วีรบุรุษกำมะลอ
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมากระทบหลังคากระเบื้องสีเขียวหยกของหอคุมกฎ ขับเน้นให้บรรยากาศที่เคยอึมครึมดูสว่างไสวขึ้นถนัดตา
เมื่อหลินอี้ก้าวเท้าพ้นธรณีประตูออกมา เสียงฮือฮาก็ดังกระหึ่มขึ้นจากเหล่าศิษย์สายนอกที่ยืนออรอฟังผลการตัดสินอยู่ด้านหน้า ข่าวเรื่องที่เขาสามารถพลิกคดี หักหน้าจางเหว่ย และทำให้ผู้อาวุโสสูงสุดต้องยอมถอย แพร่สะพัดออกไปเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง
"ออกมาแล้ว! เขาออกมาแล้ว!"
"นั่นไงหลินอี้! ผู้ที่กล้าต่อกรกับศิษย์สายใน!"
"เขาฆ่าหัวหน้าหน่วยนักฆ่าตระกูลหวังได้จริงๆ หรือ? ระดับรวบรวมลมปราณขั้น 6 สังหารขั้น 8 เนี่ยนะ?"
สายตาที่มองมาทางเขาเปลี่ยนจากความดูถูกเหยียดหยามเมื่อเดือนก่อน กลายเป็นความยำเกรง ชื่นชม และหวาดระแวงผสมปนเปกันไป
หลินอี้ยืดอกขึ้นเล็กน้อย ปั้นหน้าเคร่งขรึมประดุจวีรบุรุษผู้แบกรับชะตากรรมของโลกหล้า แต่ในใจกลับกำลังเต้นระบำอย่างบ้าคลั่ง
รอดแล้วโว้ย! แถมยังได้ชื่อเสียงมาฟรีๆ อีกต่างหาก!
"ศิษย์น้องหลิน..."
หลิวเหมยเดินตามออกมาข้างๆ สีหน้าของนางดูผ่อนคลายลงมาก แต่แววตายังคงมีความกังวลฉายชัด
"เจ้าทำเรื่องใหญ่เกินไปแล้วนะ การหักหน้าผู้อาวุโสสูงสุดแบบนั้น ท่านคงไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่"
หลินอี้หันไปยิ้มให้นาง
"ศิษย์พี่หญิง คนเราเกิดมาครั้งเดียว ตายครั้งเดียว จะกลัวอะไรนักหนา อย่างน้อยวันนี้ข้าก็ทำให้จางเหว่ยต้องไปนอนกินข้าวแดงในคุกเย็นได้ตั้ง 1 เดือน ช่วงเวลานี้แหละคือโอกาสทองของเรา"
"โอกาสทอง?" หลิวเหมยเลิกคิ้ว
"ใช่... โอกาสในการกอบโกย!"
หลินอี้กระซิบเสียงเบา
"ตอนนี้ชื่อเสียงข้ากำลังดัง ถ้าข้าขายอะไร คนก็ต้องสนใจ จริงไหม?"
หลิวเหมยส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
"ในหัวเจ้ามีแต่เรื่องเงินทองหรือไง?"
"เงินคือพระเจ้า ศิษย์พี่หญิง"
หลินอี้ตอบหน้าตาย
"ไม่มีเงินก็ซื้อยาไม่ได้ ไม่มียาก็ฝึกช้า ฝึกช้าก็โดนคนอื่นรังแก วงจรอุบาทว์ที่เจ้าก็น่าจะรู้ดี"
ขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินฝ่าฝูงชนออกไป ชายร่างท้วมคนหนึ่งก็เบียดเสียดแทรกตัวเข้ามาขวางหน้าพวกเขาไว้
ชายคนนี้มีรูปร่างอ้วนกลมราวกับลูกบอลที่กลิ้งได้ ใบหน้ายิ้มแย้มจนตาหยีแทบมองไม่เห็นลูกตา สวมชุดศิษย์สายนอกที่ดูคับติ้วจนน่ากลัวว่ากระดุมจะดีดออกมาใส่ตาคนดู บนนิ้วมือสวมแหวนหยกราคาแพงหลายวง บ่งบอกฐานะที่ไม่ธรรมดา
"คารวะศิษย์พี่หลิน! คารวะศิษย์พี่หญิงหลิว!"
