บทที่ 19 คนรวยก็เอาแต่ใจแบบนี้แหละ

บทที่ 19 คนรวยก็เอาแต่ใจแบบนี้แหละ
ชุ่ยเม่าถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก ภายใต้เกราะอ่อน ท่อนบนของเขาถูกห่อหุ้มด้วยชุดรัดรูปสีดำ เห็นลายกล้ามเนื้อชัดเจน
อัศวินหมุนไหล่สองข้าง ร่างกายดูเบาสบาย
"คุณโจว ผมถนัดการต่อสู้ระยะประชิดและการดวลเดี่ยว"
"สำหรับผม กำปั้นคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด"
ชุ่ยเม่ายกแขนขวาขึ้น
โจวอี้สังเกตเห็นว่า บนกำปั้นของเขาพันผ้าพันแผลเอาไว้ชั้นหนึ่ง ทั้งแขนมีละอองแสงมัวๆ ปกคลุมอยู่
"ระวังตัวด้วย"
ชุ่ยเม่าพ่นลมหายใจขาวออกมา กำปั้นที่รวดเร็วปานไอหมอกสีขาวพุ่งตรงเข้าใส่ปลายคางของโจวอี้
เคร้ง!
โจวอี้เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
ไว้หน้าอีกฝ่ายหน่อย
กำปั้นที่กระแทกเข้าใส่คางของเขากลับชะงักค้างอยู่ในท่าทางผิดธรรมชาติ ไอความร้อนค่อยๆ ลอยขึ้นจากท่อนแขน
ใบหน้าของชุ่ยเม่าซีดเผือดลงทันที เขาใช้มือซ้ายกุมกำปั้นขวาที่สั่นระริกของตนเอง แขนทั้งข้างห้อยตกลงข้างลำตัว
เรดฟอลคอนซิงโครไนซ์เสียงในใจของอัศวินเทียนจินผู้นี้ให้โจวอี้รับรู้
——การเปิดใช้งานโอเวอร์โหลดของ หมัดปืน ยังเจาะเกราะไม่ได้เลยหรอ? สกิลทำลายล้างระดับ D ถึงกับไร้ผลโดยสิ้นเชิง?
——แย่แล้ว ผลข้างเคียงของหมัดปืนครั้งนี้รุนแรงเกินไป
——กำปั้นขวาใช้งานไม่ได้แล้ว... เฮ้อ กว่าจะกระตุ้นให้มันกลับมาใช้งานได้คงต้องรออีกนาน
ชุ่ยเม่าประคองมือขวา ยิ้มขื่นๆ แล้วยอมแพ้แต่โดยดี "ขอบคุณครับ ที่ทำให้ผมได้เห็นระยะห่างที่แท้จริงระหว่างตัวเองกับผู้แข็งแกร่ง"
"เรื่องเล็ก"
โจวอี้ตอบกลับเรียบๆ
มอนสเตอร์ที่โจมตีเขาในทะเลมรณะมีถมเถไป หลังจากเสริมแกร่งระบบป้องกันมาอย่างต่อเนื่องนับสิบปี นอกจากพวกมอนสเตอร์ชั้นสูงในน่านน้ำระดับกลางและบนแล้ว เขายังไม่เคยโดนเจาะเกราะเข้าเนื้อเลย
เมื่อครู่โจวอี้เห็นได้อย่างชัดเจน
การโจมตีของอีกฝ่ายสร้างความเสียหาย 33 หน่วย ซึ่งถูกค่าป้องกันหักล้างไปจนหมด
ความแรงแค่นี้ยังห่างไกลนัก
โจวอี้พิจารณาอัศวินตรงหน้า "ดูท่า มือของคุณคงใช้งานไม่ได้ไปสักพักใหญ่"
ชุ่ยเม่าพยักหน้า ไม่ปิดบังคนที่เหนือกว่าตนเองอย่างขาดลอย "ชิ้นส่วนเสริมแกร่ง หมัดปืน ของผมมีคุณสมบัติพิเศษครับ หากสร้างความเสียหายในการต่อสู้ได้ มันจะถูกกระตุ้นจนตื่นตัว และเข้าสู่สถานะคลุ้มคลั่งแบบโอเวอร์โหลด ซึ่งสามารถสร้างผลลัพธ์เจาะเกราะได้"
"ถ้าว่ากันด้วยพลังทำลายล้าง มันอยู่ในระดับ D แล้ว"
"แต่น่าเสียดายที่จุดอ่อนก็อยู่ตรงนี้เหมือนกัน ถ้าไม่สามารถสร้างความเสียหายได้เลย หมัดปืนจะเข้าสู่ภาวะหดหู่ หลบหนี และหวาดกลัว แขนทั้งข้างก็จะไม่เชื่อฟังชั่วคราว ต้องพักฟื้นหลายวันกว่าจะกู้ความมั่นใจให้มันกลับมาได้"
