ทางลัดคนรวย

ถ้ำร้างหลังน้ำตกตระกูลจาง (สถานที่ลับที่อ้วนจางแอบขโมยแผนที่มาจากพ่อ)

หลินอี้นั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหินที่ชื้นแฉะ เบื้องหน้าของเขามีกองภูเขาขนาดย่อมที่ส่องแสงระยิบระยับจนแสบตา

มันคือหินวิญญาณจำนวน 3,000 ก้อน ที่ได้มาจากการปล้นนักฆ่าและกำไรจากการขายยา

"3 วัน... กับการเลื่อนจากขั้น 6 ไปขั้น 7"

หลินอี้หยิบหินวิญญาณขึ้นมาเดาะเล่น

"สำหรับคนทั่วไป อาจต้องใช้เวลาเป็นปี แต่สำหรับคนรวยที่มีสูตรโกงอย่างข้า... มันก็แค่เรื่องของการเผาผลาญ"

เขาหลับตาลง สั่งการในใจ

"ระบบ! เปิดใช้งานคัมภีร์กลืนกินฟ้าดินเต็มกำลัง! ดูดซับพลังงานจากหินวิญญาณทั้งหมดในรัศมี 3 เมตร!"

[รับทราบ!]

[คำเตือน: ปริมาณพลังงานอาจเกินขีดจำกัดที่ร่างกายรับไหว ท่านแน่ใจหรือไม่?]

"จัดไป! ร่างกายไม่ไหวเดี๋ยวค่อยกกินยารักษาเอา!"

สิ้นเสียงสั่งการ ร่างกายของหลินอี้ก็กลายเป็นหลุมดำขนาดจิ๋ว แรงดูดมหาศาลพวยพุ่งออกมาจากจุดตันเถียน

วูบ!

หินวิญญาณนับพันก้อนเริ่มสั่นสะเทือน ก่อนจะแตกละเอียดกลายเป็นละอองแสงสีฟ้า พุ่งเข้าใส่ร่างของหลินอี้ราวกับพายุ

"อึก!"

หลินอี้กัดฟันกรอด ความเจ็บปวดจากการถูกอัดฉีดพลังงานจำนวนมหาศาลเข้าสู่เส้นชีพจรในคราวเดียว มันเหมือนกับการเอาสายดับเพลิงมายัดใส่ปากแล้วเปิดน้ำแรงสุด

เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามผิวหนัง ผิวเริ่มปริแตกจนเลือดซึม

[แจ้งเตือน: ความเสียหายทางกายภาพ 30 เปอร์เซ็นต์]

[เริ่มกระบวนการซ่อมแซมและขยายจุดชีพจร]

หลินอี้รีบหยิบยาฟื้นฟูเกรดสูงที่เตรียมไว้กรอกใส่ปากทันที

"กินเข้าไป! ดูดเข้าไป!"

พลังทำลายและพลังรักษาตีกันยุ่งเหยิงในร่างกาย แต่ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ระดับลมปราณของเขากำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

เวลาผ่านไป 1 วัน... 2 วัน...

กองหินวิญญาณที่เคยสูงท่วมหัว บัดนี้กลายเป็นเพียงกองฝุ่นสีเทาไร้ค่า

ร่างของหลินอี้สงบนิ่งราวกับรูปปั้น รัศมีพลังรอบตัวหมุนวนอย่างสม่ำเสมอ

ทันใดนั้น!

ปัง!

เสียงระเบิดดังขึ้นจากภายในร่าง คลื่นกระแทกพัดฝุ่นผงในถ้ำกระจายว่อน

หลินอี้ลืมตาขึ้น นัยน์ตาสาดประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้าก่อนจะจางหายไป

[ยินดีด้วย!]

[ท่านได้ทะลวงขีดจำกัดสำเร็จ!]

[ระดับปัจจุบัน: รวบรวมลมปราณ ขั้น 7]

"สำเร็จ..."