ชายอ้วนประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม พุงกระเพื่อมตามจังหวะการก้ม
"ข้าน้อยมีนามว่า จางฟู่กุ้ย หรือเรียกข้าว่า อ้วนจาง ก็ได้ขอรับ"
หลินอี้หรี่ตามอง ใช้เนตรแห่งความจริงตรวจสอบทันที
[เป้าหมาย: จางฟู่กุ้ย (อ้วนจาง)]
[ระดับ: รวบรวมลมปราณ ขั้น 4]
[อาชีพแฝง: พ่อค้าตลาดมืด, แหล่งข่าวเคลื่อนที่]
[สถานะ: สนใจในผลประโยชน์, เห็นแววทำเงิน]
[ความสามารถพิเศษ: จมูกไวเรื่องเงินทอง, ต่อรองราคาระดับเทพ]
โอ้... เจอของดีเข้าให้แล้ว หลินอี้ยิ้มมุมปาก
"มีธุระอะไรหรือศิษย์น้องจาง?" หลินอี้ถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นกันเองขึ้นมาทันที
อ้วนจางขยับเข้ามาใกล้ กระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สามคน
"ข้าน้อยประทับใจในวีรกรรมของท่านมาก โดยเฉพาะตอนที่ท่านตบหน้าลูกน้องของจางเหว่ย... คือว่า ข้าน้อยทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ อยู่ในสำนัก พอจะดูออกว่าท่านมีของดีติดตัวกลับมาจากภารกิจเยอะแยะ... สนใจจะเปลี่ยนมันเป็นหินวิญญาณไหมขอรับ?"
หลินอี้เลิกคิ้ว "เจ้าดูออก?"
"แหะๆ พ่อค้าที่ดีย่อมต้องมีตาที่มองเห็นกำไรขอรับ"
อ้วนจางหัวเราะร่า
"และข้าได้ยินมาว่าท่านมีปัญหากับสมาคมโอสถของจางเหว่ย... บังเอิญว่าข้าเองก็ไม่ค่อยถูกชะตากับพวกผูกขาดตลาดเหมือนกัน ถ้าเราร่วมมือกัน..."
หลินอี้มองเจ้าอ้วนตรงหน้าอย่างพิจารณา หมอนี่ฉลาด กล้าเสี่ยง และดูเหมือนจะมีเครือข่ายกว้างขวาง การจะเอาของโจรหรือสมุนไพรจำนวนมากไปปล่อยขายเองมันเสี่ยงและเสียเวลา ถ้ามีนายหน้าคอยจัดการให้...
"น่าสนใจ..."
หลินอี้ตบไหล่อ้วนจางเบาๆ
"คืนนี้ ยามสาม เจอกันที่ป่าไผ่หลังหอพักข้า อย่าให้ใครเห็นล่ะ"
"รับทราบขอรับลูกพี่!"
อ้วนจางยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ รีบโค้งคำนับแล้วกลิ้ง... เอ้ย เดินหายไปในฝูงชนอย่างรวดเร็ว
หลิวเหมยมองตามหลังอ้วนจางไปแล้วหันมาดุหลินอี้
"เจ้าจะไปยุ่งกับคนพวกนี้จริงๆ หรือ? อ้วนจางขึ้นชื่อเรื่องความหน้าเลือดนะ ใครๆ ก็รู้ว่าเขาค้ากำไรเกินควร"
"หน้าเลือดสิดี ข้าชอบ"
หลินอี้หัวเราะ
"คนหน้าเลือดมักจะรักษาผลประโยชน์เก่ง ตราบใดที่ผลประโยชน์ของเราตรงกัน เขาก็จะเป็นพันธมิตรที่ไว้ใจได้ที่สุด"
เขาหันมาสบตากับหลิวเหมย
"ส่วนท่าน ศิษย์พี่หญิง... ดีหมีอัคนีที่ได้มา ท่านคงต้องรีบเอาไปใช้แล้วล่ะ ข้าสัมผัสได้ว่าลมปราณของท่านกำลังปั่นป่วน คงใกล้จะทะลวงด่านแล้วใช่ไหม?"
