บทที่ 24 ราชาเห็ด

บทที่ 24 ราชาเห็ด
เพื่อความปลอดภัย โจวอี้จึงทิ้งให้เรดฟอลคอนเฝ้าระวังพื้นที่ป่าเห็ดไว้อย่างต่อเนื่องเพียงลำพัง ส่วนตนเองนำคนอื่นๆ กลับมายังฐานที่มั่นของบริษัท
เถี่ยหม่าได้รับความเสียหายไม่น้อย ตามหลักแล้วควรกลับไปยังเมืองตี้กุยเพื่อซ่อมแซมและตรวจเช็ค แต่กลับเลือกที่จะอยู่ต่อ
"ผมถูกจ้างมาบุกเบิกทำไร่ที่นี่ จนถึงตอนนี้ ความเสียหายของตัวเครื่องหลักๆ ก็มีแค่เครื่องขยายเสียง ชิ้นส่วนเสริมพลังงาน เกราะป้องกันด้านบนและด้านข้างบางส่วน กับชั้นกันไฟ... แต่ตราบใดที่อยู่ในสภาพแวดล้อมปกติ ก็ไม่กระทบต่อการทำเกษตรครับ"
มันกล่าวต่อ "แถมยังมีถงหนิวอยู่ด้วย สองพี่น้องช่วยกันทำงาน ก็พอจะรับมือสถานการณ์ส่วนใหญ่ได้ ถ้าไปตรวจเช็คซ่อมแซมตอนนี้ แค่รอคิว ตรวจสภาพ ซ่อม และฟื้นฟูสภาพ อย่างน้อยต้องใช้เวลาหนึ่งเดือน... ไปกลับอย่างต่ำก็เดือนครึ่ง จะกระทบต่อระยะเวลาทำงานอย่างร้ายแรง"
"ทำไร่เป็นเรื่องที่รอไม่ได้ ถ้าเลยช่วงเวลาทองไปแล้ว ก็ต้องเสียเวลาเปล่าไปอีกหลายเดือน"
"ขอแค่คุณล่อเจ้านั่นออกไปได้ พวกเราก็กลับมาเริ่มงานได้"
โจวอี้พยายามเกลี้ยกล่อม บอกว่าลับมีดไม่เสียเวลาผ่าฟืนหรอก ที่นี่มันกันดาร ไม่มีช่างซ่อมที่สามารถซ่อมฉุกเฉินได้
เกิดอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นมา จะยุ่งยากเอาเปล่าๆ
เถี่ยหม่าอธิบายว่า "ความจริงพวกเราสองพี่น้องไม่มีงานทำมาสักพักแล้วครับ"
"เพราะต้นทุนการทำเกษตรมันค้ำคออยู่ หลายเมืองเลยเลือกใช้แรงงานคนราคาถูกกว่า ลดสัดส่วนการลงทุนลง ทำให้ทั้งวงการซบเซาลงเรื่อยๆ มีแค่เมืองใหญ่ในที่ราบที่ยังทำฟาร์มขนาดใหญ่เท่านั้นที่ยังมีความต้องการ บนผืนดินขนาดใหญ่กว่านั้น พวกเราพี่น้องขาดความสามารถในการแข่งขัน ประสิทธิภาพและความทนทานสู้พวกเครื่องจักรการเกษตรขนาดใหญ่ไม่ได้"
"บอกตามตรงนะ ถ้ากลับไปซ่อมตอนนี้ ประกันอุบัติเหตุจากการทำงานที่ผมซื้อไว้ก่อนหน้านี้จะหมดผลคุ้มครอง แล้วต้องซื้อใหม่ เพราะเคยบาดเจ็บแล้ว เบี้ยประกันครั้งหน้าจะแพงขึ้นอย่างน้อย 10%"
"ประกันที่เมืองตี้กุยไม่ใช่ถูกๆ พวกเราพี่น้องยังต้องเก็บเงินไว้เปลี่ยนเครื่องมือการเกษตรเก่าๆ ซื้อชิ้นส่วนสัญญาณที่พังไปก่อนหน้านี้ แล้วก็เปลี่ยนอะไหล่เครื่องจักรไฟฟ้าให้ทันสมัยขึ้น พวกเราเป็นรุ่นเก่า โครงสร้างเทอะทะซับซ้อน จะแก้ปัญหาเรื่องอัตราการสึกหรอสูงและเสียบ่อย ก็มีแต่ต้องเปลี่ยนเป็นชุดเครื่องจักรไฟฟ้าล้วนขนาดใหญ่ที่เสถียรกว่าและชิ้นส่วนน้อยกว่า"
"สรุปคือ ที่ต้องใช้เงินยังมีอีกเพียบ ตอนนี้ยังไม่เกิดปัญหาอะไร ก็ประหยัดได้ก็ประหยัดไปก่อน"
โจวอี้จึงเลิกเกลี้ยกล่อม
ตอนนี้เขาทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปที่ยักษ์ตึกสูง
การล่อมันออกไปเป็นแผนการที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน
