บทที่ 21 เอเลี่ยนทะเลมรณะ

บทที่ 21 เอเลี่ยนทะเลมรณะ
ภายใต้การนำทางของเรดฟอลคอน โจวอี้ขี่หลังปูซามูไรตัวหนึ่ง นำทัพฝ่าโอเอซิสด้วยความเร็วสูงสุด รุดไปช่วยยังจุดเกิดเหตุ
นอกป่าเห็ด
เถี่ยหม่ากำลังรับศึกหนัก หนึ่งต่อหลายสิบ
วงนอกมีกองทหารอูฐ ทหารม้าถือหน้าไม้ คอยกั้นแนวระวังภัย กันไม่ให้โลกภายนอกรบกวนการต่อสู้ข้างใน
กำลังรบหลักแบ่งเป็นสามกลุ่ม
กลุ่มแรก ล้อมเถี่ยหม่าด้วยโซ่ตรวน สร้างวงแสงวงกลมขึ้นมา แสงสีขาวนี้ดูเหมือนจะจำกัดการเคลื่อนที่ของเถี่ยหม่า ทำให้มันหนีออกมาไม่ได้
ปลายโซ่ทั้งสองข้างแยกออกไปเชื่อมต่อกับตู้เหล็กขนาดเล็กสองตู้ที่กะพริบแสงสีแดง มีคนเฝ้าอยู่ข้างละคน
กลุ่มที่สอง ขับรถที่คล้ายมอเตอร์ไซค์วิบากสี่ล้อ ด้านหลังมีแท่นยกสูง มีคนตั้งปืนยาวยิงใส่เถี่ยหม่า ปากกระบอกปืนพ่นไฟแลบแปลบปลาบอย่างต่อเนื่อง
การยิงระยะไกลจากบนรถทำให้ตัวถังของเถี่ยหม่าดังเคร้งคร้าง เกิดรอยยุบและรอยแตกร้าวหลายแห่ง ปืนกลบนหลังคาห้อยตกลงมา ถูกทำลายจนพังยับเยิน
กลุ่มที่สาม เป็นนักรบสวมเกราะเต็มยศ สวมหมวกเหล็กปิดหน้า เขายืนอยู่บนหัวรถของเถี่ยหม่า ใช้สองมือแทงหอกยาวเรืองแสงเข้าไปในเปลือกนอกของสิ่งมีชีวิตจักรกล ก่อให้เกิดประกายไฟแลบเปรี๊ยะๆ
เถี่ยหม่าพยายามสะบัดหัวรถและหมุนตัวอย่างบ้าคลั่ง หวังจะสลัดศัตรูให้หลุด แต่กลับทำให้นักรบหอกยาวตื่นเต้นยิ่งขึ้น ถึงขั้นร้องตะโกนวู้ฮู้วอย่างคึกคะนอง
สถานการณ์เสียเปรียบสุดขีด
โจวอี้เห็นภาพนี้ กลับวางใจลง
ประสบการณ์การรบหลายปีทำให้เขาดูออกทันทีว่า คนกลุ่มนี้ไม่ได้ต้องการทำลายเถี่ยหม่า แต่ต้องการจับเป็น ดังนั้นพวกมันจึงค่อยๆ ผลาญพลังงานของเถี่ยหม่า ล็อกการเคลื่อนไหว และถอดอาวุธกับเกราะป้องกันออก
ระยะสั้นยังไม่เป็นไร
ผ่านมุมมองของเรดฟอลคอน โจวอี้ล็อกเป้าผู้เสริมแกร่งระดับแกนนำของฝ่ายศัตรูทั้งสี่คนก่อน
เริ่มจากผู้คุมสองคนที่ควบคุมค่ายกลโซ่ตรวน การแต่งกายคล้ายหยางซื่อมาก น่าจะเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ
ต่อมาคือพลแม่นปืนกับคนขับรถ
สุดท้ายคือนักรบหอกเกราะหนัก
เรดฟอลคอนเตือนว่า "เถี่ยหม่ากำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลืออย่างรุนแรง มันโดนซุ่มโจมตีและติดกับดัก สถานการณ์อันตราย"
"ไม่ต้องรีบ"
โจวอี้สังเกตการณ์รอบๆ
ป่าเห็ดที่รกร้างว่างเปล่า จู่ๆ มีผู้เสริมแกร่งโผล่มาตั้งหลายคน แถมวางแผนเตรียมการมาอย่างดี... น่าจะเป็นแก๊งของหยางซื่อ
ยืนยันว่าไม่มีใครตกหล่น
โจวอี้ออกคำสั่ง
"อัศวินดำ ฆ่าไม่เลี้ยง"