หลิวเหมยชะงัก พยักหน้าเบาๆ
"ใช่... ข้าติดอยู่ที่ขั้น 7 มานานแล้ว ถ้าได้ดีหมีนี้ ข้าน่าจะทะลวงขึ้นขั้น 8 ได้"
"งั้นก็รีบไปเถอะ"
หลินอี้โบกมือไล่
"ไม่ต้องห่วงข้า ข้าดูแลตัวเองได้... อ้อ แล้วก็อย่าลืมนะ ความลับของข้า..."
"ข้ารู้แล้วน่า"
หลิวเหมยหน้าขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อยเมื่อนึกถึงบทสนทนาบนเรือเหาะ
"ข้าไม่พูดหรอก... เจ้าเองก็ระวังตัวด้วย จางเหว่ยไม่อยู่ก็จริง แต่ลูกสมุนของมันยังมีอีกเยอะ"
พูดจบนางก็ใช้วิชาตัวเบากระโดดหายไปทางหอพักหญิง ทิ้งให้หลินอี้ยืนยิ้มอยู่คนเดียวท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็น
...
หลินอี้กลับมาถึงกระท่อมของตัวเอง ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงฟางเก่าๆ อย่างหมดแรง วันนี้เขาใช้พลังงานไปมาก ทั้งการต่อสู้ การใช้สมอง และการแสดงละครตบตาคนทั้งศาล
"ระบบ... สรุปสถานะล่าสุดหน่อย"
[ติ๊ง! สถานะปัจจุบัน]
[ชื่อ: หลินอี้]
[ระดับ: รวบรวมลมปราณ ขั้น 6]
[แต้มความเกรียน: 4,500 แต้ม]
[ทักษะ: ฝ่ามือตบเกรียน (ระดับ 2), ย่างก้าวแมลงสาบ (สมบูรณ์แบบ), วาจาสิทธิ์ (ระดับต่ำ - ปลดล็อกใหม่!), เนตรแห่งความจริง (ระดับ 1)]
[ไอเทมสำคัญ: คัมภีร์กลืนกินฟ้าดิน, ป้ายคำสั่งหน่วยพยัคฆ์ดำ]
"วาจาสิทธิ์?" หลินอี้ดีดตัวลุกขึ้นนั่ง "ได้มาตอนไหนเนี่ย?"
[ระบบ: ได้รับจากการปลดล็อกฉายา 'ทนายปากปีศาจ']
[ความสามารถ: คำพูดของท่านจะมีน้ำหนักมากขึ้น 20% สามารถโน้มน้าวใจคน หรือทำให้ศัตรูไขว้เขวได้ง่ายขึ้น]
"แจ่ม!"
หลินอี้ตบเข่าฉาด
"สกิลสำหรับพ่อค้าชัดๆ"
...
