผู้อาวุโสหลิวทุบโต๊ะดังปัง
"เชิญศิษย์น้องหวังเอ้อเล่าสิ่งที่เจ้าเห็นให้ท่านผู้อาวุโสฟัง"
จางเหว่ยผายมือ
หวังเอ้อ ศิษย์ร่างผอมกะหร่องเดินตัวสั่นเข้ามา คุกเข่าลง
"ขะ... ข้าน้อยเห็นกับตาขอรับ! คืนก่อนที่หลินอี้จะออกจากสำนัก ข้าเห็นเขาแอบเข้าไปในคลังยา และขโมยหญ้าวิญญาณออกไปหลายต้น! แถมเขายังพึมพำคาถามารด้วยขอรับ!"
"เจ้าจะแก้ตัวว่ายังไง?"
ผู้อาวุโสหลิวหรี่ตามองหลินอี้
หลินอี้ยิ้มมุมปาก ดวงตาเนตรแห่งความจริงสว่างวาบขึ้น
[เป้าหมาย: หวังเอ้อ]
[สถานะ: โกหกคำโต ได้รับค่าจ้าง 10 หินวิญญาณ]
[ความลับ: เมื่อคืนก่อน แอบขโมยกางเกงในสีชมพูของศิษย์พี่หญิงจูไปดม]
"แก้ตัว?"
หลินอี้หัวเราะ
"ข้าไม่ต้องแก้ตัวหรอก แต่ข้าสงสัยจังว่าสายตาของศิษย์พี่หวังเอ้อจะดีขนาดนั้นเชียวหรือ? ในเมื่อคืนนั้น... เวลาเดียวกัน ท่านน่าจะกำลังยุ่งอยู่กับภารกิจลับที่หอพักหญิงไม่ใช่หรือ?"
"จะ... เจ้าพูดเรื่องอะไร!"
หวังเอ้อหน้าซีดเผือด
"ก็เรื่องกางเกงในสีชมพูของศิษย์พี่หญิงจูที่หายไปไง ข้าได้ยินมาว่ามันไปโผล่อยู่ใต้หมอนของท่าน... กลิ่นคงจะหอมชื่นใจสินะ ถึงทำให้ท่านตาฝาดเห็นข้าเป็นขโมยได้?"
"เฮ้ย! จะ... เจ้าพูดยังงั้นได้ไง! ข้าเปล่านะ!"
หวังเอ้อลนลาน
"งั้นให้ผู้อาวุโสส่งคนไปตรวจค้นที่ห้องพักของท่านตอนนี้เลยไหมล่ะ? ถ้าไม่เจอ ข้ายอมให้ตัดลิ้นเลยเอ้า!"
ผู้อาวุโสหลิวหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เพราะโกรธเรื่องกางเกงใน
"ทหาร! ไปค้นห้องหวังเอ้อเดี๋ยวนี้!"
"มะ... ไม่ต้องขอรับ! ข้าผิดไปแล้ว! จางเหว่ยจ้างข้ามาใส่ร้ายเขา! ข้าไม่ได้เห็นอะไรทั้งนั้น! อย่าค้นห้องข้าเลย!"
หวังเอ้อสติแตก โขกหัวกับพื้น
"ไอ้โง่เอ๊ย!"
จางเหว่ยสบถลั่น ถีบหวังเอ้อจนกระเด็น
"พยานคนแรกผ่านไป... คนต่อไปล่ะ? มีเรื่องเสื่อมๆ อะไรจะมาแฉอีกไหม?"
หลินอี้ผิวปาก
จางเหว่ยกัดฟันกรอด เรียกพยานคนที่ 2 หลี่ซื่อออกมา
"เจ้านี่เห็นหลินอี้ใช้พลังมาร!"
"ใช่ขอรับ! ข้าเห็นเขามีออร่าสีดำ..."
หลี่ซื่อรีบพูด
"อ้อ... ศิษย์พี่หลี่ซื่อ"
หลินอี้ขัดขึ้นทันที สายตามองทะลุปรุโปร่ง
[เป้าหมาย: หลี่ซื่อ]
[ความลับ: แอบขโมยเหล้าหมักพันปีของผู้อาวุโสหลิวไปขาย]
"ออร่าสีดำที่ท่านเห็นน่ะ... มันใช่อันเดียวกับตอนที่ท่านทำไหเหล้าพันปีของท่านผู้อาวุโสหลิวแตก แล้วแอบเอาฉี่ตัวเองผสมน้ำเปล่าใส่กลับเข้าไปแทนหรือเปล่า?"