โจวอี้คิดในใจว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว
ที่แท้หลังจากผู้เสริมแกร่งทำการดัดแปลงร่างกายบางส่วน ชิ้นส่วนที่เสริมแกร่งยังสามารถสร้างคุณสมบัติคล้ายเจตจำนงและนิสัยของตัวเองขึ้นมาได้ด้วย
กำปั้นของชุ่ยเม่าเก่งตอนได้เปรียบหรือสูสี แต่สู้ตอนเสียเปรียบไม่ได้เลย
เป็นสกิลเทพเฉพาะตอนเกมนำจริงๆ
โจวอี้กล่าว "สภาพคุณตอนนี้ พักฟื้นที่นี่สักสองวันค่อยกลับเถอะ แถวนี้ก็ไม่ได้ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์"
ชุ่ยเม่าใช้มือซ้ายที่ยังปกติดีลูบหัว สีหน้าดูกระอักกระอ่วนเล็กน้อย "น่าขายหน้าจริงๆ งั้นต้องรบกวนด้วยครับ"
กงเจิ้งจูงอูฐไปผูกไว้ที่ลานบ้านตู้คอนเทนเนอร์ แล้วไปจัดแจงห้องตู้คอนเทนเนอร์ห้องหนึ่งให้แขกพักอาศัย
โจวอี้ผายมือเชิญชุ่ยเม่านั่งลงใต้เพิงกันฝนด้านนอก
"เล่าเรื่องโจรแถวนี้ให้ฟังหน่อย"
ชุ่ยเม่าครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนกล่าว "โจรปล้นชิงแถวนี้เป็นปัญหาที่จัดการยากจริงๆ ครับ เมืองจีโถวขึ้นตรงต่อซากั่ง และอยู่ในขอบเขตการคุ้มครองของกองร้อยที่ 3 ของเรา แม้เมืองเม่ากู่จะเป็นเขตอิสระ แต่ก็มีพื้นที่ติดกัน บางครั้งพวกโจรก็จะหลบหนีเข้ามาซ่อนตัวในเขตนี้"
"เราเคยสืบข้อมูลเชิงลึก โจรแถวนี้ส่วนใหญ่เป็นทหารรับจ้างส่วนตัวที่พ่อค้าเลี้ยงไว้ พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างลับๆ มีสายข่าวอยู่ทั่วซากั่ง การจะขุดรากถอนโคนพวกมันจึงไม่ใช่เรื่องง่าย"
"ภายใต้การประจำการของอัศวินเทียนจิน แถบใกล้ซากั่งแทบไม่มีโจรปรากฏตัว พวกมันจึงไหลทะลักมายังพื้นที่ชายขอบอย่างที่นี่ คอยดักปล้นพ่อค้าที่สัญจรไปมาและคนท้องถิ่นเป็นครั้งคราว เมืองเม่ากู่ไม่มีกองกำลังติดอาวุธประจำการ จึงยากที่จะแก้ปัญหานี้"
ชุ่ยเม่าชี้ให้เห็นกุญแจสำคัญของปัญหาโจร
ในยุคแดนร้าง ยิ่งเป็นสถานที่ยากจน ยิ่งตกเป็นเป้าของโจรได้ง่าย
"แต่ผมคิดว่า ต่อให้โจรจะป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ พวกมันก็คงไม่กล้ามีความคิดชั่วร้ายกับที่นี่หรอกครับ"
ชุ่ยเม่ายิ้มกล่าว "พวกมันเองก็เลือกเหยื่อเหมือนกัน"
โจวอี้ส่ายหน้า "ไม่นานมานี้ มีกลุ่มโจรนำโดยผู้เสริมแกร่งบุกโจมตีที่นี่ แต่ฉันจับได้ทันและกวาดล้างไปแล้ว"
อีกฝ่ายตกใจ "พวกมันบ้าไปแล้วเหรอ? ลำพังแค่ปูซามูไรโดยรอบ ก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกมันจะต่อกรได้แล้ว ธรรมชาติของโจรคือรังแกคนอ่อนแอ กลัวคนแข็งแกร่ง เลือกกินแต่นิ่มๆ ที่ปลอดภัย... เรื่องนี้มันเหลือเชื่อเกินไปหน่อย"
โจวอี้ถามต่อ "คุณรู้จักนักเล่นแร่แปรธาตุที่ชื่อ 'หยางซื่อ' ไหม?"
ชุ่ยเม่าทำหน้าเหมือนนึกออก "ผมจำชื่อนี้ได้ ที่หอประชุมสมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุในซากั่งมีป้ายชื่อของหยางซื่อติดอยู่ ทำไมหรือครับ?"