โดยปกติแล้ว นี่เป็นวิธีรับมือกับเอเลี่ยนทะเลมรณะที่น่าเชื่อถือและได้ผลที่สุด
เถี่ยหม่าถึงกับให้คู่มืออย่างละเอียด "ถงหนิวบอกว่า สมัยมันยังรับราชการทหาร ก็เคยเจอเอเลี่ยนทะเลมรณะครั้งหนึ่ง"
"วิธีแก้ปัญหาตอนนั้นคือใช้เมล็ดแสง กระตุ้นเมล็ดแสงให้ทำงาน จะทำให้เอเลี่ยนเข้ามาใกล้ มันจะไปดูดซับเมล็ดแสง ตอนนั้นพวกเขาใช้เมล็ดแสงล่อเอเลี่ยนทีละก้าวไปยังพื้นที่ห่างไกล หรือไม่ก็ล่อลงทะเลมรณะแบบที่นี่"
"ไม่ว่าเห็ดข้างในจะขัดขวางยังไง ก็ต้านทานสัญชาตญาณความต้องการเมล็ดแสงของเอเลี่ยนไม่ได้ ตราบใดที่เอเลี่ยนยังหิวโหย มันก็จะถูกสัญชาตญาณขับเคลื่อน"
"การลงไปในทะเลมรณะได้ผลที่สุด เอเลี่ยนจะเข้าสู่ภาวะจำศีลและหยุดนิ่งท่ามกลางแสงมรณะ ยกเว้นแต่ทะเลมรณะบริเวณนั้นจะถดถอยด้วยเหตุผลบางอย่าง พวกมันถึงจะกลับมาเคลื่อนไหว ออกหาพลังงานและอาหาร"
"แต่ต้นทุนจะสูงลิบเลยล่ะ ตอนนั้นถงหนิวกับพวกใช้เมล็ดแสงไป 1,027 เมล็ด ถึงล่อเอเลี่ยนออกไปได้ไกล 10 กิโลเมตร คำนวณจากระยะทาง จะล่อเจ้านี่ลงทะเลมรณะทางทิศตะวันออก ต่อให้เป็นเส้นตรง อย่างน้อยก็น่าจะต้องใช้สัก 3,000 เมล็ด"
โจวอี้ตกอยู่ในห้วงความคิด
เมล็ดแสงจำนวนเท่านี้ พยายามหน่อยก็พอหาได้
ติดที่เวลาบีบรัดเกินไป
ต่อให้จับปลาและล่าเผ่ากลืนแสงแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม จะหาให้ได้จำนวนนี้ก็ต้องใช้เวลาเป็นสิบวันหรือครึ่งเดือน
ก่อนจะถึงตอนนั้น ยักษ์ที่ถูกเห็ดมือมืดควบคุมก็คือระเบิดเวลาที่คาดเดาไม่ได้
"ความจริงยังมีวิธีที่ง่ายกว่านั้นอีกครับ"
เถี่ยหม่าเห็นเขาเงียบไป ก็เสนอทางเลือกใหม่ "ย้ายบ้าน หนีไปจากที่นี่ ไปเริ่มต้นใหม่ใกล้ๆ เมือง ต่อให้เจ้านี่โผล่มา ทางเมืองก็จะหาวิธีจัดการเอง ต้นทุนทางเมืองก็เป็นคนจ่าย คิดดูแล้วคุ้มที่สุด คุณย้ายเถอะ"
หลังจากผ่านศึกร่วมเป็นร่วมตายมาด้วยกัน ท่าทีของเครื่องจักรการเกษตรคันนี้ก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เริ่มมีความรู้สึกเป็นพวกเดียวกัน
โจวอี้ยังคงไม่พูดอะไร
เส้นทางนี้ตัดทิ้งไปได้เลย
บริษัทพัฒนาแดนร้างจำเป็นต้องตั้งอยู่ในที่ห่างไกลเมืองและใกล้ทะเลมรณะ ใต้ทะเลแถบนี้มีมรดกอารยธรรมจำนวนไม่น้อย ซึ่งโจวอี้ได้ทำการสำรวจและเลือกทำเลไว้เป็นอย่างดีแล้ว
สิ่งมีชีวิตสถาปัตยกรรมแม้จะถูกเรียกว่าเอเลี่ยนทะเลมรณะ แต่ก็ยังเป็นสิ่งมีชีวิต ย่อมต้องมีสัญชาตญาณความต้องการและกฎพฤติกรรมบางอย่าง ปัญหาสำคัญคือสื่อสารกันไม่ได้
โจวอี้พูดขึ้นว่า "ในเมื่อพวกเห็ดมือมืดเข้าไปในตัวยักษ์ได้ ทำไมพวกเราจะเข้าไม่ได้?"
เถี่ยหม่าตกตะลึง "คุณจะบุกเข้าไปเหรอ? เอเลี่ยนมันเอาแน่เอานอนไม่ได้นะ ถ้าจู่ๆ มันคลุ้มคลั่ง จับคุณย่อยเป็นอาหาร ก็ไม่เหลืออะไรเลยนะ คุณอย่าเพิ่งวู่วาม ใจเย็นก่อน..."
