แผนลับสับขาหลอก

ภายในห้องรับรองลับของจวนเจ้าเมือง

หม่าเทียนสงจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่ไม่ค่อยอยากจะเชื่อถือนัก

"เจ้าบอกว่าจะทำให้สายสืบของฮูหยินเห็นข้าอยู่ในจวน ทั้งที่ตัวข้าออกไปข้างนอก? เจ้าจะใช้วิชาแยกเงาพันร่างหรือไง?"

"วิชาแยกเงานั้นข้าทำไม่ได้หรอกครับ..."

หลินอี้ยิ้มมุมปาก พลางล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อหยิบแผ่นหนังบางใสออกมา

"แต่ถ้าเป็นการเล่นละครสวมรอย... ข้าถนัดนัก"

วูบ!

หลินอี้ทาบหน้ากากพันหน้าลงบนใบหน้า พริบตาเดียว ใบหน้าเรียบเฉยของชายวัยกลางคนก็บิดเบี้ยวและเปลี่ยนรูปไป

เมื่อเขาหันกลับมามองหม่าเทียนสงอีกครั้ง ท่านเจ้าเมืองถึงกับผงะหงายหลังตกเก้าอี้

"เฮ้ย!!"

หม่าเทียนสงชี้นิ้วสั่นระริก

"นะ... นั่นมัน... ข้า!?"

คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ คือชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำ ไว้หนวดเคราเฟิ้ม และมีแววตาดุดันเหมือนเขาทุกกระเบียดนิ้ว แม้กระทั่งรอยแผลเป็นเล็กๆ ที่มุมคิ้วก็ยังเหมือนเป๊ะ!

"เป็นไงบ้างครับท่านเจ้าเมือง?"

หลินอี้เอ่ยถาม แต่เสียงที่ออกมากลับเป็นเสียงทุ้มต่ำทรงพลังของหม่าเทียนสง

"เสียงเหมือนไหม?"

"เหมือน! เหมือนจนน่าขนลุก!"

หม่าเทียนสงลุกขึ้นเดินวนรอบตัวหลินอี้ จ้องมองสำรวจทุกซอกทุกมุม

"วิชาแปลงโฉมขั้นเทพ! เจ้าเป็นศิษย์ของสำนักหน้ากากพันหน้าหรือ?"

"ข้าเป็นแค่นักเดินทางพเนจรครับ"

หลินอี้ (ในร่างหม่าเทียนสง) ยักไหล่

"แผนการคือ... ข้าจะปลอมเป็นท่าน นั่งทำงานอยู่ในห้องหนังสือ เพื่อให้สายสืบของฮูหยินเห็นว่าท่านยังอยู่ในจวน ส่วนท่าน... ก็ปลอมตัวเป็นคนรับใช้ แล้วออกไปหาแม่นางเสี่ยวรู่ทางประตูหลัง"

"ยอดเยี่ยม!"

หม่าเทียนสงตบเข่าฉาด

"แต่ว่า... ฮูหยินของข้าหูตาไวมากนะ นางมักจะเอาซุปไก่มาให้ข้าที่ห้องหนังสือทุกวัน ถ้าเจ้าเผลอพูดอะไรผิดหู หรือทำตัวผิดสังเกต นางจับได้แน่! และถ้านางจับได้... เราตายคู่!"

"ไม่ต้องห่วงเรื่องการแสดง"

หลินอี้จัดแจงเสื้อผ้าของตัวเอง

"ท่านแค่บอกข้ามาว่า... ปกติท่านเรียกนางว่าอะไร? และนางชอบให้ชมเรื่องไหนมากที่สุด?"

"เอ่อ... ปกติข้าเรียกนางว่า 'น้องหญิง' นางชอบให้ชมว่านางดูเด็กกว่าวัย... แล้วก็ อย่าชมเรื่องรสชาติซุปเด็ดขาด! เพราะมันเค็มปี๋! ถ้าเจ้าชมว่าอร่อย นางจะสงสัยทันที!"

