กวาดเรียบ

ลานหินหน้าวิหารวารีศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นสนามรบที่วุ่นวายที่สุดในประวัติศาสตร์แดนลี้ลับ

ไม่ใช่เพราะการต่อสู้ที่ดุเดือดสูสี แต่เป็นการยำใหญ่ฝ่ายเดียวของกองทัพสัตว์อสูรที่รุมกระทำชำเราเหล่าศิษย์ยอดฝีมือจาก 3 สำนักใหญ่

ตูม!

ชายร่างยักษ์จากสำนักอัสนีบาตถูกหมูป่าเขี้ยวตันพุ่งชนกระเด็นตกน้ำไปอย่างน่าอนาถ

"อ๊ากกก! ช่วยด้วย! จระเข้จะกินขาข้า!"

เสียงร้องโหยหวนดังมาจากในน้ำ เมื่อจระเข้เกล็ดศิลานับสิบตัวรุมล้อมผู้โชคร้าย

หญิงสาวจากสำนักบุปผาเหมันต์ที่เคยหยิ่งยโส บัดนี้ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าขาดวิ่น นางใช้กระบี่ต้านรับกรงเล็บของนกอินทรีวายุอย่างสุดกำลัง

"หยุด! พวกเรายอมแล้ว!"

นางตะโกนร้องขอชีวิตเมื่อเห็นว่าสถานการณ์สิ้นหวัง

หลินอี้ที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนหลังจระเข้จ่าฝูง ยกมือขึ้นทำสัญญาณ

"หยุด!"

เหล่าสัตว์อสูรหยุดการโจมตีทันที แต่ยังคงยืนล้อมกรอบเหยื่อเอาไว้พร้อมส่งเสียงขู่คำราม

กรรรร!

หลินอี้กระโดดลงมายืนต่อหน้ากลุ่มคนที่สภาพดูไม่จืด

"ยอมแล้วเหรอ? ว้า... กำลังสนุกเลย"

เขาทำหน้าเสียดาย

"แต่เอาเถอะ ข้าเป็นคนใจดีและรักสงบ ในเมื่อพวกท่านยอมจำนน ข้าก็มีข้อเสนอให้"

"ข้อเสนออะไร?"

ชายร่างยักษ์ที่เพิ่งตะเกียกตะกายขึ้นจากน้ำถามเสียงสั่น

"ค่าไถ่ชีวิต"

หลินอี้แบมือ

"ส่งแหวนมิติและอาวุธทั้งหมดของพวกเจ้ามา วางไว้ตรงนี้ แล้วข้าจะปล่อยให้พวกเจ้าว่ายน้ำกลับฝั่งไปอย่างปลอดภัย"

"ทั้งหมดเลยเหรอ!?"

หญิงสาวร้องลั่น

"เจ้าจะบ้าหรือไง! ในนี้มีสมุนไพรที่เราหามาทั้งวันนะ!"

"อ้าว... งั้นก็เลือกเอา"

หลินอี้ชี้ไปที่บ่อจระเข้

"จะทิ้งของไว้ที่นี่ แล้วกลับไปหาใหม่ปีหน้า หรือจะทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ แล้วให้พ่อแม่มาเก็บกระดูก?"

ทุกคนหน้าซีดเผือด เมื่อมองไปรอบๆ เห็นแววตาหิวกระหายของสัตว์อสูร พวกเขาก็รู้ว่าไม่มีทางเลือก

"ตกลง... เรายอม!"

ทีละคนๆ พวกเขาจำใจปลดแหวนมิติและวางอาวุธคู่กายลงบนพื้นด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว

"ดีมาก... เป็นเด็กดีต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่"

หลินอี้กวาดของทั้งหมดลงกระเป๋าตัวเองอย่างรวดเร็ว

"ขอบคุณที่ใช้บริการ 'ทัวร์นรกแตก' ของหลินอี้ หวังว่าจะได้ร่วมงานกันใหม่นะจ๊ะ"

"ฝากไว้ก่อนเถอะ!"

พวกศิษย์ต่างสำนักกัดฟันกรอด ก่อนจะรีบกระโดดน้ำหนีตายกันจ้าละหวั่น ทิ้งให้หลินอี้ยืนยิ้มอยู่ท่ามกลางกองสมบัติ

"รวย... รวยเละเทะ"

หลินอี้หันไปหาหลิวเหมยและจินหยางที่ยืนอึ้งอยู่

"พวกเจ้าจะยืนบื้ออีกนานไหม? รีบเข้าไปข้างในกันเถอะ ก่อนที่ตลาดจะวาย"

ทั้ง 3 คน (และกองทัพสัตว์อสูรที่รออยู่ข้างนอก) เดินผ่านประตูวิหารเข้าไป

ภายในวิหารกว้างขวางและสว่างไสวด้วยแสงจากผนังหยก ตรงกลางโถงมีบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่ น้ำในบ่อใสสะอาดและส่งกลิ่นหอมสดชื่น

และที่ใจกลางน้ำพุ มีดอกบัวสีฟ้าครามดอกใหญ่บานสะพรั่ง ตรงกลางดอกมีหยดน้ำสีทองกลิ้งไปมาอยู่ 3 หยด

[ตรวจพบไอเทมระดับตำนาน: หยาดวารีพิสุทธิ์ (ระดับหัวกะทิ)]

[สรรพคุณ: เพิ่มโอกาสสร้างรากฐานระดับก่อกำเนิด 100 เปอร์เซ็นต์ และสุ่มรับธาตุวารีพิเศษ 1 ชนิด]

"3 หยด!"