'หลวนโจว' มองดูเหยื่อใต้ฝ่าเท้าด้วยความเบิกบานใจ จนอดแหงนหน้าคำรามไม่ได้
ลาภลอยแท้ๆ
เผ่ากลืนแสงระดับ D แถมยังเป็นสิ่งมีชีวิตจักรกลไฟฟ้าสมรรถนะสูง เสร็จโจร
เดิมทีที่ถูกส่งมาคุมงานขุดเจาะที่นี่ เขาไม่พอใจเอามากๆ
ในฐานะอัศวินอาวุโสระดับ D หลวนโจวเคยลาออกจากกลุ่มอัศวินนักล่าค่าหัว เพื่อติดตามพ่อค้าจี้ฉาง แล้วย้ายมาสังกัดกลุ่มอัศวินทะเลมรณะโดยลดระดับลงมาเป็นองครักษ์อัศวิน รับหน้าที่หัวหน้าหน่วยคุ้มกันของจี้ฉาง ทั้งหมดก็เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพ
ความจริงเขาก็สมหวัง
หลวนโจวติดตามจี้ฉางไปรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่มากมาย ได้เห็นโลกในมุมที่ไม่เคยเห็น ตลอดแปดปีมานี้ เขาได้รับประโยชน์มหาศาล
แต่ต่อให้เงินเดือนสูงแค่ไหน มีลูกน้องมากเท่าไร ก็เปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่าเขาเป็นแค่ลูกน้องของจี้ฉางไม่ได้
หลวนโจวออกจากกลุ่มอัศวินนักล่าค่าหัว เดิมก็วางแผนใช้จี้ฉางเป็นบันได เพื่อจะออกมาฉายเดี่ยวในที่สุด สร้างกองกำลังของตัวเอง กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่มีหน้ามีตาอย่างแท้จริง
สองปีมานี้ จี้ฉางส่งเขาไปทำงานข้างนอกบ่อยขึ้น แถมยังปั้นเด็กใหม่ขึ้นมาเป็นคนสนิทอีกหลายคน ยุคทองแห่งความร่วมมือได้ผ่านพ้นไปแล้ว
ตำแหน่งของเขาอาจถูกแทนที่ได้ทุกเมื่อ
คราวนี้หลวนโจวถูกส่งมาที่ป่าเห็ดนอกเมืองเม่ากู่ เพื่อร่วมขุดเจาะและปลุกชีพสิ่งที่คาดว่าจะเป็น 'เอเลี่ยนทะเลมรณะ' ซึ่งเดิมทีก็เป็นงานที่อันตรายสุดขีดอยู่แล้ว
เอเลี่ยนทะเลมรณะคือวิวัฒนาการที่ผิดเพี้ยนของซากโบราณสถานยุคเทพเจ้า ภายใต้อิทธิพลของแสงมรณะ มันเปลี่ยนจากความตายสู่การมีชีวิต กลายเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดที่ไม่อาจคาดเดาและยากจะเข้าใจ
ถ้าบอกว่าเผ่ากลืนแสงล่ากันเองเพื่อแย่งชิงพลัง การฆ่าคนของเอเลี่ยนทะเลมรณะก็ไร้ซึ่งเหตุผลโดยสิ้นเชิง
บางตัวตื่นมาก็ไล่ฆ่าล้างบาง บางตัวกลับสงบเสงี่ยมเจียมตัวอย่างเหลือเชื่อ แต่พวกมันพร้อมจะคลุ้มคลั่งอาละวาดได้ทุกเมื่อ โจมตีทุกสิ่งที่อยู่รอบข้างแบบไม่เลือกหน้า
เอเลี่ยนบางตัวชอบล่าพาหนะชนิดต่างๆ เอามาติดไว้ตามตัวกลายเป็นเครื่องประดับพิสดาร
เอเลี่ยนบางตัวกินเด็ก คนแถวนั้นต้องส่งเด็กให้มันกินตามโควตา ไม่งั้นมันจะพังเมือง หาเด็กมายัดเข้าปากเอง
เอเลี่ยนบางตัวมองมนุษย์เหมือนมดปลวก จับสิ่งมีชีวิตต่างๆ โยนขึ้นฟ้าเหมือนของเล่น แล้วพยายามรับให้ได้ แต่ส่วนใหญ่รับได้ก็บีบเละคามือ
...