"รับทราบ... ซุปเค็ม ห้ามชมว่าอร่อย"

หลินอี้พยักหน้า

"งั้นเรามาเริ่มปฏิบัติการ 'สามีดีเด่น' กันเลยเถอะครับ!"

...

1 ชั่วยามต่อมา ณ ห้องหนังสือจวนเจ้าเมือง

หลินอี้ในคราบหม่าเทียนสงกำลังนั่งเก๊กหน้าขรึมอยู่หลังโต๊ะทำงาน กองเอกสารราชการวางพะเนินเทินทึกอยู่ตรงหน้า เขาแสร้งทำเป็นอ่านฎีกาอย่างเคร่งเครียด แต่ความจริงแล้วกำลังใช้เนตรแห่งความจริงส่องดูสาวใช้ที่กำลังกวาดลานบ้านอยู่ไกลๆ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

เสียงเคาะประตูที่หนักแน่นและเป็นจังหวะดังขึ้น... จังหวะนรกที่หม่าเทียนสงเตือนไว้

"ท่านพี่... ข้าเอาซุปไก่ตุ๋นยาจีนมาให้เจ้าค่ะ"

เสียงหวานที่แฝงความดุดันดังเข้ามา

หลินอี้สูดหายใจลึก ปรับสีหน้าให้ดูเคร่งขรึมและเกรงใจเมียที่สุด

"เชิญ... เชิญน้องหญิงเข้ามาได้"

ประตูเปิดออก หญิงวัยกลางคนที่ยังคงความงามสะพรั่งแต่มีแววตาดุเหมือนเสือเดินเข้ามา นางสวมชุดผ้าไหมสีแดงสด ในมือถือถาดใส่ถ้วยซุปที่ส่งกลิ่นแปลกๆ

ฮูหยินหม่า ลูกสาวเจ้าสำนักกระบี่วายุ

"ท่านพี่... วันนี้ท่านขยันผิดปกตินะ ปกติเวลานี้ท่านต้องแอบงีบหลับไม่ใช่หรือ?"

ฮูหยินหม่าถามพลางวางถ้วยซุปลงบนโต๊ะดังปึก สายตาจ้องจับผิด

"อะ... แฮ่ม!"

หลินอี้กระแอมไอ

"ช่วงนี้บ้านเมืองมีปัญหา โจรผู้ร้ายชุกชุม ข้าในฐานะเจ้าเมืองจะมัวแต่นอนกินบ้านกินเมืองได้อย่างไร... ข้าต้องทำงานหนักเพื่อความสงบสุขของชาวเมือง และเพื่อความภาคภูมิใจของเจ้าไงล่ะน้องหญิง"

ฮูหยินหม่าเลิกคิ้ว มุมปากกระตุกเล็กน้อย

"ปากหวานผิดปกตินะวันนี้... ไปทำความผิดอะไรมาหรือเปล่า?"

"เปล่าจ้ะ! ข้าบริสุทธิ์ใจ!"

หลินอี้รีบปฏิเสธเสียงสูง

"ที่ข้าปากหวาน ก็เพราะวันนี้เจ้าดู... เอ่อ... สดใสแปลกตา ดูเด็กลงไปตั้งหลายปี ข้าเกือบจำไม่ได้นึกว่าเทพธิดาที่ไหนหลงมา"

ฮูหยินหม่าหน้าแดงวูบ ยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเอง

"จริงหรือ? ข้าเพิ่งเปลี่ยนแป้งผัดหน้ายี่ห้อใหม่..."

"จริงที่สุด! สวยจนข้าอยากจะเลิกงานแล้วพาเจ้าไปเดินชมจันทร์คืนนี้เลย!"

หลินอี้รุกต่อด้วยสกิลวาจาสิทธิ์

ฮูหยินหม่าบิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย บรรยากาศมาคุเริ่มจางหายไป

"ท่านพี่นี่ละก็... แก่ป่านนี้แล้วยังจะมาทำตัวโรแมนติก ดื่มซุปเถอะค่ะ เดี๋ยวจะเย็นหมด"

นางดันถ้วยซุปมาตรงหน้า

หลินอี้มองถ้วยซุปสีดำคล้ำที่มีฟองปุดๆ อย่างหวาดระแวง... นี่มันยาพิษหรือซุปไก่?