"เขาคือผู้เสริมแกร่งที่นำทีมมา"
คำพูดนี้ทำให้สีหน้าของชุ่ยเม่าเคร่งเครียดขึ้น
โจวอี้ถาม "เบื้องหลังโจรกลุ่มนี้คือสมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุงั้นหรอ?"
"ไม่ครับ คุณโจว สมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุมีหน้าที่เพียงประเมินระดับวิชาชีพและให้คำแนะนำทางวิชาการแก่นักเล่นแร่แปรธาตุเท่านั้น มีเพียงนักเล่นแร่แปรธาตุระดับสูงไม่กี่คนเท่านั้นที่ขึ้นตรงต่อสมาคม หยางซื่อเป็นเพียงสมาชิกทั่วไปที่ผ่านการรับรองระดับจากสมาคมเท่านั้น"
"แต่ว่า"
ชุ่ยเม่าค่อยๆ เอ่ย "เจ้านายของหยางซื่อชื่อ 'จี้ฉาง' คนคนนี้ไม่ธรรมดา"
"จี้ฉางเป็นพ่อค้าอาวุธ เขาเคยผ่านดีลซื้อขายอาวุธล็อตใหญ่มาแล้วหลายครั้ง รวมถึงอาวุธรุ่นใหม่ที่สิ่งมีชีวิตจักรกลไฟฟ้าผลิต และอาวุธยุคเทพเจ้าจากในทะเลมรณะ... ภูมิหลังส่วนตัวซับซ้อนมาก"
"เขาไม่เพียงมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มโจรขนาดใหญ่บางกลุ่ม แต่ยังเป็น 'อัศวินกิตติมศักดิ์' ของกลุ่ม 'อัศวินทะเลมรณะ' ซึ่งเท่ากับได้รับความคุ้มครองจากอัศวินทะเลมรณะกลายๆ จี้ฉางมีร่องรอยไม่แน่นอน ตัวเขาเองไม่ค่อยปรากฏตัว มักให้ลูกน้องออกหน้า เขาเองก็อยู่ในรายชื่อเฝ้าระวังพิเศษของอัศวินเทียนจินเราเหมือนกัน"
โจวอี้เริ่มคาดเดาในใจ
การที่โจรซึ่งรวมถึงหยางซื่อมาป้วนเปี้ยนแถวนี้ น่าจะเป็นเพราะยักษ์ที่ลุกไม่ขึ้นในป่าเห็ดตัวนั้น และเบื้องหลังก็น่าจะเป็นคำสั่งของพ่อค้าอาวุธจี้ฉาง
ชุ่ยเม่าทำหน้าไม่เข้าใจ "แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี หยางซื่อกล้าดียังไงถึงมาโจมตีคุณ..."
โจวอี้ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
แต่เขาลางสังหรณ์ว่า คงเป็นเพราะการขุดเจาะยักษ์ของพวกมันดำเนินมาถึงช่วงสำคัญ
เลยต้องระแวดระวังทุกความเคลื่อนไหวรอบข้างเป็นพิเศษ การกระทำจึงดูบุ่มบ่ามรุนแรง
แต่ก็ช่างเถอะ
การต่อสู้สำหรับโจวอี้นั้นเป็นเรื่องธรรมชาติเหมือนการหายใจไปแล้ว
จู่ๆ ชุ่ยเม่าก็พูดขึ้นว่า "งั้นคุณโจวครับ ผมมีข้อสงสัยอย่างหนึ่ง สิ่งมีชีวิตจักรกลไฟฟ้าสองตนที่โอเอซิสนั่นกำลังบุกเบิกที่ดินทำกิน น่าจะเป็นสิ่งที่คุณจ้างมาใช่ไหมครับ?"
"คุณต้องการจะเพาะปลูกพันธุ์พืชอะไรหรือครับ?"
"มันเทศ กับถั่วลิสง"
"..."
อีกฝ่ายร้องหาออกมาคำหนึ่ง แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า "จ้างพวกมันต้นทุนมหาศาล เพื่อมันเทศกับถั่วลิสงเนี่ยนะ..."
โจวอี้บอกอีกฝ่าย "พืชผักที่ปลูกเอง กินแล้วสบายใจ ไม่ต้องกลัวว่าจะผสมอะไรแปลกๆ ลงไป อันที่จริงฉันเป็นคนค่อนข้างพิถีพิถันเรื่องอาหารการกินน่ะ"
ชุ่ยเม่าอั้นอยู่พักใหญ่ สุดท้ายก็เค้นออกมาประโยคหนึ่ง "มีเหตุผลครับ"
โจวอี้ได้ยินความคิดของอีกฝ่าย
——คนรวยก็เอาแต่ใจแบบนี้แหละ อยากทำอะไรก็ทำ

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 19 คนรวยก็เอาแต่ใจแบบนี้แหละ

ตอนถัดไป