พิลึกพิลั่น บ้าคลั่ง เข้าใจไม่ได้ แถมยังมีพลังน่าสะพรึงกลัว นี่แหละคือเอเลี่ยนทะเลมรณะ
พวกมันคือเครื่องจักรสังหารโดยกำเนิด ขอแค่ส่งพวกมันไปยังสถานที่ที่เหมาะสม ก็จะสร้างมูลค่าทางยุทธศาสตร์และการค้าได้อย่างมหาศาล
หลวนโจวถูกส่งมาที่นี่ เขาพยายามยื้อเวลาการก่อสร้างมาโดยตลอด
การปลุกเอเลี่ยน ต้องใช้ชีวิตคนเข้าแลก
ใครจะตายก็ได้
แต่ต้องไม่ใช่เขา
ดังนั้นเขาจึงระวังตัวแจ ส่งคนไปสืบและสำรวจตลอด จ้างกลุ่มนักล่าไปเปิดทางในป่าเห็ด เขายังดึงชาวเมืองเม่ากู่มาเป็นพวก จนได้ตำนานยักษ์โบราณในป่าเห็ดมา
หลังจากสังเวยชีวิตไป 12 ศพ หลวนโจวก็มั่นใจว่า เอเลี่ยนตัวนี้ถูกพวกเห็ดในป่าเห็ดปรสิตเกาะกิน จนพลังงานแทบเกลี้ยง เข้าสู่สภาวะหลับลึกจนขยับไม่ได้
การจะสตาร์ทเครื่องมันไม่ยาก แค่ตัดพวกเห็ดยักษ์และเห็ดกาฝากสำคัญๆ ออก
หลังจากการเคลียร์พื้นที่ทีละนิดในช่วงหลายเดือนมานี้ เจ้ายักษ์ก็เริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองเล็กน้อย
ต่อไปคือการป้อนพลังงานจำนวนหนึ่งให้มันเพื่อปลุกให้ตื่น แล้วนำตัวออกไป
ขั้นตอนนี้ในทางทฤษฎีไม่ยาก ขอแค่ควบคุมปริมาณเมล็ดแสงที่ป้อน ให้มันอยู่ในสภาพสะลึมสะลือ ก็จะสามารถจูงมันไปขึ้นเรือกักกัน ณ จุดนัดพบได้ เหมือนเอาหัวไชเท้าล่ออูฐ
เพื่ออำพรางปฏิบัติการ หลวนโจวตั้งใจรอให้ถึงช่วงพายุเข้า เขาให้นักเล่นแร่แปรธาตุใช้ไอเทมสิ้นเปลืองพิเศษ เปลี่ยนทิศทางพายุ สร้างเป็นกำแพงพายุทรายปกคลุมที่นี่ไว้ เพื่อบดบังสายตาจากภายนอกเข้าไปอีกชั้น
แต่แล้วก็เกิดเรื่องแทรกซ้อนเล็กน้อย
ข้างๆ มีสิ่งมีชีวิตจักรกลไฟฟ้าอยู่ตัวหนึ่ง
เผ่ากลืนแสงประเภทจักรกลนามว่า 'เถี่ยหม่า' กำลังปรับหน้าดินอยู่ที่เขตโอเอซิส ดูเหมือนจะทำไร่ที่นี่ แม้ในพายุทราย มันก็ยังทำงานอยู่
หลวนโจวเห็นเหยื่อแล้วนึกสนุก
ไม่นึกว่าจะมีลาภลอย
ขอแค่จับเจ้านี่ได้ ไม่ว่าจะสยบมัน เรียกค่าไถ่ให้มันซื้ออิสรภาพคืน หรือขายทิ้ง ก็เป็นรายได้ก้อนโต
ของที่ได้นอกเหนือภารกิจถือเป็นสมบัติส่วนตัว นี่เป็นธรรมเนียมที่รู้กัน
โดยเฉพาะกับกองคาราวานพ่อค้า
ทุกอย่างที่ได้ในฐานะโจร เป็นของตัวเอง
เขาจึงนำผู้เสริมแกร่งอีกสามคน คือพลแม่นปืน 'อู่หวน', นักเล่นแร่แปรธาตุ 'อูเซิง' และ 'เจียวจื่อฝู' พร้อมด้วยทหารยามกองคาราวานผู้ช่ำชอง วางแผนซุ่มโจมตีทันที
ผลคือหลวนโจวยังไม่ทันลงมือ เจ้าเถี่ยหม่าก็พุ่งเข้ามาหาเรื่อง ตะโกนประท้วงอย่างเกรี้ยวกราด
"หยุดการทำลายล้างของพวกแกเดี๋ยวนี้! อย่ามารบกวนและสร้างผลกระทบให้ไร่นาของฉัน!"