"ดื่มสิคะ"

ฮูหยินหม่าเร่ง

หลินอี้กลั้นใจ ยกถ้วยซุปขึ้นซด...

อึก!

รสชาติเค็มเหมือนกินเกลือเม็ดใหญ่ผสมกับดีหมีขมๆ แล่นพล่านไปทั่วปาก ลิ้นชาหนึบจนแทบไร้ความรู้สึก

"เป็นไงคะ? อร่อยไหม?"

ฮูหยินหม่าถามตาเป็นประกาย

หลินอี้จำคำเตือนของหม่าเทียนสงได้แม่น... ห้ามชมว่าอร่อย!

เขาวางถ้วยลง ทำหน้าพะอืดพะอมเล็กน้อย

"น้องหญิง... รสชาติวันนี้มัน... เข้มข้นถึงใจมาก เหมือนรสชาติของชีวิตคู่เราเลย มีทั้งความเค็มของหยาดเหงื่อแรงงาน และความขมของอุปสรรคที่เราฝ่าฟันมาด้วยกัน..."

หลินอี้ดราม่าใส่

"มันทำให้ข้าระลึกถึงความหลัง... ว่าข้าโชคดีแค่ไหนที่มีเจ้าเคียงข้าง แม้ว่าเจ้าจะทำกับข้าวรสชาติเหมือนยาพิษ... เอ้ย เหมือนยาวิเศษ ก็ตาม"

ฮูหยินหม่าน้ำตาซึมด้วยความซาบซึ้ง (และไม่ได้ยินคำว่ายาพิษ)

"ท่านพี่... ข้าขอโทษที่สงสัยท่าน ข้าเห็นช่วงนี้ท่านทำตัวลับๆ ล่อๆ นึกว่าท่านแอบมีบ้านเล็กบ้านน้อยเสียอีก"

"ไม่มีทาง!"

หลินอี้ประกาศเสียงหนักแน่น

"ในใจข้ามีแต่เจ้าคนเดียว... และงานเพื่อประชาชน!"

"ท่านพี่..."

ฮูหยินหม่าเดินอ้อมโต๊ะเข้ามา สวมกอดหลินอี้จากด้านหลัง

หลินอี้ตัวแข็งทื่อ เหงื่อแตกพลั่ก... ชิบหายแล้ว ถ้าโดนจับเนื้อต้องตัวความอาจจะแตก! หรือถ้านางเกิดมีอารมณ์ขึ้นมา... ข้าซวยแน่!

"เอ่อ... น้องหญิง"

หลินอี้แกะมือออกอย่างนุ่มนวล

"ข้าซาบซึ้งใจมาก แต่ตอนนี้ข้าต้องรีบเคลียร์เอกสารกองนี้ให้เสร็จ ท่านผู้ตรวจการจะมาตรวจวันพรุ่งนี้ ข้าไม่อยากให้เขาตำหนิงานของสามีเจ้าได้ จริงไหม?"

ฮูหยินหม่าชะงัก พยักหน้าเข้าใจ

"จริงของท่าน... เรื่องงานราชการสำคัญที่สุด งั้นข้าไม่กวนแล้ว ท่านทำงานเถอะนะคนดี"

นางหอมแก้มหลินอี้ฟอดใหญ่ (ผ่านหน้ากาก) ก่อนจะเดินบิดสะโพกออกจากห้องไปอย่างมีความสุข

ปัง!

ประตูปิดลง

"ฟู่ว..."

หลินอี้ทรุดตัวลงฟุบกับโต๊ะ หมดแรงข้าวต้ม

"เกือบไปแล้ว... การแสดงเป็นสามีดีเด่นนี่มันเหนื่อยกว่าสู้กับสัตว์อสูรอีกแฮะ"

เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดแก้มที่โดนหอม แล้วรีบคว้ายาแก้พิษมากินล้างคอจากรสชาติซุปมรณะ

...

