วิหารกลางน้ำ

ใจกลางแดนลี้ลับวารีพิสุทธิ์

หลังจากใช้เวลาเดินทางกว่าครึ่งค่อนวัน กองทัพสัตว์อสูรของหลินอี้ก็มาถึงจุดหมายปลายทาง

ภาพเบื้องหน้าคือทะเลสาบขนาดมหึมาที่กว้างสุดลูกหูลูกตา น้ำในทะเลสาบใสสะอาดราวกับกระจกเงา สะท้อนภาพท้องฟ้าสีครามและหมู่เมฆสีขาว

ตรงใจกลางทะเลสาบ มีวิหารโบราณที่สร้างจากหยกขาวลอยเด่นอยู่เหนือผิวน้ำ รัศมีแสงสีรุ้งแผ่ออกมาจากตัววิหาร ปกป้องมันจากผู้บุกรุก

"นั่นไง... แหล่งกำเนิดของหยาดวารีพิสุทธิ์"

หลินอี้ชี้ดาบไปที่วิหาร

"กลิ่นอายพลังวิญญาณเข้มข้นจนแทบจะจับต้องได้ ถ้าได้เข้าไปข้างใน การเลื่อนระดับก็คงง่ายเหมือนปอกกล้วย"

จินหยางที่เดินตามหลังมาด้วยสภาพหมดแรง (เพราะต้องแบกของ) เงยหน้ามองวิหารด้วยความตะลึง

"วิหารวารีศักดิ์สิทธิ์... ตำนานเล่าว่ามันเปิดออกเฉพาะผู้ที่มีวาสนาเท่านั้น"

"วาสนา?"

หลินอี้แค่นหัวเราะ

"สำหรับข้า วาสนาคือสิ่งที่สร้างขึ้นด้วยกำปั้นและตีน... ไปกันเถอะ!"

ตึง!

ตึง!

จระเข้ศิลาบรรพกาลเดินนำขบวนลงไปในน้ำ ร่างมหึมาของมันแหวกว่ายแหวกคลื่นมุ่งหน้าสู่วิหาร โดยมีหลินอี้ยืนบัญชาการอยู่บนหัว

เมื่อเข้าใกล้ตัววิหาร หลินอี้ก็สังเกตเห็นว่าไม่ได้มีแค่พวกเขาที่อยู่ที่นี่

บริเวณลานหินรอบวิหาร (ซึ่งโผล่พ้นน้ำขึ้นมาเป็นเกาะเล็กๆ) มีกลุ่มคนจำนวนมากกำลังรวมตัวกันอยู่

"นั่นมัน... ศิษย์จากสำนักต่างๆ!"

จินหยางชี้มือ

"สำนักดาบโลหิต... สำนักบุปผาเหมันต์... และสำนักอัสนีบาต!"

ศิษย์ยอดฝีมือจาก 3 สำนักใหญ่ รวมกันกว่า 50 คน กำลังยืนล้อมรอบม่านพลังแสงสีรุ้ง พยายามหาทางทำลายมันเข้าไป

ตูม!

เปรี้ยง!

เสียงระเบิดดังขึ้นเมื่อศิษย์สำนักอัสนีบาตใช้ค้อนสายฟ้าทุบใส่กำแพงแสง แต่กำแพงนั้นกลับไม่สะเทือนแม้แต่น้อย แถมยังสะท้อนแรงกลับจนคนทุบกระเด็นถอยหลัง

"บ้าเอ๊ย! แข็งชะมัด!"

ชายร่างยักษ์ผู้ถือค้อนสบถ

"เราโจมตีมาเป็นชั่วโมงแล้วนะ รอยขีดข่วนยังไม่มีเลย!"

"หลบไปไอ้พวกโง่!"

เสียงหวานแต่เย็นชาดังขึ้น หญิงสาวในชุดขาวจากสำนักบุปผาเหมันต์เดินออกมา

"ใช้กำลังอย่างเดียวมันไม่ได้ผลหรอก มันต้องใช้ปัญญา"

นางร่ายรำกระบี่ สร้างวงเวทย์น้ำแข็งขึ้นมา หวังจะแช่แข็งม่านพลัง

แก๊ก... แก๊ก...

น้ำแข็งเกาะตัวขึ้นบนม่านพลังเพียงครู่เดียว ก่อนจะละลายหายไปในพริบตา

"อะไรกัน!?"

หญิงสาวหน้าถอดสี

ในขณะที่ทุกคนกำลังหมดหวัง เสียงคำรามกึกก้องก็ดังมาจากทางทะเลสาบ

โฮก!!!!

ทุกคนหันขวับไปมอง แล้วก็ต้องเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ

สัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ที่ดูเหมือนเกาะเคลื่อนที่กำลังว่ายตรงเข้ามาหาพวกเขา และบนหัวของมัน... มีชายหนุ่มท่าทางกวนประสาทกำลังนั่งจิบชาอยู่

"เฮ้! พวกนายทำอะไรกันอยู่น่ะ? จัดปาร์ตี้รอบกองไฟเหรอ?"

หลินอี้ตะโกนทักทายผ่านโทรโข่งอัดพลังปราณ

"นะ... นั่นมันตัวบ้าอะไร!?"

ศิษย์สำนักดาบโลหิตคนหนึ่งชี้มือสั่นระริก

"จระเข้ศิลาบรรพกาล! สัตว์อสูรระดับ 9! หนีเร็ว!"

ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที หลายคนเตรียมจะกระโดดน้ำหนี

"ใจเย็นๆ สหาย!"

หลินอี้กระโดดลงจากหัวจระเข้ ลงมายืนบนลานหินอย่างนิ่มนวล

"พี่จระเข้เขาเชื่องจะตาย... ถ้าพวกเจ้าไม่ทำตัวน่ารำคาญน่ะนะ"

เขาตบหัวจระเข้ยักษ์เบาๆ มันคำรามในลำคอเหมือนแมวคราง (ที่เสียงดังเท่าฟ้าร้อง)

"เจ้าเป็นใคร?"

หญิงสาวจากสำนักบุปผาเหมันต์ถามเสียงเข้ม กระบี่ในมือชี้มาทางเขา

"ศิษย์สำนักชิงหยุน?"

"ถูกต้องแม่นางคนสวย"

หลินอี้โค้งคำนับแบบกวนๆ

"ข้าชื่อหลินอี้... ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปิดประตูและสะเดาะกุญแจ เห็นพวกท่านกำลังลำบาก ข้าเลยแวะมาเสนอความช่วยเหลือ"

"ช่วยเหลือ?"

ชายร่างยักษ์จากสำนักอัสนีบาตหัวเราะเยาะ

"เด็กระดับ 6 อย่างเจ้าเนี่ยนะ? ขนาดพวกข้าระดับ 8-9 ยังทำอะไรไม่ได้ เจ้าจะไปทำอะไรได้!"

"นั่นสิ"

หลินอี้เดินเข้าไปใกล้ม่านพลัง

"คนระดับ 8-9 ใช้กำลังยังเปิดไม่ได้... บางทีมันอาจจะไม่ได้ต้องการกำลังก็ได้นะ"

เขาหันมายิ้มให้ทุกคน

"พวกท่านเชื่อเรื่องบัตรผ่านไหม?"

"บัตรผ่าน?"

ทุกคนงง

หลินอี้ล้วงมือเข้าไปในแหวนมิติ หยิบลูกแก้วสีฟ้าใสที่ส่องแสงระยิบระยับออกมา

ไข่มุกวารีสยบคลื่น

ทันทีที่ไข่มุกปรากฏตัว ม่านพลังแสงสีรุ้งของวิหารก็เริ่มสั่นไหวและส่งเสียงฮัมตอบรับ

วูบ... วูบ...

"นั่นมัน..."

จินหยางตาโต

"ไข่มุกวารี! ไอเทมระดับสูงที่หายสาบสูญ!"

หลินอี้เดินตรงเข้าไปที่หน้าประตูวิหาร ชูไข่มุกขึ้น

"เปิดประตู!"

วิ้ง!

แสงสีฟ้าจากไข่มุกพุ่งเข้าไปกระทบม่านพลัง เกิดปฏิกิริยารุนแรง ม่านพลังที่แข็งแกร่งค่อยๆ แหวกออกเป็นช่องทางเดินขนาดใหญ่ พอให้คนเดินเข้าไปได้สบายๆ

"เปิดแล้ว!"

"มันเปิดได้จริงๆ!"

เหล่าศิษย์จากสำนักต่างๆ มองดูด้วยความโลภ แววตาเปลี่ยนเป็นอำมหิตทันที

"ขอบใจมากเจ้าหนู!"

ชายร่างยักษ์แสยะยิ้ม

"เจ้าทำหน้าที่ได้ดีมาก... ตอนนี้ไสหัวไปซะ! สมบัติข้างในเป็นของพวกเรา!"

"ใช่! ส่งไข่มุกนั่นมาด้วย!"

คนอื่นๆ เริ่มตีวงล้อมเข้ามา บีบให้หลินอี้อยู่ตรงกลาง

หลินอี้ถอนหายใจยาว ส่ายหน้าอย่างระอา

"เฮ้อ... มนุษย์นี่นะ พอเห็นผลประโยชน์ก็ลืมความกลัวกันหมด"

เขาเก็บไข่มุกเข้ากระเป๋า แล้วหันไปมองฝูงคนที่กำลังจะรุมกินโต๊ะ

"ข้าอุตส่าห์พูดดีๆ ด้วย... แต่พวกท่านเลือกที่จะใช้ความรุนแรง"

หลินอี้ดีดนิ้วดังเปาะ

"พี่จระเข้! น้องหมู! น้องนก! ... ถึงเวลาอาหารว่างแล้ว!"

ตูม!

น้ำในทะเลสาบระเบิดออกอีกครั้ง กองทัพสัตว์อสูรที่ซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำและบนท้องฟ้า พุ่งออกมาโจมตีพร้อมกัน!

[ติ๊ง! เริ่มต้นสงครามแย่งชิงวิหาร]

[เป้าหมาย: สั่งสอนบทเรียนเรื่องมารยาทให้เหล่าอัจฉริยะจอมปลอม]

"ลุยยยย!"

หลินอี้ตะโกนสั่งการ

"ใครไม่จ่ายค่าผ่านทาง... จับโยนลงน้ำให้จระเข้คาบไปเล่น!"

การต่อสู้หน้าวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้เริ่มต้นขึ้น และคราวนี้... หลินอี้ไม่ได้มาเล่นๆ!

ตอนก่อน

จบบทที่ วิหารกลางน้ำ

ตอนถัดไป