ข่าวแดนลับ

แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบซากปรักหักพังของป่าไผ่หลังกระท่อม

อ้วนจางค่อยๆ มุดออกมาจากใต้เตียงด้วยสภาพเนื้อตัวสั่นเทา เขาใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าจะรวบรวมความกล้าเดินข้ามกองร่างไร้วิญญาณของเหล่านักฆ่าออกมาหาหลินอี้ที่นั่งพิงโคนต้นไผ่อย่างหมดสภาพ

"ลูก... ลูกพี่ ท่านยังไม่ตายใช่ไหม?"

อ้วนจางถามเสียงเครือ น้ำตาคลอเบ้า

หลินอี้ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ใบหน้าซีดเซียวแต่ยังคงมีรอยยิ้มกวนประสาทประดับอยู่มุมปาก

"ตาย? คนอย่างข้าหนังเหนียวจะตายไป ยมบาลยังไม่อยากรับเลยเพราะกลัวข้าไปป่วนนรกแตก"

เขาพยายามยันกายลุกขึ้น แต่ความเจ็บปวดจากอาการบอบช้ำภายในทำให้ต้องนิ่วหน้า

การปะทะกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อกำเนิดครึ่งก้าว แม้จะใช้เล่ห์เหลี่ยมและไอเทมช่วยสารพัด แต่ความห่างชั้นของพลังกายก็ยังเป็นของจริง

"มาช่วยข้าหน่อยเจ้าอ้วน"

หลินอี้ยื่นมือไปหา

อ้วนจางรีบวิ่งเข้ามาพยุงหลินอี้ให้ลุกขึ้น แล้วพาเดินกลับเข้าไปนั่งพักในกระท่อมที่สภาพดูไม่จืด

"แล้วพวกข้างนอกนั่น..."

อ้วนจางชี้มือไปที่กองศพ

"ค้นตัวให้หมด"

หลินอี้สั่งการทันที

"เก็บแหวนมิติ อาวุธ เงิน และของมีค่าทุกอย่าง อย่าให้เหลือแม้แต่กางเกงใน... เอ้ย กางเกงในไม่ต้อง เอาแค่ของมีค่าพอ จากนั้นก็ลากพวกมันไปทิ้งที่หน้าผาทิ้งขยะ ให้เป็นอาหารแร้งกาซะ"

อ้วนจางพยักหน้ารับคำสั่ง แม้จะหวาดกลัว แต่ความงกและเลือดพ่อค้าก็ทำให้เขากล้าลงมือค้นศพอย่างคล่องแคล่ว

หลินอี้นั่งขัดสมาธิบนเตียงที่เหลือแต่โครงไม้ หยิบยารักษาแผลระดับสูงที่ปรุงเองขึ้นมากิน แล้วเริ่มเดินลมปราณรักษาอาการบาดเจ็บ

[ติ๊ง! ตรวจพบอาการบาดเจ็บภายในระดับปานกลาง]

[เริ่มกระบวนการฟื้นฟูอัตโนมัติด้วย 'คัมภีร์กลืนกินฟ้าดิน']

พลังปราณอุ่นวาบไหลเวียนไปทั่วร่าง ซ่อมแซมเส้นชีพจรที่เสียหายอย่างรวดเร็ว

ผ่านไป 1 ชั่วยาม

หลินอี้ลืมตาขึ้น สีหน้ากลับมามีเลือดฝาดอีกครั้ง แม้พลังจะยังไม่เต็มร้อย แต่ก็พ้นขีดอันตรายแล้ว

"จางเหว่ย..."

หลินอี้พึมพำชื่อศัตรูคู่อาฆาต

"หนีไปได้แถมยังทิ้งคำขู่ไว้อีก... การที่มันมี 'อาจารย์' หนุนหลัง หมายความว่าครั้งหน้ามันจะไม่มาคนเดียว และอาจจะมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อกำเนิดตัวจริงมาด้วย"

สถานการณ์ตอนนี้อันตรายกว่าเดิมหลายเท่า

ลำพังแค่เงินทองและไอเทมจากระบบ อาจจะไม่เพียงพอที่จะรับมือกับอำนาจมืดของผู้อาวุโสสูงสุดได้ เขาจำเป็นต้องแข็งแกร่งขึ้น... ต้องทะลวงสู่ระดับก่อกำเนิดให้ได้โดยเร็วที่สุด!

"ลูกพี่! เสร็จแล้วขอรับ!"

อ้วนจางวิ่งเข้ามารายงาน พร้อมวางกองสมบัติขนาดย่อมลงตรงหน้า

"ได้หินวิญญาณมารวมๆ 3,000 ก้อน อาวุธระดับต่ำ 10 เล่ม และป้ายหยกแปลกๆ อีก 2-3 อันขอรับ"

"ดีมาก เก็บหินวิญญาณไว้เป็นทุนหมุนเวียนร้าน ส่วนอาวุธเอาไปขายทิ้งซะ"

หลินอี้สั่งการ

"แล้วเราจะเอายังไงต่อดีขอรับ? จางเหว่ยมันต้องกลับมาแน่ๆ คราวนี้ร้านค้าปากแจ๋วของเราคง..."

"ร้านค้าปากแจ๋วจะต้องปิดตัวชั่วคราว"

หลินอี้ตัดสินใจเด็ดขาด

"เจ้าเอาเงินทุนทั้งหมดไปกว้านซื้อสมุนไพรและของจำเป็น แล้วหาที่กบดานเงียบๆ สักพัก ข้าเองก็ต้องเก็บตัวฝึกวิชาเหมือนกัน"

"รับทราบขอรับ!"