จินหยางตาโต

"ปกติมันจะมีแค่หยดเดียวไม่ใช่เหรอ? ทำไมปีนี้ถึงมีตั้ง 3 หยด?"

"สงสัยปีนี้ฝนดีมั้ง"

หลินอี้ตอบมั่วๆ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้บ่อน้ำพุ

ทันใดนั้น รูปปั้นนักรบหินที่ยืนเรียงรายอยู่สองข้างทางเดินก็เริ่มขยับตัว!

ครืด... ครืด...

ดวงตาของรูปปั้นส่องแสงสีแดง พวกมันถือหอกยาวก้าวออกมาขวางทาง

"ผู้บุกรุก... ต้องตาย!"

เสียงทุ้มต่ำดังมาจากรูปปั้นตัวใหญ่ที่สุด

"อารักษ์วิหาร?"

หลิวเหมยชักกระบี่เตรียมพร้อม

"ระวังตัวด้วยหลินอี้ เจ้านี่ดูแข็งแกร่งมาก น่าจะระดับก่อกำเนิดขั้นต้น!"

หลินอี้มองดูรูปปั้นหินยักษ์ 10 ตัวที่กำลังเดินเข้ามา

"ก่อกำเนิดขั้นต้นงั้นเหรอ?"

เขาแสยะยิ้ม

"ถ้าเป็นเมื่อก่อนข้าคงวิ่งหนี... แต่ตอนนี้..."

หลินอี้เรียกหน้าต่างระบบ

"ระบบ! ใช้แต้ม 2,000 แต้ม ซื้อ 'ระเบิดกาวเหนียวหนึบ' เกรดสูง 5 ลูก!"

[ติ๊ง! ซื้อสำเร็จ]

หลินอี้ปาระเบิดลูกกลมๆ สีเขียวออกไปใส่กลุ่มรูปปั้น

ผัวะ!

ระเบิดแตกออกเป็นสายใยเหนียวหนืดสีเขียว พุ่งเข้าพันธนาการแขนขาของรูปปั้นหินจนขยับไม่ได้

"อะไรกัน!?"

รูปปั้นยักษ์พยายามดิ้นรน แต่ยิ่งดิ้น กาวก็ยิ่งรัดแน่นขึ้น

"กาวตราช้างรุ่นอัปเกรด... รับรองว่าติดทนนาน 10 ปี"

หลินอี้เดินผิวปากผ่านกลุ่มรูปปั้นที่ยืนแข็งทื่อไปอย่างสบายใจ

"ง่ายชะมัด... สมกับเป็นดันเจี้ยนระดับเริ่มต้น"

เขาเดินไปที่บ่อน้ำพุ ใช้ขวดแก้วรองหยาดวารีพิสุทธิ์ทั้ง 3 หยดมาเก็บไว้

"หนึ่งหยดของข้า... อีกหยดของหลิวเหมย..."

เขาโยนขวดหนึ่งให้หลิวเหมย

"ส่วนหยดที่สาม..."

หลินอี้มองไปที่จินหยางที่ยืนมองตาละห้อย

"อยากได้ไหม?"

"ยะ... อยากครับลูกพี่!" จินหยางพยักหน้ารัวๆ

"งั้นก็จ่ายมา... 10,000 หินวิญญาณ"

"หา!?"

จินหยางหน้าถอดสี

"ข้าไม่มีเงินเยอะขนาดนั้นหรอก!"

"งั้นก็ติดหนี้ไว้ก่อน... ดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อวัน เซ็นสัญญาเลือดซะ"

หลินอี้ยื่นกระดาษสัญญา (ที่เตรียมไว้แล้ว) ให้

จินหยางกัดฟันเซ็นสัญญาด้วยน้ำตา แลกกับโอกาสที่จะได้เป็นยอดฝีมือ

หลินอี้เก็บสัญญาเข้ากระเป๋าอย่างอารมณ์ดี

"เอาล่ะ... ภารกิจหลักเสร็จสิ้น ทีนี้ก็เหลือแค่..."

เขามองไปรอบๆ วิหาร เห็นแจกันทองคำ รูปปั้นหยก และเสาหินที่ประดับด้วยอัญมณี

"กวาดให้เรียบ!"

หลินอี้สั่งการ

"อ้วนจางไม่ได้มาด้วย น่าเสียดายแย่... งั้นพวกเราช่วยกันขน! อย่าให้เหลือแม้แต่ฝุ่น!"

มหกรรมการปล้นวิหารศักดิ์สิทธิ์จึงเริ่มขึ้น โดยมีว่าที่ศิษย์เอกและศิษย์ฝ่ายธรรมะช่วยกันงัดแงะเสาหินอย่างขยันขันแข็ง

นี่คือจุดจบของแดนลี้ลับวารีพิสุทธิ์... ที่ไม่ได้เหลือความศักดิ์สิทธิ์ไว้อีกเลย

ตอนก่อน

จบบทที่ กวาดเรียบ

ตอนถัดไป