ตกดึก

เงาร่างหนึ่งปีนหน้าต่างกลับเข้ามาในห้องหนังสือ

หม่าเทียนสงในชุดคนรับใช้ กระโดดเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ดูสดชื่นกระปรี้กระเปร่าราวกับหนุ่มวัยรุ่น

"กลับมาแล้ว!"

หลินอี้ที่นั่งสัปหงกอยู่เงยหน้าขึ้น

"เป็นไงบ้างท่านเจ้าเมือง? ภารกิจสำเร็จไหม?"

"ยอดเยี่ยม! เสี่ยวรู่หายงอนแล้ว! แถมข้ายังกลับมาทันก่อนไก่โห่!"

หม่าเทียนสงหัวเราะร่า

"แล้วทางเจ้าล่ะ? ฮูหยินสงสัยอะไรไหม?"

"ไม่สงสัยหรอกครับ... แถมยังรักท่านมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ"

หลินอี้ถอดหน้ากากออก คืนร่างเดิม

"แต่ท่านต้องระวังเรื่องซุปไก่นะ นางอาจจะทำมาให้ท่านกินบ่อยขึ้น"

"ห๊ะ!?"

หม่าเทียนสงหน้าซีด

"ช่างเถอะ... เพื่อเสี่ยวรู่ ข้ายอมไตวาย!"

เขาเดินไปเปิดตู้เซฟลับหลังรูปภาพ หยิบถุงใส่หินวิญญาณใบใหญ่และป้ายหยกสีน้ำตาลออกมา

"นี่คือค่าตอบแทนของเจ้า... 1,000 หินวิญญาณ และป้ายผ่านทางเข้าห้องฝึกวิชาปฐพี"

หม่าเทียนสงยื่นของให้หลินอี้ด้วยความซาบซึ้งใจ

"เจ้าเป็นผู้มีพระคุณของข้าจริงๆ! ถ้ามีอะไรให้ช่วยอีก บอกข้าได้เลย!"

หลินอี้รับของมาใส่กระเป๋า

"ขอบคุณครับท่านเจ้าเมือง... แต่ตอนนี้ข้าขอตัวไปใช้ห้องฝึกวิชาก่อน ข้ามีนัดกับระดับก่อกำเนิด"

"เชิญเลย! ห้องฝึกว่างอยู่ เจ้าจะใช้นานแค่ไหนก็ได้!"

หลินอี้เดินออกจากจวนเจ้าเมือง มุ่งหน้าไปยังอาคารหินที่ตั้งอยู่บนชีพจรวิญญาณท้ายจวน

ประตูหินหนาหนักเปิดออก เผยให้เห็นห้องโถงกว้างที่มีพลังปราณธาตุดินหนาแน่นลอยอวลอยู่ บรรยากาศสงบเงียบและหนักแน่น เหมาะแก่การสร้างรากฐาน

หลินอี้เดินเข้าไป นั่งลงตรงกลางห้อง

เขาวางแผนที่แดนวารีพิสุทธิ์, หยาดวารีพิสุทธิ์, เห็ดโลหิตพันปี และยาเม็ดทะลวงปราณ ไว้ตรงหน้า

"ครบองค์ประกอบ..."

หลินอี้สูดหายใจลึก ดวงตาเป็นประกายมุ่งมั่น

"ลาก่อนนะ แดนรวบรวมลมปราณ..."

"สวัสดี... แดนก่อกำเนิด!"

หลินอี้หยิบหยาดวารีพิสุทธิ์ขวดสุดท้าย (ที่ได้จากวิหาร) ขึ้นมา

"ดื่มให้หมดแก้ว!"

อึก!

ของเหลวสีทองไหลลงคอ... และวินาทีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของหลินอี้ ก็ได้เริ่มต้นขึ้น!

ตอนก่อน

จบบทที่ แผนลับสับขาหลอก

ตอนถัดไป