คืนนั้น เวลาล่วงเลยเข้าสู่ยามสาม
พระจันทร์ครึ่งเสี้ยวลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้า ป่าไผ่หลังกระท่อมของหลินอี้เงียบสงัด มีเพียงเสียงใบไผ่เสียดสีกันเบาๆ ตามแรงลม
เงาร่างท้วมๆ เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วผิดรูปร่าง ลัดเลาะเข้ามาจนถึงจุดนัดพบ
"ลูกพี่หลิน... มาหรือยังขอรับ?" อ้วนจางกระซิบถามความว่างเปล่า
"มานานแล้ว... เจ้านั่นแหละมาช้า"
เสียงตอบรับดังมาจากบนยอดไผ่ อ้วนจางเงยหน้าขึ้น เห็นหลินอี้นั่งไขว่ห้างอยู่บนกิ่งไผ่ที่ไหวเอนไปมาอย่างน่าหวาดเสียว แต่เขากลับนั่งนิ่งราวกับรูปปั้น
หลินอี้กระโดดลงมายืนต่อหน้าอ้วนจางอย่างไร้เสียง
"เอาล่ะ เข้าเรื่องกันเลย"
หลินอี้ไม่อ้อมค้อม เขาหยิบถุงสมบัติที่ยึดมาจากพวกนักฆ่าและสมบัติที่หาได้จากป่าหมอกอสูรออกมาเทลงบนพื้นดิน
"สมุนไพรวิญญาณระดับต่ำ 50 ต้น, ระดับกลาง 20 ต้น, เขี้ยวงูยักษ์, หนังหมูป่าขนเหล็ก, อาวุธระดับต่ำ 10 ชิ้น... และนี่ ไฮไลท์ของงาน"
หลินอี้หยิบขวดกระเบื้องสีขาวออกมา 3 ขวด
"ยาฟื้นฟูสูตรพิเศษที่ข้าปรุงเอง... ข้าตั้งชื่อมันว่าน้ำทิพย์คืนชีวา สรรพคุณดีกว่ายาของสมาคมโอสถ 2 เท่า แต่ข้าจะขายในราคาเท่ากัน"
อ้วนจางตาโตเท่าไข่ห่าน หยิบขวดมาเปิดดมกลิ่น
"กลิ่นหอมบริสุทธิ์มาก! ไม่มีกลิ่นเหม็นไหม้เหมือนยาเกรดต่ำทั่วไป... ลูกพี่ ท่านปรุงเองจริงหรือ?"
"ข้าดูเหมือนคนขี้โม้หรือไง?"
หลินอี้ถามกลับ (แม้ในใจจะตอบว่า ใช่ ก็ตาม) จริงๆ แล้วเขาใช้ระบบช่วยวิเคราะห์และกลั่นยาสมุนไพรที่ได้มาจนบริสุทธิ์ต่างหาก
"สุดยอด!"
อ้วนจางคำนวณตัวเลขในหัวอย่างรวดเร็ว
"ของพวกนี้... ถ้าปล่อยในตลาดมืดช่วงนี้ที่คนกำลังเตรียมสอบเลื่อนขั้น ข้าการันตีว่าฟันกำไรได้ไม่ต่ำกว่า 2,000 หินวิญญาณ!"
"ดี" หลินอี้ยิ้ม "ข้าแบ่งให้เจ้า 3 ส่วน ข้าเอา 7 ส่วน ตกลงไหม?"
"3 ส่วน..."
อ้วนจางลังเลเล็กน้อย ปกติเขาหักค่านายหน้า 4-5 ส่วน แต่เมื่อมองเห็นศักยภาพของหลินอี้และยาคุณภาพสูงพวกนี้ เขาก็ตัดสินใจกัดฟันพยักหน้า
"ตกลงขอรับ! 3 ส่วนก็ 3 ส่วน! ถือว่าซื้อใจลูกพี่!"
"ฉลาดมากเจ้าอ้วน"
หลินอี้ตบไหล่เขา
"เชื่อข้าเถอะ ตามข้ามา แล้วเจ้าจะได้นับเงินจนนิ้วล็อก"
"แต่ว่าลูกพี่..." อ้วนจางทำหน้ากังวล "สมาคมโอสถของจางเหว่ย ผูกขาดตลาดยาในสำนักมานาน ถ้าเราเอาของดีราคาถูกไปตัดหน้าพวกมัน พวกมันไม่ยอมแน่"
"ข้าก็รอให้พวกมันไม่ยอมอยู่นี่แหละ"
หลินอี้แสยะยิ้ม แววตาเป็นประกายวาวโรจน์
"ธุรกิจที่ดี มันต้องมีการแข่งขัน... และถ้าคู่แข่งเล่นสกปรก เราก็แค่ต้องสกปรกกว่า จริงไหม?"
อ้วนจางกลืนน้ำลายเอือก มองรอยยิ้มของหลินอี้แล้วรู้สึกหนาวสันหลังวาบ แต่ในขณะเดียวกัน เลือดพ่อค้าในกายเขาก็เดือดพล่าน
การปฏิวัติวงการค้ายาในสำนักชิงหยุน กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!