การกลับมาของผู้ชนะ
เวลา 7 วันในแดนลี้ลับผ่านไปไวเหมือนโกหก โดยเฉพาะเมื่อคุณมัวแต่ปล้นชาวบ้าน
ท้องฟ้าเหนือแดนวารีพิสุทธิ์เริ่มบิดเบี้ยว ประตูมิติขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ส่งแรงดูดมหาศาลลงมาเพื่อดึงตัวผู้เข้าร่วมทดสอบทุกคนกลับสู่โลกภายนอก
บริเวณหน้าวิหารศักดิ์สิทธิ์
หลินอี้ยืนโบกมือลาเพื่อนรักต่างสายพันธุ์ด้วยความอาลัยอาวรณ์
"ดูแลตัวเองดีๆ นะพี่จระเข้ น้องหมู"
หลินอี้สั่งเสีย
"ถ้ามีใครหลงเข้ามาอีก ก็จับกินได้เลยไม่ต้องเกรงใจ ส่วนสมบัติที่เหลือ... ข้าฝากเฝ้าไว้ก่อน วันหลังข้าจะกลับมาขนใหม่"
โฮก!
จระเข้ศิลาบรรพกาลคำรามตอบรับด้วยความซาบซึ้ง หรือดีใจที่ตัวหายนะจะไปสักทีก็ไม่รู้
"ศิษย์พี่หลิน! ประตูจะปิดแล้ว!"
จินหยางตะโกนเรียก เขาและศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์ยืนเกาะกลุ่มกันแน่น พร้อมกับถุงสัมภาระใบโตที่หลินอี้ใจดีแบ่งคืนให้
"รู้แล้วน่า"
หลินอี้จัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ตรวจสอบแหวนมิติที่อัดแน่นไปด้วยของมีค่าจนแทบปริ
"ไปกันเถอะ... ป่านนี้ข้างนอกคงตั้งตารอวีรบุรุษอย่างพวกเราแย่แล้ว"
วูบ!
แสงสว่างวาบห่อหุ้มร่างของทุกคน ก่อนจะดึงพวกเขาลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าและหายวับไป
...
ณ ลานกว้างหน้าสำนักชิงหยุน
เหล่าผู้อาวุโสจากสำนักต่างๆ และศิษย์สายนอกนับพันคนต่างมารอรับผู้กล้าที่กลับมาจากแดนลี้ลับด้วยใจจดจ่อ
"ปีนี้การแข่งขันดุเดือดมาก"
ผู้อาวุโสสำนักดาบโลหิตเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายการต่อสู้ที่รุนแรง หวังว่าศิษย์ของข้าจะปลอดภัย"
"หึ! ศิษย์สำนักอัสนีบาตของข้าแข็งแกร่งที่สุด"
ผู้อาวุโสอีกคนคุยโว
"ป่านนี้คงยึดวิหารได้แล้วมั้ง"
ทันใดนั้น ประตูมิติก็สว่างวาบ ร่างของเหล่าศิษย์ทยอยร่วงลงมาที่พื้นทีละคนสองคน
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
สภาพของแต่ละคนดูไม่จืด เสื้อผ้าขาดวิ่น เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผล และใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดผวา
"ช่วยด้วย! ปีศาจ! มีปีศาจ!"
ศิษย์คนหนึ่งจากสำนักดาบโลหิตตะโกนลั่นทันทีที่เท้าแตะพื้น สติแตกไปแล้ว
"เกิดอะไรขึ้น!?"
ผู้อาวุโสรีบวิ่งเข้าไปดู
"สัตว์อสูรระดับ 9 เหรอ? หรือว่ากับดัก?"
"ไม่ใช่..."
ศิษย์คนนั้นส่ายหน้าทั้งน้ำตา
"มนุษย์... มนุษย์ที่ควบคุมสัตว์อสูร! มันปล้นพวกเราหมดตัวเลย!"
เสียงฮือฮาดังเซ็งแซ่ไปทั่วลาน
"ใครกัน? ใครที่มีฝีมือขนาดนั้น?"
จังหวะนั้นเอง แสงสีทองสว่างจ้าที่สุดก็พุ่งออกมาจากประตูมิติ
วูบ!
ร่างของชายหนุ่มในชุดศิษย์สายนอกสำนักชิงหยุน ร่อนลงพื้นอย่างนิ่มนวล ท่ามกลางวงล้อมของศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์ที่ดูเหมือนองครักษ์ หรือคนแบกของ
หลินอี้ปัดฝุ่นที่ไหล่ แล้วฉีกยิ้มกว้างทักทายทุกคน
"สวัสดีชาวโลก! ข้ากลับมาแล้ว!"