...

เช้าวันรุ่งขึ้น

เสียงระฆังทองคำของสำนักชิงหยุนดังกังวานไปทั่วเทือกเขา ปลุกเหล่าศิษย์ที่กำลังหลับใหลให้ตื่นขึ้น

แก๊งงง! แก๊งงง! แก๊งงง!

เสียงระฆังดังต่อเนื่องถึง 9 ครั้ง เป็นสัญญาณของการเรียกประชุมใหญ่ที่มีความสำคัญระดับสูงสุด

หลินอี้เดินออกมาจากกระท่อม มองไปทางยอดเขาหลักด้วยสายตาครุ่นคิด

"ระฆัง 9 ครั้ง? มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นงั้นเหรอ?"

เขาเปลี่ยนชุดเป็นเครื่องแบบศิษย์สายนอกที่สะอาดสะอ้าน (ชุดใหม่ที่เพิ่งซื้อ) แล้วมุ่งหน้าไปยังลานกว้างหน้าหอประชุมใหญ่

เมื่อไปถึง ก็พบว่ามีศิษย์สายนอกนับพันคนมารวมตัวกันแน่นขนัด ทุกคนต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่

"เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงเรียกประชุมด่วน?"

"หรือว่าจะมีสงครามระหว่างสำนัก?"

"ข้าได้ยินข่าวลือมาว่า... แดนลี้ลับกำลังจะเปิด!"

ทันใดนั้น ผู้อาวุโสสูงสุดฝ่ายนอก (คนละคนกับอาจารย์ของจางเหว่ย) ก็เดินออกมาที่แท่นปราศรัย ยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบ

"เงียบ!"

เสียงอันทรงพลังสะกดให้ลานกว้างเงียบกริบในพริบตา

"ที่เรียกพวกเจ้ามาในวันนี้ เพราะทางสำนักมีประกาศสำคัญ..."

ผู้อาวุโสกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะประกาศด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน

"อีก 7 วันข้างหน้า... แดนลี้ลับวารีพิสุทธิ์ จะเปิดออก!"

เสียงฮือฮาดังกระหึ่มขึ้นทันที

"แดนลี้ลับวารีพิสุทธิ์! ตำนานว่าเป็นสถานที่ฝึกฝนของบรรพชน!"

"ว่ากันว่าข้างในมีสมุนไพรวิญญาณหายากและสัตว์อสูรธาตุน้ำจำนวนมหาศาล!"

"ที่สำคัญคือ... มีโอกาสได้รับ 'หยาดวารีพิสุทธิ์' ที่ช่วยเพิ่มโอกาสทะลวงด่านก่อกำเนิด!"

หลินอี้หูผึ่งทันที

'หยาดวารีพิสุทธิ์? เพิ่มโอกาสทะลวงด่านก่อกำเนิด?'

นี่มัน... สิ่งที่เขาต้องการที่สุดในตอนนี้!

ผู้อาวุโสประกาศต่อ

"แดนลี้ลับนี้เปิดเพียงครั้งเดียวในรอบ 10 ปี และจำกัดเฉพาะศิษย์ที่มีระดับพลังตั้งแต่ รวบรวมลมปราณ ขั้น 7 ขึ้นไปเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์เข้าร่วมคัดเลือก!"

"หา! ขั้น 7?"

เสียงโอดครวญดังขึ้นจากศิษย์ส่วนใหญ่ที่ระดับไม่ถึง

"การคัดเลือกจะเริ่มขึ้นในอีก 3 วัน ผู้ชนะ 100 คนแรก จะได้รับสิทธิ์เข้าสู่แดนลี้ลับ เพื่อแย่งชิงทรัพยากรและสร้างชื่อเสียงให้สำนัก!"

หลินอี้ยืนนิ่ง คำนวณในใจอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้เขาอยู่ขั้น 6... อีกนิดเดียวก็จะถึงขั้น 7

ถ้าเขาเข้าไปในแดนลี้ลับได้ ไม่เพียงแต่จะได้ทรัพยากรมาอัปเกรดตัวเอง แต่ยังเป็นโอกาสดีที่จะหลบหนีจากการตามล่าของจางเหว่ยชั่วคราว และอาจจะ... ใช้สถานที่นั้นเป็นหลุมฝังศพให้ศัตรู

[ติ๊ง! ภารกิจหลักบทใหม่: ชิงตั๋วเข้าแดนลี้ลับ]

[รายละเอียด: ทะลวงสู่ขั้น 7 ภายใน 3 วัน และติดอันดับ 1 ใน 100 ของการคัดเลือก]

[รางวัล: แผนที่ลับของแดนวารีพิสุทธิ์ และ กล่องสุ่มระดับกลาง 1 ใบ]

หลินอี้แสยะยิ้ม แววตาเป็นประกายวาวโรจน์

"3 วัน... กับการเลื่อน 1 ขั้น"

เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับคนที่มี "คัมภีร์กลืนกินฟ้าดิน" และ "หินวิญญาณ" กองพะเนิน... มันคือเรื่องหมูๆ

"จางเหว่ย... ถ้าเจ้าแน่จริง ก็ตามข้าเข้าไปในแดนลี้ลับสิ"

หลินอี้หันหลังเดินกลับกระท่อมด้วยความมุ่งมั่น

เป้าหมายต่อไปชัดเจนแล้ว... ยึดครองแดนลี้ลับ แล้วกลับมาตบหน้าทุกคนที่เคยดูถูกเขา!

ตอนก่อน

จบบทที่ ข่าวแดนลับ

ตอนถัดไป