ค่าคุ้มครอง

ทุ่งหญ้าสังหาร เขตชั้นกลางแดนลี้ลับ

เสียงเห่าหอนของฝูงหมาป่าวายุดังระงมไปทั่วบริเวณ ศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์จำนวน 15 คน ในชุดขาวเปื้อนเลือด กำลังยืนตั้งค่ายกลกระบี่หันหลังชนกันเพื่อต้านทานการโจมตีอันบ้าคลั่ง

ฝูงหมาป่าวายุมีจำนวนเกือบ 50 ตัว นำโดยจ่าฝูงระดับ 7 ที่มีความรวดเร็วดุจสายลม

"ศิษย์พี่จิน! พวกเราจะต้านไม่ไหวแล้ว!"

ศิษย์น้องคนหนึ่งตะโกนร้อง แขนข้างซ้ายอาบไปด้วยเลือด

จินหยางศิษย์เอกของสำนักกระบี่สวรรค์ กัดฟันแน่น กระบี่ในมือสั่นระริก

"อดทนไว้! ข้าส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปแล้ว เดี๋ยวคงมีคนมาช่วย!"

"แต่แถวนี้มีแต่ป่าเขานะครับ ใครจะมา..."

"โบร๋วววว!"

จ่าฝูงหมาป่าคำรามลั่น สั่งลูกฝูงให้ระดมโจมตีพร้อมกันเพื่อปิดฉาก

"จบสิ้นกัน..."

จินหยางหลับตาลง เตรียมรับชะตากรรม

ตึง!

ตึง!

ตึง!

ทันใดนั้น พื้นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีกองทัพช้างสารกำลังวิ่งตะบึงมา ต้นไม้รอบทุ่งหญ้าหักโค่นล้มระเนระนาด

ฝูงหมาป่าชะงัก หันขวับไปมองทางต้นเสียงด้วยความหวาดระแวง

"นั่นมันเสียงอะไร?"

ตูม!

พุ่มไม้ขนาดใหญ่ถูกชนกระเด็น เผยให้เห็นร่างมหึมาของจระเข้ศิลาบรรพกาลที่พุ่งออกมาพร้อมกับกองทัพสัตว์อสูรนับร้อยตัว!

จระเข้! หมูป่า! นกอินทรี!

พวกมันดาหน้าเข้ามาเหมือนคลื่นสึนามิที่มีชีวิต

"เอ๋ง!"

จ่าฝูงหมาป่าร้องเสียงหลงเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันระดับ 9 ของจระเข้ศิลา มันหางจุกตูดวิ่งหนีเป็นตัวแรก ทิ้งลูกน้องให้ยืนงงก่อนจะวิ่งแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง

วิกฤตการณ์ของสำนักกระบี่สวรรค์ถูกคลี่คลายลงในพริบตา... แต่ถูกแทนที่ด้วยความสิ้นหวังที่หนักกว่าเดิม

"จะ... จระเข้ศิลาบรรพกาล?"

จินหยางหน้าซีดเผือด ขาแข้งอ่อนแรงจนกระบี่หลุดจากมือ

"หนีเสือปะจระเข้ของจริง... พวกเราตายแน่"

แต่ทว่า กองทัพสัตว์อสูรกลับหยุดนิ่งล้อมกรอบพวกเขาไว้โดยไม่โจมตี

บนหัวของจระเข้ยักษ์จ่าฝูง ชายหนุ่มในชุดศิษย์สายนอกสำนักชิงหยุนนั่งไขว่ห้างอยู่บนบัลลังก์เถาวัลย์ มือข้างหนึ่งถือถ้วยชาที่เอามาจากไหนไม่รู้ จิบอย่างสบายอารมณ์

"สวัสดีเพื่อนร่วมโลก"

หลินอี้เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มการค้า

"ดูเหมือนพวกท่านกำลังลำบากนะ ต้องการบริการรักษาความปลอดภัยไหม?"

จินหยางเงยหน้ามองด้วยความงุนงง

"จะ... เจ้าเป็นใคร? ศิษย์สำนักชิงหยุน? แล้วสัตว์อสูรพวกนี้..."

"อ๋อ... นี่สัตว์เลี้ยงข้าเอง น่ารักใช่ไหม?"