"หลินอี้!"
เสียงตะโกนด้วยความเคียดแค้นดังมาจากกลุ่มศิษย์ที่ออกมาก่อนหน้านี้
"ไอ้โจรชั่ว! คืนแหวนมิติของข้ามานะ!"
"ท่านผู้อาวุโส! เจ้านั่นแหละคือตัวการ! มันใช้สัตว์อสูรไล่ฆ่าพวกเรา!"
สถานการณ์พลิกผันทันที ผู้อาวุโสจาก 3 สำนักใหญ่ ดาบโลหิต อัสนีบาต บุปผาเหมันต์ หันขวับมามองหลินอี้ด้วยสายตาอำมหิต พร้อมปล่อยแรงกดดันระดับก่อกำเนิดออกมา
"เจ้าเด็กสารเลว! กล้าดียังไงมาทำร้ายศิษย์ของข้า!"
ผู้อาวุโสสำนักดาบโลหิตคำราม เตรียมจะพุ่งเข้ามาสั่งสอน
"ช้าก่อน!"
เสียงทรงอำนาจดังขึ้น ผู้อาวุโสสูงสุดฝ่ายนอกของสำนักชิงหยุนก้าวออกมาขวางหน้า
"ที่นี่คือเขตของสำนักชิงหยุน... และในแดนลี้ลับไม่มีกฎเกณฑ์ การแย่งชิงถือเป็นเรื่องปกติ พวกท่านจะมาเอาผิดเด็กมันไม่ได้"
แม้จะพูดปกป้อง แต่ผู้อาวุโสชิงหยุนก็เหงื่อตก ไม่คิดว่าหลินอี้จะไปก่อวีรกรรมระดับสงครามระหว่างสำนักขนาดนี้
"แต่ว่า..."
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด จางเหว่ยที่หนีออกมาก่อนด้วยยันต์เคลื่อนย้ายและมารักษาตัว ก็เดินออกมาจากฝูงชนด้วยสภาพที่ยังกะเผลก ขาข้างซ้ายใส่เฝือกหนา
"ท่านผู้อาวุโส..."
จางเหว่ยชี้หน้าหลินอี้ด้วยความเกลียดชัง
"ไอ้หลินอี้มันไม่ได้แค่แย่งชิง! แต่มันใช้วิชามารควบคุมสัตว์อสูร! และมันยังสังหารศิษย์ร่วมสำนักไปหลายคน! คนแบบนี้สมควรตาย!"
ข้อหาใช้วิชามารรุนแรงมากในโลกยุทธภพ ทุกสายตาจับจ้องไปที่หลินอี้เพื่อรอคำแก้ตัว
หลินอี้ยืนนิ่ง ไม่สะทกสะท้าน
"วิชามาร?"
เขาแค่นหัวเราะ
"ศิษย์พี่จาง... ท่านแพ้แล้วพาลหรือเปล่า? ข้าแค่เป็นคนรักสัตว์ สัตว์มันเลยรักข้า ก็แค่นั้น"
"โกหก!"
จางเหว่ยตะคอก
"ถ้าไม่ใช่วิชามาร จระเข้ระดับ 9 จะยอมให้เจ้าขี่หัวได้ยังไง!"
"หลักฐานล่ะ?"
หลินอี้ถามกลับ
"ถ้าข้าใช้วิชามารจริง ป่านนี้ข้าคงโดนธาตุไฟเข้าแทรกตายไปแล้ว... แต่ถ้าท่านอยากได้พยาน..."
หลินอี้หันไปทางจินหยาง ศิษย์เอกสำนักกระบี่สวรรค์
"คุณชายจิน... ท่านอยู่ในเหตุการณ์ ท่านช่วยบอกความจริงกับทุกคนหน่อยสิว่าข้าทำอะไรลงไป?"
จินหยางสะดุ้งโหยง เขามองหน้าหลินอี้ แล้วมองหน้าผู้อาวุโสของตน ภาพหนี้สิน 10,000 หินวิญญาณและสัญญาเลือดลอยเข้ามาในหัว
ถ้าเขาพูดความจริงว่าหลินอี้ไถเงิน เขาอาจจะโดนหลินอี้ตามทวงหนี้โหด หรือแฉเรื่องที่เขายอมก้มหัวให้ศัตรู
จินหยางกลืนน้ำลาย ก้าวออกมาข้างหน้า
"เรียนท่านผู้อาวุโสทุกท่าน..."