"ฉันอยากลองดู"
โจวอี้หันไปถามเย่เจ่าที่อยู่ข้างๆ "แกรู้เรื่องเห็ดมือมืดมากแค่ไหน?"
"เผ่าหมูกรงเล็บเคยติดต่อกับพวกมัน" เย่เจ่าหันข้างจามหนึ่งที "เจ้านาย ป่าเห็ดคือถิ่นของเห็ดมือมืด แม้พวกมันจะไม่ค่อยออกมาข้างนอก แต่ก็ประมาทไม่ได้"
"พวกนี้สามารถเปลี่ยนรูปร่างตัวเองได้ บางทีก็แปลงเป็นเห็ดยักษ์ต้นเล็กๆ บางทีก็ปลอมเป็นมนุษย์ หรือแม้แต่ปลอมเป็นเผ่าหมูกรงเล็บอย่างพวกเรา พวกมันไม่เคยแยกกันไปไหนคนเดียว จะไปไหนเป็นกลุ่มก้อน ภายในมีความสามัคคีกันมาก"
"ที่ป่าเห็ดขยายอาณาเขตเรื่อยๆ ความจริงก็คือพวกมันกำลังขยายพื้นที่ปลูกเห็ดยักษ์ เจ้าพวกนี้หัวดีใช้ได้ โดยพื้นฐานแล้ว พวกมันกับพวกเราต่างคนต่างอยู่ ไม่ก้าวก่ายกัน"
โจวอี้ถามต่อ "ความสามารถในการต่อสู้เป็นไง?"
"ถ้าตัวต่อตัว เห็ดมือมืดเทียบหมูกรงเล็บไม่ติดฝุ่น"
เย่เจ่าลดเสียงลง "แต่พวกนั้นเชี่ยวชาญการใช้ภูมิประเทศมาก พวกมันจะฝังเห็ดระเบิด ขุดหลุมพราง ทำกับดักใบมีด แถมยังใช้อาวุธมนุษย์เป็นด้วย ในป่าเห็ดพวกมันรับมือยากมาก ตอนนี้พวกมันมุดเข้าไปในตัวยักษ์ คงวางกับดักไว้ข้างในแล้วแน่ๆ เพื่อกันคนอื่นปะปนเข้าไป"
มันเองก็เห็นว่าการเข้าไปในตัวยักษ์อันตรายมาก
โจวอี้ครุ่นคิดครู่หนึ่ง "ในเมื่อเห็ดมือมืดเป็นสังคมกลุ่ม มีจำนวนไม่น้อย แล้วพวกมันรักษาระเบียบภายในกันยังไง?"
"พวกมันมีหัวหน้าอยู่คนนึง เห็ดมือมืดทุกตัวเชื่อฟังหัวหน้า"
เย่เจ่าเล่า "แต่ไม่เคยมีใครเห็นหน้าราชาเห็ดมาก่อน มันระวังตัวมาก ไม่เคยโผล่หัวออกมา"
ดวงตาโจวอี้เป็นประกาย
ขอแค่จับตัวหัวหน้าได้ ก็จะมีแต้มต่อในการเจรจากับเห็ดมือมืด
"เรดฟอลคอน หาตัวราชาเห็ดนั่นให้เจอ"
"รับทราบ"
โดรนเปิดระบบมุมมองวิหค ผ่านไปครู่ใหญ่ ก็ล็อกเป้าหมายได้
โจวอี้มองภาพบนหน้าจอร์รีโมทคอนโทรล แล้วก็ต้องทำหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
นี่น่ะเหรอ ลูกพี่ใหญ่ของแก๊งเห็ดมือมืด?
เรดฟอลคอนมั่นใจมาก "ผมอ่านสัญญาณจำนวนมากที่เห็ดมือมืดปล่อยออกมา ยืนยันว่านี่คือผู้นำสูงสุดของพวกมัน และเป็นผู้ปกครองสูงสุดของป่าเห็ด"
บนหน้าจอ ปรากฏเงาร่างคนผู้หนึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่าง
เขาไพล่มือไว้ด้านหลัง สวมเสื้อคลุมขาดรุ่งริ่ง ที่คอผูกผ้าพันคอสีแดงสดที่กำลังพลิ้วไหวไปตามลม
ปัญหาเดียวก็คือ
ราชาเห็ดผู้นี้ เป็นแค่โครงกระดูกกิ๊กก๊อกที่ดูธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง
เพียงแต่ไม่รู้ว่าเจอเรื่องกลุ้มใจอะไร มันเดินกลับไปกลับมาอยู่ข้างใน ดูมีความกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด
โครงกระดูกผูกผ้าพันคอแดง?
เผ่าพันธุ์จากภายนอกปกครองป่าเห็ดอยู่?
โจวอี้ขมวดคิ้ว ตระหนักว่าเรื่องนี้คงไม่ง่าย

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 24 ราชาเห็ด

ตอนถัดไป