หลินอี้ตบหัวจระเข้เบาๆ จระเข้ยักษ์คำรามตอบรับเสียงดังสนั่นจนศิษย์กระบี่สวรรค์สะดุ้งโหยง

น่ารักกับผีน่ะสิ! จินหยางคิดในใจ

"เข้าเรื่องเลยดีกว่า"

หลินอี้วางถ้วยชาลง

"ข้าช่วยชีวิตพวกท่านจากการเป็นอาหารหมาป่า ตามกฎยุทธภพแล้ว... บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ จริงไหม?"

"จะ... เจ้าต้องการอะไร?"

"ค่าคุ้มครอง"

หลินอี้ตอบสั้นๆ ชูนิ้วมือขึ้นมา 5 นิ้ว

"ข้าขอส่วนแบ่งสมุนไพรและหินวิญญาณที่พวกท่านหามาได้ทั้งหมด 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นค่าเหนื่อยให้ลูกน้องข้า"

"50 เปอร์เซ็นต์!?"

ศิษย์หญิงคนหนึ่งร้องลั่น

"นี่มันปล้นกันชัดๆ! พวกเราเสี่ยงตายแทบแย่กว่าจะได้มา!"

"ปล้น?"

หลินอี้ทำหน้าตกใจ

"อย่าใช้คำรุนแรงแบบนั้นสิแม่นาง เรียกว่าค่าธรรมเนียมการมีชีวิตรอดจะดีกว่า... อีกอย่าง ถ้าพวกข้าไม่มา ตอนนี้พวกท่านคงกลายเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ไปแล้ว ทรัพย์สิน 100 เปอร์เซ็นต์ก็คงตกเป็นของหมาป่า จริงไหม?"

[ติ๊ง! ทักษะวาจาสิทธิ์ทำงาน!]

[เพิ่มน้ำหนักความสมเหตุสมผลของการรีดไถ]

จินหยางกัดฟันกรอด เขาเป็นถึงศิษย์เอกที่มีศักดิ์ศรี แต่สถานการณ์ตอนนี้เสียเปรียบสุดขีด กองทัพสัตว์อสูรนับร้อยล้อมอยู่รอบด้าน ถ้าปฏิเสธ คงไม่รอดแน่

"ตกลง... 50 เปอร์เซ็นต์... แต่เจ้าต้องคุ้มกันพวกเราจนกว่าจะออกจากเขตป่าชั้นในนี้!"

"ดีล!"

หลินอี้ดีดนิ้ว

"ลูกพี่จระเข้ ส่งคนไปขนของ!"

หมูป่าเขี้ยวตัน 2 ตัวเดินดุ่มๆ เข้าไปหาจินหยาง ยื่นจมูกฟุดฟิดเร่งให้ส่งถุงสมบัติมา

จินหยางจำใจเทของออกจากแหวนมิติ แบ่งสมุนไพรและหินวิญญาณกองโตให้ไปครึ่งหนึ่ง

"ขอบคุณที่ใช้บริการ"

หลินอี้กวาดของทั้งหมดลงกระเป๋า

"เอาล่ะ... เพื่อเป็นการบริการหลังการขาย ข้าจะพาพวกท่านไปส่งที่เขตปลอดภัย... อ้อ แต่ระหว่างทาง ถ้าเจอสัตว์อสูรหรือสมบัติอะไร ข้าขอส่วนแบ่ง 70 เปอร์เซ็นต์นะ ถือเป็นค่าแรงนำทาง"

"เจ้า!"

จินหยางแทบกระอักเลือด

"ไม่เอาก็เดินเอง... ระวังหมาป่ากลับมานะจ๊ะ"

หลินอี้ขู่

สุดท้าย สำนักกระบี่สวรรค์อันทรงเกียรติ ก็ต้องยอมกลายสภาพเป็นลูกหาบให้กับขบวนการมาเฟียสัตว์อสูรของหลินอี้ เดินต้อยๆ ตามหลังจระเข้ยักษ์ไปอย่างน่าเวทนา

[ติ๊ง! ได้รับแต้มความเกรียน 500 แต้ม]

[ได้รับฉายา: มาเฟียแดนลี้ลับ]

หลินอี้ยิ้มกริ่ม มองดูกองทัพของตัวเองที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

"เอาล่ะ... เป้าหมายต่อไป ถ้ำค้างคาวโลหิต ที่อยู่ของมรดกบรรพชน... ใครขวางทาง พ่อจะไถให้หมดตัว!"

ตอนก่อน

จบบทที่ ค่าคุ้มครอง

ตอนถัดไป