บรรยากาศในศาลเหมือนโดนหยุดเวลา ผู้อาวุโสหลิวที่กำลังยกจอกน้ำชาขึ้นจิบถึงกับพ่นพรวดออกมา
"เจ้า... เจ้าว่าไงนะ!?"
ผู้อาวุโสหลิวตัวสั่นเทิ้ม จ้องเขม็งไปที่หลี่ซื่อ
"เหล้าไหที่ข้าเพิ่งดื่มไปเมื่อเช้า... คือฉี่เจ้าเรอะ!?"
"ท่านผู้อาวุโส! ข้าไม่ได้ตั้งใจ! ข้าแค่... ข้าแค่..."
หลี่ซื่อร้องไห้โฮ ฉี่ราดกางเกงตรงนั้นด้วยความกลัว
"ลากมันออกไปโบย 100 ที!!! แล้วขังลืมมันซะ!"
ผู้อาวุโสหลิวคำรามลั่นศาล
ความวุ่นวายเกิดขึ้นในศาล จางเหว่ยยืนงงเป็นไก่ตาแตก พยานทั้ง 2 คนถูกเก็บเรียบด้วยปากของหลินอี้ภายในไม่กี่ประโยค
"หมดมุกหรือยังศิษย์พี่จาง? ถ้าหมดแล้ว ข้าขอกลับไปนอนนะ"
หลินอี้ถามยิ้มๆ
"ยังไม่จบ!"
เสียงทุ้มลึกกังวานดังมาจากด้านหลังม่าน กลิ่นอายพลังระดับก่อเกิดปราณแผ่ออกมากดทับจนทุกคนหายใจไม่ออก
ชายชราผมขาวในชุดคลุมสีม่วงเดินออกมา... ผู้อาวุโสสูงสุดฝ่ายในอาจารย์ของจางเหว่ย!
"เจ้าเด็กปากมาก... ถึงเจ้าจะหักล้างพยานได้ แต่เจ้าก็ยังอธิบายไม่ได้ว่าเจ้าเอาทรัพยากรมากมายมาจากไหน ถ้าไม่ใช่การขโมยหรือสมคบคิดมาร จงส่งแหวนมิติของเจ้ามาให้ข้าตรวจสอบซะ!"
ผู้อาวุโสสูงสุดมองหลินอี้ด้วยสายตาเย็นชา
นี่คือการปล้นซึ่งๆ หน้า! ผู้อาวุโสสูงสุดต้องการสมบัติในตัวหลินอี้!
หลินอี้รู้สึกเหมือนถูกภูเขาทับ แต่เขากัดฟันยืดตัวตรง ไม่ยอมคุกเข่า
"ตรวจสอบ? หึ..."
หลินอี้แสยะยิ้ม
"ท่านผู้อาวุโส... ถ้าข้าพิสูจน์ได้ว่าสมบัติเหล่านี้ได้มาอย่างบริสุทธิ์ และข้าได้ทำความดีความชอบใหญ่หลวงให้กับสำนัก... ท่านจะกล้าเดิมพันกับข้าไหม?"
"เดิมพัน? มดปลวกอย่างเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาต่อรอง?"
ผู้อาวุโสสูงสุดเลิกคิ้ว
"สิทธิ์ของผู้บริสุทธิ์ไง! ถ้าข้าพิสูจน์ได้... ท่านต้องกราบขอขมาข้า 3 ครั้ง ต่อหน้าศิษย์ทั้งสำนัก! แต่ถ้าข้าทำไม่ได้... ข้ายอมให้ท่านทำลายวรยุทธ์และไล่ออกจากสำนัก!"
"สามหาว!" จางเหว่ยตะโกน
"ตกลง! ข้าอยากจะเห็นนักว่าเจ้ามีอะไรดี"
ผู้อาวุโสสูงสุดรับคำท้าด้วยความมั่นใจ
หลินอี้ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ... และดึงป้ายโลหะสีดำอันหนึ่งออกมาโยนลงบนพื้นดังเคร้ง!