จินหยางพูดเสียงดังฟังชัด
"ศิษย์พี่หลินอี้... คือผู้มีพระคุณของพวกข้า!"
"หา!?"
ทุกคนในลานกว้างอ้าปากค้าง รวมทั้งจางเหว่ยด้วย
"ในตอนที่พวกข้าถูกฝูงหมาป่าวายุรุมล้อมจนเกือบตาย ศิษย์พี่หลินอี้ได้เสี่ยงชีวิตเข้ามาช่วยพวกข้าไว้! และเขายังแบ่งปันสมุนไพรให้พวกข้าเพื่อรักษาตัวด้วย!"
จินหยางพูดไปน้ำตาคลอไป เสียดายของที่โดนไถ
"ส่วนเรื่องสัตว์อสูร... ข้าเห็นกับตาว่าศิษย์พี่หลินอี้ใช้ความเมตตาและอาหารเข้าแลกเปลี่ยน ไม่ได้ใช้วิชามารใดๆ ทั้งสิ้น!"
คำให้การของศิษย์เอกฝ่ายธรรมะมีน้ำหนักมหาศาล ข้อกล่าวหาของจางเหว่ยตกไปทันที
"เห็นไหม?"
หลินอี้ผายมือ
"ข้าคือวีรบุรุษผู้ผดุงคุณธรรม... ส่วนคนที่กล่าวหาข้า คงเป็นเพราะอิจฉาที่ข้าหล่อกว่า และเก่งกว่าสินะ"
[ติ๊ง! ทักษะวาจาสิทธิ์ทำงานร่วมกับพยานเท็จ]
[ได้รับแต้มความเกรียน 2,000 แต้ม]
"เอาล่ะ มานับคะแนนกันดีกว่า"
ผู้อาวุโสคุมกฎรีบตัดบทเพื่อลดความตึงเครียด
"ผู้เข้าแข่งขันทุกคน นำของที่หาได้ออกมา!"
ศิษย์คนอื่นๆ ทยอยเทของออกมา ส่วนใหญ่ได้สมุนไพรระดับต่ำไม่กี่ต้น หรือแก่นอสูรระดับ 2-3
จนกระทั่งถึงตาของหลินอี้...
เขาคว่ำถุงสัมภาระใบยักษ์ลงกับพื้น
ซ่า!!!!
กองภูเขาสมบัติเทกระจาดลงมาต่อหน้าต่อตาทุกคน
สมุนไพรวิญญาณระดับสูงนับร้อยต้น แก่นอสูรระดับ 4-6 กองพะเนิน อาวุธและอุปกรณ์ของศิษย์ต่างสำนักที่ปล้นมา และที่ยอดภูเขา มีขวดแก้วบรรจุหยาดวารีพิสุทธิ์วางเด่นเป็นสง่าอยู่
แสงสีทองจากหยาดวารีส่องสว่างกระแทกตาจนทุกคนต้องหยีตา
เงียบกริบ...
ทั้งลานกว้างเงียบจนได้ยินเสียงลมพัด
"นะ... นี่มัน..."
ผู้อาวุโสสูงสุดเสียงสั่น มือสั่นระริกเมื่อเห็นหยาดวารี
"หยาดวารีพิสุทธิ์! แถมยังมีสมุนไพรหายากอีกเพียบ! นี่มันผลงานระดับตำนาน!"
"ผู้ชนะเลิศในการทดสอบครั้งนี้..."
ผู้อาวุโสประกาศก้องด้วยความตื่นเต้น
"หลินอี้!"
เสียงเฮดังลั่นจากศิษย์สายนอกที่เชียร์มวยรอง
หลินอี้ยืนยิ้มรับความสำเร็จ แต่สายตาของเขาจับจ้องไปที่จางเหว่ยที่กำลังยืนกัดฟันกรอดด้วยความพ่ายแพ้
"เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากห้องพักวีไอพีของท่านได้เลยศิษย์พี่..."
หลินอี้ขยับปากพูดแบบไม่มีเสียง
"เพราะตอนนี้... ข้าคือราชาคนใหม่ของศิษย์สายนอก!"
ชัยชนะในแดนลี้ลับเป็นเพียงก้าวแรก... ก้าวต่อไปคือการใช้ทรัพยากรเหล่านี้ ทะลวงสู่ระดับก่อกำเนิด และเปลี่ยนชะตากรรมของตัวเองไปตลอดกาล!