หลินอี้กำหมัด แน่น สัมผัสได้ถึงพละกำลังที่เอ่อล้นมากกว่าเดิมหลายเท่า

ขั้น 7 คือจุดแบ่งแยกระหว่างศิษย์ระดับกลางและระดับสูง สิ่งที่แตกต่างที่สุดคือ พลังปราณสามารถส่งออกมาภายนอกร่างกายเพื่อโจมตีระยะไกลได้แล้ว (ปล่อยคลื่นดาบ หรือ ฝ่ามือลมปราณ)

"หินวิญญาณ 3,000 ก้อน แลกกับ 1 ขั้น..."

หลินอี้มองกองฝุ่นแล้วปาดเหงื่อ

"เป็นการอัปเลเวลที่แพงบรรลัยเลยแฮะ ถ้าเป็นคนอื่นคงใช้เงินนี้อยู่ได้สบายไป 10 ปี"

แต่เขาก็ไม่เสียดาย เพราะสิ่งที่ได้กลับมาคือความแข็งแกร่งที่จะใช้เอาชีวิตรอด

"เหลือเวลาอีก 1 วันก่อนการคัดเลือก..."

หลินอี้ลุกขึ้นยืน หยิบดาบสั้นระดับกลางออกมา

"ขั้น 7 อย่างเดียวอาจไม่พอ... ข้าต้องฝึก เพลงดาบอัสนีไร้เงา ให้คล่องกว่านี้"

เขาเริ่มร่ายรำเพลงดาบภายในถ้ำแคบๆ

ฟึ่บ! ฟึ่บ!

เงาดาบวูบไหวรวดเร็วจนมองไม่ทัน ประกายสายฟ้าแลบแปลบปลาบทุกครั้งที่วาดดาบออกไป

"เร็วได้อีก! ต้องเร็วกว่านี้!"

หลินอี้ฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งโดยไม่หยุดพัก จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น

...

ลานประลองกลางสำนักชิงหยุน

วันนี้ลานกว้างเนืองแน่นไปด้วยศิษย์สายนอกนับพันคน บรรยากาศคึกคักและเต็มไปด้วยความตึงเครียด

ตรงกลางลานมีเวทีประลองย่อย 10 เวทีตั้งเรียงราย บนอัฒจันทร์มีเหล่าผู้อาวุโสนั่งชมการคัดเลือกอย่างใกล้ชิด

"การคัดเลือกเข้าสู่แดนลี้ลับวารีพิสุทธิ์ จะเริ่มขึ้น ณ บัดนี้!"

กรรมการประกาศเสียงดัง

"กติกาคือ... การประลองแบบแพ้คัดออก! ผู้ที่ยืนหยัดอยู่บนเวทีเป็น 100 คนสุดท้าย จะได้รับสิทธิ์!"

เสียงเชียร์ดังกระหึ่ม

ที่มุมหนึ่งของสนาม หลิวเหมยในชุดศิษย์สีขาวสะอาดตายืนกอดอกมองหาใครบางคนด้วยสีหน้ากังวล

"เจ้าบ้านั่น... หายไปไหนนะ? หรือว่าจะมาไม่ทัน?"

"มองหาใครอยู่หรือจ๊ะน้องสาว?"

เสียงยียวนที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหู

หลิวเหมยสะดุ้ง หันขวับไปมอง เห็นหลินอี้ยืนยิ้มแฉ่งอยู่ข้างหลัง ในชุดศิษย์สายนอกตัวเก่งที่ซักจนซีด

"หลินอี้! เจ้าหายหัวไปไหนมา 3 วัน? ข้านึกว่าเจ้าโดนจางเหว่ยเก็บไปแล้ว!"

"ข้าก็แค่ไปเข้าคอร์สเก็บตัวฝึกวิชาฉบับเร่งรัดมาน่ะ"

หลินอี้ยืดเส้นยืดสาย

"แล้วเจ้าล่ะ? ทะลวงขั้น 8 ได้หรือยัง?"