มันคือป้ายคำสั่งหน่วยพยัคฆ์ดำของตระกูลหวัง ที่เขาดรอปมาจากจ้าวเถี่ย!
"นี่คือป้ายประจำตัวของจ้าวเถี่ยหัวหน้าหน่วยลอบสังหารของตระกูลหวัง! มันพยายามลอบสังหารข้าและศิษย์พี่หญิงหลิวเหมย เพื่อชิงสมบัติและปิดปากเรื่องที่ตระกูลหวังกำลังวางแผนแทรกแซงสำนักเรา!"
"นี่มัน... ของจริง! มีกลิ่นอายของจ้าวเถี่ยจริงๆ!"
ผู้อาวุโสหลิวรีบหยิบป้ายขึ้นมาดู
"ข้าสังหารมันเพื่อปกป้องเกียรติของสำนัก! ส่วนสมบัติที่ข้ามี... ก็คือของที่ยึดมาจากศัตรูของสำนัก! มันผิดกฎข้อไหนที่ศิษย์จะริบของจากศัตรูที่คิดร้ายต่อสำนัก!?"
หลินอี้เชิดหน้าขึ้น
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นความเงียบแห่งความตะลึงงัน
การสังหารยอดฝีมือขั้น 8 ของตระกูลหวัง... นี่ไม่ใช่แค่ความชอบธรรมดา แต่มันคือวีรกรรม!
"เป็นไปไม่ได้... เจ้า... เจ้าฆ่าจ้าวเถี่ยได้ยังไง?"
จางเหว่ยหน้าซีดเผือด
"นั่นไม่ใช่ประเด็น"
หลินอี้หันไปมองผู้อาวุโสสูงสุด ยิ้มเย็น
"ประเด็นคือ... ข้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์แล้ว แถมยังสร้างชื่อเสียงให้สำนัก... ถึงเวลาทำตามสัญญาแล้วหรือยังท่านผู้อาวุโส?"
ผู้อาวุโสสูงสุดหน้าเขียวคล้ำ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาถูกเด็กเมื่อวานซืนต้อนจนมุมต่อหน้าคนทั้งศาล จะผิดคำพูดก็เสียศักดิ์ศรี จะทำตามก็เสียหน้า
"ฮ่าๆๆๆ! เข้าใจผิด! เป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งหมด! หลินอี้เป็นวีรบุรุษของสำนักแท้ๆ พวกเราช่างตาถั่วนัก!"
จู่ๆ ผู้อาวุโสหลิว คนกลาง ก็หัวเราะออกมาเพื่อไกล่เกลี่ย
"จางเหว่ย! เจ้ากล้าดียังไงมาใส่ร้ายวีรบุรุษ! นำตัวมันไปขังคุกเย็น 1 เดือน!"
ผู้อาวุโสสูงสุดหาทางลงด้วยการหันไปตบหน้าลูกศิษย์ตัวเองฉาดใหญ่
"ท่านอาจารย์! ข้า..."
จางเหว่ยน้ำตาตกใน ถูกลากตัวออกไปทั้งที่ยังงงๆ
"เรื่องขอขมา... ติดไว้ก่อนเถอะ วันหน้าข้าจะชดใช้ให้สาสม!"
ผู้อาวุโสสูงสุดหันมามองหลินอี้ด้วยสายตาอาฆาตก่อนจะสะบัดแขนเสื้อเดินหนี
หลินอี้ยืนยิ้มมองแผ่นหลังศัตรูที่เดินจากไป
[ติ๊ง! ภารกิจสำเร็จ: พลิกคดีสะท้านศาล]
[ได้รับแต้มความเกรียน 1,000 แต้ม]
[ปลดล็อกฉายา: ทนายปากปีศาจ]
"ยินดีด้วยศิษย์น้องหลิน!"
หลิวเหมยวิ่งเข้ามาหาด้วยความดีใจ
หลินอี้ถอนหายใจยาว ปลดโซ่ตรวนที่หลุดออกเอง เพราะผู้อาวุโสรีบสั่งปลด
"จบไปอีกเรื่อง... แต่ดูเหมือนข้าจะไปเหยียบหางเสือตัวใหญ่เข้าให้แล้วสิ"
การต่อสู้ในเมืองชิงสุ่ยอาจจบลง... แต่สงครามในสำนักชิงหยุน เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!