"พวกแกทำให้พายุทำลายพื้นที่เพาะปลูกของฉัน!"
แค่ยั่วยุมันนิดหน่อย เจ้านั่นก็ติดกับดัก กลายเป็นหมูในอวย
นึกถึงเรื่องนี้ หลวนโจวก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
เขากำ 'หอกแห่งความโกลาหล' ในมือ ก้มมองเศษเหล็กใต้เท้า "ยอมสยบต่อฉันซะ เถี่ยหม่า แค่ยอมจำนน ฉันจะช่วยซ่อมแซมแก ไม่งั้นแกจะได้เป็นทาส"
สิ่งมีชีวิตจักรกลไฟฟ้าที่ถูกพันธนาการตอบกลับ "ฝันไปเถอะ! ไอ้กระจอกไร้น้ำยา!"
ขณะที่หลวนโจวกำลังจะแกะมันออกเพื่อสั่งสอน จู่ๆ ก็รู้สึกผิดปกติ
ทำไมรอบข้างเงียบจัง?
เขาพบว่า ทหารอูฐที่วิ่งพล่านอยู่รอบๆ ไม้คทาหิ่งห้อยของพวกมันดับไปหมดแล้ว
รถรบสี่ล้อที่บรรทุกพลแม่นปืนมาก็หายไปไหนไม่รู้
วงแสงที่ขังเถี่ยหม่าไว้เริ่มหรี่ลง นักเล่นแร่แปรธาตุที่คุมเครื่องกั้นแสงมัวทำอะไรอยู่?
ไม่ถูกต้อง!
หลวนโจวก้มหน้าลง ความรู้สึกเย็นเยียบมาพร้อมกับความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาจากหนังศีรษะ ของเหลวอุ่นๆ ไหลซึมจากเส้นผมลงมา
หมวกเหล็กถูกผ่า
ผู้บุกรุกคือปูยักษ์ตัวหนึ่ง ตัวมันดำสนิท ดวงตาแนวตั้งทั้งสองข้างเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีเงินเย็นยะเยือก ก้ามปูทั้งสองข้างถูกลับจนคมกริบ ราวกับดาบใหญ่สองคมสีดำ
ปูซามูไรสีดำ ใช้ก้ามต่างดาบ... ปูซามูไรจะมีพลังระดับนี้ได้ยังไง?
นี่มันบนบก แถมไม่ใช่ถิ่นที่อยู่ของพวกมันด้วยซ้ำ
หลวนโจวตื่นตระหนกในใจ
จ่าฝูงปูซามูไร?
มือเขาไวกว่าสมอง แทงหอกแห่งความโกลาหลใส่ปูซามูไรสีดำ แต่อีกฝ่ายกลับหายวับไปในความมืด หลวนโจวรู้สึกเย็นวาบที่เอว ตามด้วยความเจ็บปวดจากการถูกฉีกกระชากอย่างรุนแรง
เร็วเกินไปแล้ว
นี่มันปูซามูไรจริงดิ?
ไม่ ไม่ใช่
หลวนโจวเห็นดวงตาสีเงินสว่างวาบขึ้นทีละคู่ในความมืด
เขาขนลุกซู่ไปทั้งตัว เหงื่อกาฬไหลพรากแผ่นหลัง
นี่แม่งมีกี่ตัววะเนี่ย?
มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่!
เขาเหวี่ยงหอกแห่งความโกลาหลอย่างบ้าคลั่ง แต่บาดแผลบนร่างกลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายเริ่มเย็นเฉียบ
ก่อนสติจะดับวูบ หลวนโจวก็นึกขึ้นได้ลางๆ
เบื้องหลังคือเจ้าคนต่างถิ่นนั่น มันแอบดูและเตรียมลงมือมาตลอด... เจ้านั่นเล็งเอเลี่ยนตัวนี้ไว้ตั้งแต่แรกแล้วสินะ!
ไอ้จี้ฉางสารเลวมันต้องรู้อะไรแน่ๆ
มันจงใจส่งฉันมาตาย!
ไอ้เวรเอ๊ย หลงกลจนได้!
ฉันตาย แกก็อย่าหวังจะได้ของดี!
ฉันไม่ได้ ใครหน้าไหนก็อย่าหวังจะได้
ให้เอเลี่ยนเล่นสนุกกับพวกแกให้สาสมไปเลย ฮ่าๆ
จี้ฉางไอ้แก่ ฉันจะรอแกอยู่ในนรก! รอวันที่แกจะตายอย่างไร้ที่กลบฝัง!

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 21 เอเลี่ยนทะเลมรณะ

ตอนถัดไป