หลิวเหมยพยักหน้า รัศมีพลังรอบตัวนางเข้มข้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

"ด้วยดีหมีของเจ้า ข้าทำสำเร็จแล้ว"

"เยี่ยม! งั้นวันนี้เรามาช่วยกันกวาดรางวัลให้เกลี้ยงสำนักกันเถอะ"

ทันใดนั้น เสียงประกาศเรียกชื่อก็ดังขึ้น

"คู่ที่ 1 เวทีที่ 3... หลินอี้ ปะทะ กวนซาน!"

เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบสนาม

"หลินอี้? ไอ้คนปากแจ๋วนั่นน่ะเหรอ?"

"กวนซานมันอยู่ขั้น 7 เชียวนะ! แถมยังเป็นลูกน้องมือขวาของจางเหว่ยด้วย!"

"ซวยแล้วหลินอี้ งานนี้เละแน่!"

หลินอี้ได้ยินชื่อคู่ต่อสู้แล้วก็ยิ้มมุมปาก

"กวนซาน... ลูกน้องจางเหว่ยงั้นเหรอ?"

เขาเดินขึ้นเวทีประลองอย่างช้าๆ ท่ามกลางสายตาดูแคลนของคนที่ไม่รู้ความจริง

บนเวที ชายร่างยักษ์ถือกระบองเหล็กยืนรออยู่ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม

"หลินอี้... ศิษย์พี่จางฝากความคิดถึงมาให้เจ้า"

กวนซานกระซิบเสียงเหี้ยม

"เขาบอกให้ข้า หักแขนขาเจ้าทีละข้าง ก่อนจะเตะลงจากเวที"

หลินอี้ทำท่าแคะขี้หู แล้วเป่าลมเบาๆ

"ศิษย์พี่จางนี่ขี้เหงาจังนะ... ส่งแต่ของเล่นราคาถูกมาให้ข้าเล่นด้วยอยู่เรื่อย"

"เจ้าว่าใครเป็นของเล่น!"

กวนซานคำราม ระเบิดพลังขั้น 7 ออกมา "ตายซะ!"

กระบองเหล็กหวดลงมาด้วยแรงมหาศาล แหวกอากาศเสียงดังหวีดหวิว

ผู้คนหลับตาปี๋ ไม่อยากเห็นภาพหลินอี้โดนทุบเละ

แต่ทว่า...

เปรี้ยง!

เสียงปะทะดังสนั่น... แต่หลินอี้ไม่ได้ขยับตัวหลบแม้แต่น้อย

เขาเพียงแค่ยกดาบสั้นขึ้นรับกระบองยักษ์นั้นไว้ด้วยมือเดียว!

"อะ... อะไรกัน!?"

กวนซานตาถลน พยายามกดกระบองลงไปแต่เหมือนติดกำแพงเหล็ก

"แรงมีแค่นี้เหรอ?"

หลินอี้เงยหน้าขึ้น แววตาเปลี่ยนเป็นเย็นชา

"ถ้ามีแค่นี้... ก็ลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงซะเถอะ!"

[เปิดใช้งาน: เพลงดาบอัสนีไร้เงา]

วูบ!

หลินอี้ตวัดดาบสวนกลับเพียงครั้งเดียว

กระบองเหล็กขาดสะบั้นเป็นสองท่อน! พร้อมกับร่างของกวนซานที่ปลิวละลิ่วตกเวทีไปเหมือนว่าวสายป่านขาด

ตุบ!

ทั้งสนามเงียบกริบ...

หลินอี้สะบัดดาบเก็บเข้าฝัก แล้วหันไปมองกรรมการที่ยืนอ้าปากค้าง

"กรรมการครับ... ประกาศผลได้หรือยัง? ข้าหิวข้าวแล้ว"

ตอนก่อน

จบบทที่ ทางลัดคนรวย

ตอนถัดไป